Charity Engine มาร่วมกันอุทิศพลังประมวลผลเพื่อการกุศลกันเถอะ

Charity Engine

“Changing the world one bit at a time” เป็นวลีที่จับใจจริงๆ

Charity Engine เป็นซอฟต์แวร์ฝั่งไคลเอนต์ (client) ที่รับงาน (job) จากเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลาง โดย job ดังกล่าวเกิดจาก “ปัญหา” ขนาดใหญ่ โดยปกติแล้ว ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาทางวิทยาศาสตร์หรืองานวิจัยที่มีความซับซ้อนสูงมากๆ และต้องยุ่งเกี่ยวกับข้อมูลขนาดมหึมา ทำให้โปรแกรมเมอร์ต้องทำการ parallelize หรือเขียนโปรแกรมเพื่อแก้ปัญหาให้สามารถประมวลผลแบบขนานได้  ส่งผลให้ปัญหาถูกแก้ได้รวดเร็วขึ้น โดยโปรแกรมเมอร์ใช้วิธีบางอย่างในการแบ่งโปรเซสของปัญหาให้เป็นหน่วยย่อยๆ และข้อมูลขนาดมหึมาของปัญหายังสามารถถูกแบ่งเป็นข้อมูลย่อยๆได้อีกด้วย (ซึ่งแบ่งข้อมูลใหญ่ๆให้เล็กลงทำได้ง่ายกว่าแบ่งโปรเซส)

Continue reading

ฟังบรรยายเรื่อง Cross-media โดยนักวิจัยจากมหาลัยวาเซดะ

ผู้บรรยาย คือ Dr. Sayaka Akioka

เมื่อวันอังคารที่ 10 ม.ค. ที่ผ่านมา ผมเข้าไปฟังบรรยายหัวข้อ Cross-Media Analysis for Abstractions of Social Activities บรรยายโดย Dr. Sayaka Akioka จากมหาวิทยาลัยวาเซดะ (WASEDA University) ประเทศญี่ปุ่น

เกริ่นนิดนึงว่า งานวิจัยเกี่ยวกับการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวกับกิจกรรม/พฤติกรรมมนุษย์ในโลก online social media (เช่น Twitter, Facebook, และ Google+) กำลังร้อนแรงมาก มีงานวิจัยทั้งที่ออกในแนวคิดค้น algorithm และ framework สำหรับการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูล และงานวิจัยที่ออกไปทางสังคมศาสตร์ที่สนผลลัพธ์จากการวิเคราะห์ข้อมูล

Continue reading

ปีใหม่ พร้อมได้เริ่มตำแหน่งงานใหม่

ปีใหม่แล้วจนได้ ในที่สุด ทุนการศึกษาของผมก็หมดลงในวันศุกร์ที่ผ่านมา พอทุนหมด ผมก็เลยต้องหาทุนส่วนตัวไว้เลี้ยงชีพและจ่ายค่าเทอมจากการทำงาน ก่อนที่ทุนการศึกษาจะหมดนั้น ผมได้เตรียมหางานทำเพื่อเลี้ยงชีพตัวเองไว้แล้ว ซึ่งได้เตรียมตัวไว้ล่วงหน้าถึง 2 – 3 เดือนก่อน

ในที่สุด ผมก็เลือกทำงานที่ School of Computer Engineering, Nanyang Technological University ซึ่งเป็นที่ที่ผมเรียนอยู่นี่แหละ เพิ่งเริ่มงานในวันจันทร์ที่ผ่านมา ตำแหน่งงานคือ Research Associate (เรียกสั้นๆว่า RA) ส่วนเรื่องเรียน ผมก็ยังเป็นนิสิตปริญญาเอกอยู่นะ แต่ต้องเปลี่ยนสถานภาพจาก fulltime study เป็น par-time

ผมก็อยากฝากท่านที่ได้ทุนการศึกษา ไม่ว่าจะได้ทุนจากสถาบันไหนก็ตาม อยากจะบอกว่า ถ้าเรียนให้จบก่อนที่ทุนจะหมดก็ถือว่าเป็นเรื่องดี และเพื่อความไม่ประมาท ในระหว่างเรียน อย่าใช้เงินฟุ้มเฟือยจากการเที่ยวเตร่และซื้อของที่ไม่จำเป็น ไม่ว่าจะปาร์ตี้ทุกศุกร์เสาร์ ซื้อโทรศัพท์มือถือ เครื่องเกมส์ รถยนต์ (มีคนได้ทุนจนซื้อรถได้ด้วยนะเออ) ก็งดๆซะ พยามยามอดออมเงินจากทุนให้ได้เยอะๆ เรื่องกิน ก็กินไปเถอะ แต่ถ้าเป็นไปได้ ก็กินแต่พออิ่ม กินสนองกิเลสพอเป็นพิธีแต่อย่าบ่อยไป

ปีใหม่ งานใหม่ และที่แน่นอนคือ จะมีวันใหม่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี

มาติดเกาะถึง 4 ปีทำไม?

ตำแหน่งบนแผนที่ของประเทศสิงคโปร์ พยายามเพ่งให้มากๆ เห็นไหมครับ เป็นจุดเล็กๆหนึ่งจุด เอ่อ .. จริงๆผมมองไม่เห็นหรอก (ที่มา - ภาพจากวิกิพีเดีย)

ก็จะสิ้นปีแล้ว บวกกับผ่านวันครบรอบที่ผมก็ใช้ชีวิตบนเกาะเล็กๆแห่งหนึ่งมาเป็นเวลา 4 ปี โดยเกาะแห่งนี้ก็คือ ประเทศสิงคโปร์ ขออัพเดทบลอกกันหน่อยแล้วกัน

ผมเคยมาสิงคโปร์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 2005 ตอนนั้นผมมาทำงาน (สมัยยังทำงานอยู่ Sun Microsystems) และหลังจากนั้นก็มาทำงานและก็มาเที่ยวที่สิงคโปร์เป็นช่วงๆ ในช่วงที่มาทำงานที่สิงคโปร์สมัยนั้น ผมรู้สึกประทับใจกับบรรยากาศในประเทศนี้ โดยรวมคือ สิงคโปร์เป็นเมืองสะอาด ปลอดภัย การจราจรสะดวกรวดเร็ว  อินเทอร์เนตเร็ว มีต้นไม้มีสวนสาธารณะให้เห็นแทบทุกหนแห่ง  การดำเนินงานของราชการ/เอกชนที่รวดเร็วทันใจ … โดยสรุปแล้วกัน คือ ถ้ามีโอกาสก็อยากมาทำงานที่นี่

จนกระทั่งปี ค.ศ. 2007 สมัยนั้นผมกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด คือ จังหวัดอุบลราชธานี และผมก็ทำงานเป็นอาจารย์ที่ ม.อุบล ตอนนั้นมีอาจารย์หลายท่าน ซึ่งเป็นเพื่อนเป็นพี่ร่วมงานกับผมแนะนำเรื่องศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ศึกษาต่อทำไมเหรอ? ก็เพื่อความก้าวหน้าในอาชีพการงานของสายวิชาการนั่นเอง และแล้ว ผมก็เตรียมตัวหาทุนและที่เรียนต่อ

ท้ายที่สุด ผมก็ได้ทุนเรียนเอกที่ School of Computer Engineering ของ Nanyang Technological University ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งทุนนี้เป็นทุนได้เปล่า(ไม่ต้องใช้ทุน) ให้ค่าตอบแทนดีพอควร คือ มีเงินเดือนให้ ทุนจ่ายค่าเทอมให้พร้อม และทุนมีอายุ 4 ปี ที่สำคัญคือ เรียนที่สิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่ผมชอบอยู่แล้ว และไม่ไกลประเทศไทย ถ้าอยากจะกลับไทยเมื่อไหร่ ก็ทำได้ไม่ยากนัก สรุปคือ ผมรับทุนและก็มาเรียนที่สิงคโปร์ โดยวันที่ผมเดินทางมาสิงคโปร์ เพื่อมาทำปริญญาเอกคือ วันที่ 24 ธันวาคม ค.ศ. 2007 จากวันนั้นล่วงมาจนถึงวันนี้ ผมก็ร่ำเรียนบนเกาะเล็กๆแห่งนี้มาเป็นเวลาถึง 4 ปี

ผ่านไป 4 ปีแล้ว และผมก็คงได้อยู่สิงคโปร์อีกอย่างน้อย 6 เดือนเพื่อสะสางเรื่องเรียนที่ยังค้างคา นั่นคือ ผมต้องเขียนวิทยานิพนธ์ให้แล้วเสร็จ เพราะทุนของผมหมดแล้วในวันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 2012 นี้แล้ว โชคดีที่ว่า ผมได้งานทำเป็นนักวิจัยให้กับโครงการวิจัยหนึ่งของมหาลัยที่ผมเรียน เริ่มงานแล้วในเดือนหน้า ทำให้ผมคลายกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายหลังจากทุนโดนตัด

หากว่าไม่ขี้เกียจในช่วงเวลาว่าง(ซึ่งมีน้อยลง) ผมคงจะได้เล่าว่า ชีวิตที่สิงคโปร์ที่ผ่านๆมาเป็นไงบ้าง :)

ใช้บริการ Cloud Computing แล้วลดคาร์บอนได้ (จริงหรือ??)

เนื่องจากเมื่อวานนี้ ผมเขียนข่าวลง blognone หัวข้อ บริการกลุ่มเมฆช่วยลดคาร์บอนได้ 50% เป็นข่าวสั้นๆมากๆ แต่ถ้าจะให้ละเอียดแล้ว ก็คงเป็น special report กันเลย เพราะเนื้อหาจริงๆมันมีประโยชน์และยาวมากๆ เป็นข่าวที่สรุปย่อรายงานเรื่อง Cloud Computing – The IT Solution for the 21th Century  ของ Carbon Disclosure Project โดยสรุปแล้ว เนื้อหาก็พูดถึงว่า หากบริษัทต่างๆหันมาใช้บริการกลุ่มเมฆ (cloud computing) แล้ว จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 50% เลยทีเดียว และยังสามารถลดต้นทุนพลังงานได้อย่างมหาศาล

จากข่าวดังกล่าว คุณ komkit0710 สมาชิกผู้อ่านใน blognone ได้ตั้งคำถามว่า

บริษัทลดการปล่อยคาบอนไป 50% แต่ไปเพิ่มที่ผู้ให้บริการกลุ่มเมฆหรือเปล่าครับ? อยากรู้ว่าโดยรวมทั้งบริษัทและผู้ให้บริการ มันลดไปได้เยอะหรือเปล่า

ขอขอบคุณคุณ komkit0710 สำหรับคำถามดีๆ จนทำให้ผมได้มีเนื้อหามาแบ่งปันในบล็อกของผมที่รกร้างนี่ด้วยครับ

Continue reading

Donation to the Flood Relief in Thailand

Dear friends,

A mass of people in Thailand have suffered due to the ongoing severe flooding. Several people lost their houses and ones they love. You can follow news about the flood at http://www.bangkokpost.com/search/news-and-article/flood

Friends, who wish to donate the financial support to the flooding relief, please find the information for the flood donation at http://www.bangkokpost.com/feature/charities/203275/information-for-flood-donation

Thanks a million for your kindness,

Contact Official Apple Call Center for a Better Service

This entry was written as a letter of apology to Apple. But, first of all, I wanted to talk about the experience I encountered on last week. I told the story step-by-step (this is my own and old writing style hahaha).

Bought a Product

On Fri, 23rd September, I purchased a white iPad 2 (16GB WiFi/3G model) directly from Apple Online Store Thailand. Note that the cost of iPad 2 sold by Apple Online Store Thailand is slightly cheaper than that of Singapore (I stay in Singapore). iPad 2 was delivered by DHL to the destination on Wednesday 28th.

Problem

Well, everything looked smooth. Unfortunately, the home button of this iPad was not responsive. That is, we pressed the button but this iPad didn’t react anything. When we wanted to close any program on this iPad, we need to off iPad. This is not a normal condition, right? So it’s time to claim a new iPad from Apple.
(continue…)

Continue reading

Updated Lonely Blog (September 2011)

Now my blog is so quiet. Fortunately, many people (most from Thailand) have visited my blog. Most articles (about 99.50%) were written in Thai; indeed, the target readers are Thai. Someday, (maybe) when I’m much more free, I’ll create a new blog written in only English.

Well, let me update something about me a bit. What I met in the last few months:

  • I presented my published paper at IEEE MASCOTS 2011 held in Raffles Hotel, Singapore. The paper abstract can be found here. The paper was selected as one of the three best paper candidates. The other two papers’re done by IBM. Unfortunately, I couldn’t get the award. It’s ok, I’ve gotten many friends in this conference. This was the reason why I couldn’t update the blog in July.
  • I went back Thailand to deal with something really matter. I met my dad, sisters, grandma, aunt, and friends. I had great trips and dinners with my old friends, i.e., Ball, Buhn, Ki, Oate, and Ake. Thanks my dad and sisters & friends for encouraging me to move forward. This was the reason why I couldn’t update the blog in August. Poor me! I spent so much money for the Thailand trip (over S$2,500) but it’s really worth.
  • Damn! I didn’t have much progress of my research. I have to finish my PhD thesis, at least, its draft should be done in December 11/January 12. In Jan 2012, the PhD scholarship (that I have gotten for 4 years) will stop i.e., the monthly salary will stop as well. I just worry about the tuition fee (about S$6,000). I wish I will still have sufficient saving money to pay that fee and survive in Singapore for a month.  Again, I haven’t paid this fee until Dec 12 since I got the scholarship. Fortunately, I’ve gotten a short-term job between Jan and Dec 2012. This has been the reason why I cannot often update the blog, since I have to finish the thesis (and also one more journal paper).

p.s. I’ve just changed my hairstyle.  This is not the reason I couldn’t update the blog. A person (really important to me) recommended me to try this style.

I’m an all-one-5-bit guy

Originally, at time zero, I started from a register with binary value “0000000″. Then the least significant biti (LSB) was set to 1 after the first 365 days passed. It is just a 365-day journey around the sun. One round-trip of the journey increases 1 to the register. Until now, the first 5 digits starting from the LSB were set to 1, i.e., “0011111″. It is the truth for most regular people that we cannot fulfill 1 to this 7-bit register. The issue what I keep in mind is only the journey around the sun. Absolutely, I have encountered both happiness and unhappiness in this journey. However, I am ok with the results of journey. I cannot control many factors that impact the journey. Although I cannot predict the number of 365-day round trips I will have, I will do my best for today.

Insufficient Capacity ปัญหาทรัพยากรไม่พอที่ Amazon EC2


เพื่อนคนหนึ่งที่กำลังทำปริญญาเอกที่เดียวกันกับผม เขาทำงานวิจัยเกี่ยวข้องกับการใช้หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) เพื่อแก้ปัญหาทั่วไป (ไม่ใช่เจาะจงแค่งานด้านกราฟิก) หรือที่เรียกกันว่า General Purpose GPU โดยอาจารย์ที่ปรึกษาของเพื่อนผมคนนี้ได้รับงบจาก Amazon EC2 เพื่อนำไปใช้ในงานวิจัยเป็นเครดิตด้วยวงเงินที่สูงมากๆ (ผมไม่ขอเปิดเผยตัวเลข)  จากนั้น เพื่อนผมคนนี้ก็ได้โอกาสใช้เครดิตส่วนนี้จากอาจารย์ของเขาในการเช่าเซิร์ฟเวอร์ประเภท Cluster GPU Instances ใน Amazon EC2 โดยขณะนี้ เซิร์ฟเวอร์ประเภทนี้มีให้บริการที่ US East (Virginia) และใช้ได้กับ Linux  เท่านั้น สนนราคาค่าเช่าที่ 2.10 เหรียญต่อชั่วโมง

จนมาวันหนึ่ง เพื่อนผมคนนี้ประสบปัญหารันเซิร์ฟเวอร์ GPU ไม่ได้ โดยปัญหาที่เจอปรากฎตามรูปภาพที่แปะไว้ ด้วยการแจ้งข้อความผิดพลาดว่า “Insufficient capacity” หรือแปลได้ว่า “ทรัพยากรไม่พอ” ขยายความก็คือ ทรัพยากรในโซนที่เซิร์ฟเวอร์ตัวนี้ต้องการรันนั้นมีไม่เพียงพอ จึงทำให้เซิร์ฟเวอร์รันไม่ได้ และเรื่องมันไม่อภิรมย์ตรงที่ว่า ก่อนหน้านี้ เซิร์ฟเวอร์ตัวดังกล่าวเคยรันในโซนนั้นได้ตามปกติ ต่อมาเพื่อนผมได้ปิดเซิร์ฟเวอร์นี้เป็นการชั่วคราว แต่พอจะรันอีกครั้งหนึ่ง ก็เจอปัญหานี้เข้าจนได้

Continue reading

Grid Computing และ Cloud Computing ในมุมของ Ian Foster

Dr. Ian Foster (เครดิตภาพจาก Argonne National Laboratory)

คงมีหลายคนสงสัยว่าในยุคที่ cloud computing กำลังร้อนแรง ได้รับความนิยมมากขึ้น แล้ว grid computing จะเป็นยังไงต่อไป? จนอาจมีคนถามว่า grid computing สูญพันธุ์ไปแล้วหรือยัง? เพื่อคลายข้อสงสัย ผมขอยกคำพูดของ Dr. Ian Foster หรือ “the father of the Grid” มาแปะไว้ให้ท่านอ่านแล้วกันนะครับ

In industry, the term “grid computing” has been used, rather oddly, as sort of a synonym for parallel computing (e.g., Oracle 10-G) and sometimes to mean what the BOINC guys used to call (confusingly) “distributed computing”–i.e., harnessing idle desktops.

Continue reading

ได้แล้ว … หนังสือ Game Theory กับ Combinatorial Optimization

photo

เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ผมสั่งหนังสือ 2 เล่มจาก Amazon คือ THE COMPLETE IDIOT’S GUIDE(R) TO Game Theory (โดย Edward C. Rosenthal) กับ Combinatorial Optimization Algorithms and Complexity (โดย Christos H. Papadimitriou กับ Kenneth Steiglitz) เนื่องด้วย Amazon ลดราคาหนังสือทั้งสองจนราคาที่รวมค่าขนส่งแล้ว ถูกกว่าผมซื้อที่สิงคโปร์ประมาณสิบเหรียญเลย บวกกับผมชอบสะสมหนังสือที่เกี่ยวกับ operations research อยู่แล้วก็เลยซื้อเก็บไว้ซะ

เล่มแรกเกี่ยวกับ game theory นั้นออกจะเบื้องต้นจริงๆ เหมาะสำหรับนักเรียนนักศึกษาหรือคนที่อยากมีความรู้พื้นฐาน(มากๆ)ทางด้าน game theory แต่คนที่อยากได้ theory ที่เป็น math เข้มข้น เล่มนี้ไม่เหมาะอย่างยิ่งนะครับ ผมมีหนังสือ game theory อยู่หลายเล่มพอควร แต่ส่วนใหญ่จะเข้มข้นไปหน่อย ซึ่งไม่เหมาะกับ idiot อย่างผม ดังนั้น game theory เล่มนี้จึง(น่าจะ)ประเทืองปัญญาของผมได้ไม่มากก็น้อย ส่วนอีกเล่มที่ได้มานั้นว่าด้วยเรื่อง combinatorial optimization เล่มนี้มีเนื้อหาเข้มข้นพอสมควร มี math รสชาติจัดจ้านถึงใจ และเน้นไปที่ algorithm กับ complexity ของ algorithm และรีวิวของหนังสือเล่มนี้ที่ Amazon ถือว่าดีมาก ห้าดาวเลยทีเดียวครับ

เมื่อ Cloud ล่ม อย่าลืมนึกถึง SLA

ผมได้เล่าถึงคุณลักษณะ 3 ประการของ cloud computing ไปแล้วว่า cloud computing นั้นล่มได้ และการจะทำให้ cloud นั้นล่มยากนั้นมีต้นทุนสูง ถึงแม้ว่าโดยพื้นฐานแล้ว cloud  นั้นออกแบบมาให้รองรับกับโหลดของระบบมีที่มหาศาลได้อย่างยืดหยุ่นก็ตามแต่ cloud ก็สามารถล่มได้เป็นครั้งคราว

cloud ล่มนั้นเป็นเรื่องจริงและเป็นที่ตระหนักของผู้ให้บริการ รวมไปถึงลูกค้าด้วย (แม้จะไม่ทุกคนก็ตาม) ท่านจะเห็นได้ว่า ผู้ให้บริการส่วนใหญ่ไม่ได้รับประกันว่า ผู้ให้บริการสามารถบริการ cloud ให้ทำงานได้ปกติ 100% ตลอดเวลา (ถึงแม้จะประกันไว้ 100% ก็ใช่ว่าจะไม่ล่ม!) โดยตัวเลข % นี้ บางทีเราก็เรียกแบบบ้านๆว่าเป็น “ร้อยละของเวลา uptime ที่ระบบทำงานปกติ” (หรือ % uptime)  ส่วนใหญ่ผู้ให้บริการ cloud จะกำหนด% uptime ที่รับประกันอย่างน้อยประกอบไปด้วยเลข 9 สามตัว หรือ 99.9% โดย % uptime บ่งบอกถึงระดับคุณภาพการให้บริการ และสามารถสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้าได้ โดยบอกเป็นนัยว่าผู้ให้บริการจะรักษาคุณภาพบริการไว้ได้มากน้อยเพียงใด

ในเอนทรีนี้ ผมจะพูดถึง % uptime ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ลูกค้าบริการ cloud และบริการที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องทราบ โดย %uptime นี้จะถูกระบุไว้ในเอกสาร “ข้อตกลงระดับบริการ” (service level agreement) หรือเรียกสั้นๆว่า SLA ทั้งนี้เอกสาร SLA เป็นเอกสารที่กล่าวถึง รายละเอียดของการให้บริการ cloud ว่าผู้ให้บริการนั้นประกันบริการที่ครอบคลุมและไม่ครอบคลุมเรื่องอะไรบ้าง รวมถึงจะชดเชยค่าเสียหายให้ลูกค้าอย่างไรหากรักษาคุณภาพของบริการไม่ได้

Continue reading

Cloud ล่มได้ และการทำให้ล่มยากนั้นมีต้นทุนสูง

ต่อเนื่องจากเอนทรีก่อนหน้าที่ผมกล่าวถึง ลักษณะ 3 ประการของ cloud computing  อันได้แก่ อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา เรื่องดังกล่าวสามารถเขียนได้ยาวเหยียดจริงๆนะ และเราจะเห็นว่าข่าวค(ล)าว(ด์)ล่มจะร้อนต่อเนื่องไปอีกช่วงหนึ่ง ดั่งที่ผมเห็นหลายคอมเมนต์ใน blognone หรือแม้แต่ twitter ที่สรุปได้ใจความว่า “cloud computing ล่มได้” ซึ่งมันเป็นความจริงครับว่า cloud ล่มได้ และเป็นการโฆษณาเกินจริงหากกล่าวว่า “cloud เทพ cloud สุดยอด cloud ไม่มีวันล่ม”

ผมเองไปค้นหาข้อความเก่าๆของผมใน blognone ว่าผมเคยพูดอะไรเกี่ยวกับ “การล่มของ cloud computing หรือเปล่า?” ก็ไปเจอ ข่าวชื่อ อเมซอนเตรียมขยายฐานบริการ AWS ไปยังภูมิภาคเอเชีย โดยผมได้กล่าวว่า อเมซอนเขามีบริการกลุ่มเมฆที่ชื่อ Amazon EC2 และเขาก็มีศูนย์ข้อมูล (datacentre) ตั้งในสถานที่ต่างๆ โดยปัจจุบัน อเมซอนแบ่งสถานที่ตั้งของศูนย์ข้อมูลออกเป็น 5 ภูมิภาค (region) ด้วยกัน คือ US-West, US-East, Europe (Ireland), Singapore, และก็ Japan นอกจากนี้ในแต่ละภูมิภาคก็ยังแบ่งได้หลายโซนหรือที่เรียกว่า availability zone โดยแต่ละโซนก็เปรียบเสมือนศูนย์ข้อมูล 1 แห่ง โดยย่อหน้าเต็มที่เกี่ยวข้องที่ผมเขียนในข่าวนั้นกล่าวไว้ดังนี้

Continue reading

Cloud computing มีลักษณะ 3 ประการ

ระยะนี้มีข่าวค(ล)าว(ด์)เกี่ยวกับ cloud computing ออกมาเยอะอย่างต่อเนื่อง และผมก็ไม่เคยจะได้พูดถึงข้อจำกัดของ cloud computing ซักเท่าไหร่ จนช่วงหลังมีคนเข้ามาถามผมทางอีเมลเยอะมากเกี่ยวกับเรื่องข้อจำกัดของ cloud computing โดยเฉพาะในเรื่องความน่าเชือถือของ cloud computing

เนื่องจากผมไม่อยากพิมพ์เมลตอบยาว ผมเลยตอบสั้นๆว่า cloud computing มันหนีไม่พ้นกฎไตรลักษณ์หรอก หากขยายความอีกนิดหน่อย คือ cloud computing มีลักษณะ 3 ประการ ดังนี้

Continue reading