Posted by: javaboom on: December 7, 2009
พรุ่งนี้ผมต้องไปนำเสนอผลงานตีพิมพ์ทางวิชาการ 2 ผลงานด้วยกัน ตามที่เคยแจ้งไปก่อนหน้านี้แล้ว งานประชุมนี้ก็มีชื่อว่า IEEE Asia-Pacific Services Computing Conference 2009 หรือชื่อสั้นๆคือ IEEE APSCC 2009 จัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 7-11 ธันวาคม ซึ่งเป็นถิ่นของผมเอง ก็ทำให้เดินทางสะดวกหน่้อย ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมาย แต่ค่าลงทะเบียนโหดมากครับ เช่น ถ้าเป็นนักศึกษานี้ต้องจ่ายแพงถึง S$450 เลยแหละ (ประมาณ 10,800 บาท) แต่ถ้าเป็นอาจารย์/บุคคลทั่วไปก็ต้องจ่ายแพงกว่า 2 หมื่นกว่าบาทเลยทีเดียว (ดูค่าใช้จ่ายได้ที่หน้่านี้)
งาน IEEE APSCC 2009 ก็ถือว่าไม่ใหญ่มากไม่เล็กมาก แต่ก็ยังถือว่าเป็นงานประชุมหน้าใหม่ แต่ทว่าผลงานวิชาการหรือเปเปอร์ที่ส่งมางานนี้ เท่าที่ดูชื่อเปเปอร์ก็ถือว่าใช้ได้ทีเดียว acceptance rate ก็ถือว่าดีพอสมควรคือ 22.60% เทียบกับ IEEE/ACM CCGrid 2009 ซึ่งเป็นงานประชุมชั้นดีที่ผมเคยส่งก่อนหน้่านี้ก็ถือว่าไม่เลว โดย CCGrid 2009 มี acceptance rate อยู่ที่ 21% (อ้างอิง) อย่างไรก็ตาม เรื่อง acceptance rate ผมไม่สนเท่าไหร่ ผมขอให้งานของผมได้ลงใน IEEE หรือ ACM ก็พอใจแล้วครับ สำหรับรายชื่อเปเปอร์ก็ดูได้ที่หน้านี้ ส่วนเปเปอร์ของผมเองคือหมายเลข 14 กับ 40
ผมขอแปะบทคัดย่อ (abstract) พร้อมสไลด์ของผลงานทั้งสองของผมที่ตีพิมพ์ลง IEEE APSCC 2009 ไว้ที่นี่ด้วย ดังนี้
Posted by: javaboom on: November 23, 2009
ผมไม่ได้มาอัพบล็อกนานแสนนานจนบางครั้งก็ลืมไปว่าผมมีบล็อกแห่งนี้อยู่ เหตุผลก็เรื่องเดิมๆ คือ ปั่นงาน-ปั่นเปเปอร์ครับ ผมเคยคิดว่าผ่าน phd confirmation แล้ว งานน่าจะเบาลง ที่ไหนได้งานหนักขึ้นเรื่อยๆ
โอเคครับเข้าเรื่องกัน … เรื่องก็มีอยู่ว่า สองสามเดือนมาแล้วผมไม่ได้เข้าไปอ่านเปเปอร์วิชาการเกี่ยวกับ cloud computing (หรืองานที่เกี่ยวข้อง) ล่าสุด ผมเข้าไปอัพเดตเปเปอร์พบว่า มีเปเปอร์ตีพิมพ์เกี่ยวกับ cloud computing เยอะมากมายเลยครับ เอาแค่ในฐานข้อมูลของ IEEE ก็มีไม่ต่ำกว่า 100 เปเปอร์ ผมแนะนำท่านที่สนใจไปค้นหาเปเปอร์เหล่านั้นได้ใน IEEE ครับ
Posted by: javaboom on: September 29, 2009
วันนี้เวลา 10 นาฬิกาของประเทศสิงคโปร์ ผมมีสอบ phd confirmation ครับ ในห้องสอบมีผู้เข้าฟังเพียง 9 ท่าน อาจารย์ 5 ท่าน และผู้ที่กำลังศึกษาปริญญาเอกอีัก 4 ท่าน การนำเสนอผลงานผ่านพ้นไปด้วยดี กรรมการสอบมียิงคำถามมาระหว่างที่ผมนำเสนอบ้าง ทำให้ระยะเวลานำเสนอหดลงไปอีก แต่ผมก็ควบคุมเวลานำเสนอให้แล้วเสร็จตามกำหนดจนได้ (ซึ่งผมพูดแทบจะหายใจไม่ทัน) และเมื่อนำเสนอจบ อาจารย์ก็ยิงคำถามแนวท้าทายหรือ challenge อีกจำนวนหนึ่ง แต่ผมก็เอาตัวรอดมาได้แบบหวุดหวิด หลังจากถาม-ตอบแล้ว อาจารย์แต่ละท่านก็แนะนำสิ่งที่น่าสนใจเพิ่มเติมที่ผมสามารถเอาไปปรับปรุงงานต่อไปได้ ซึ่งสิ่งที่ท่านนำเสนอมา น่าสนใจทีเดียวครับ และอาจารย์ก็กล่าวสรุปผลว่า Congratulations!
ในที่สุดก็ผ่านไปได้ด้วยดีครับ ได้เปลี่ยนสถานะเป็น PhD candidate ซะที พร้อมได้เงินเดือนเพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง (ผมรับทุนเป็นค่าเล่าเรียนและเงินเดือนจากมหาลัย NTU ที่ผมกำลังเรียนอยู่) … ดีใจครับดีใจ แต่คงดีใจได้ไม่นาน เพราะหลังจากนี้ ผมมีงานที่หนักและท้าทายกว่านี้รออยู่อีกเ้ยอะ และต้องจบด้วยการสอบ Defense อีก ซึ่งเมื่อไหร่เนี่ย? อืม …. น่าคิด
Posted by: javaboom on: September 25, 2009
ผมคิดว่าหลายๆท่านมีความเชื่อเหมือนผมว่าสินค้าไอทีเป็นสินค้าแฟชั่นได้ด้วย และ cloud computing ก็จัดว่าเป็นแฟชั่น อย่างคำว่า cloud ก็กลายเป็นชื่อแฟชั่นที่ดูสวยหรู ดั่งที่คนพากันเรียกว่า cloud เป็น buzzword หรือ fashion word กัน ดั่งเช่น บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ยักษ์เล็กหลายบริษัทแห่กันออกผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตีตราคำว่า cloud เข้าไปในชื่อผลิตภัณฑ์หรือบริการของตน ถ้าอ้างอิงตาม Gartner แล้วเขาบอกว่า vendor ในอุตสากรรมไอทีทุกเจ้าเลยแหละที่ขนกลยุทธ์ด้าน cloud computing กันออกมา แม้กระทั่งในงานวิจัยเอง หัวข้อ cloud computing ก็ดังพลุแตกเช่นกัน อย่างงานประชุมวิชาการงานหนึ่งที่มีชื่อเสียงของ IEEE ชื่อ CCGrid จากแต่ก่อน CCGrid มีชื่อเต็มว่า Cluster Computing and the Grid ครั้งต่อไปไม่ได้ชื่อนี้แล้วนะครับ โดย CCGrid ก็เล่น buzzword คำนี้กับเขาเหมือนกัน จนมีชื่อเต็มชื่อใหม่ว่า Cluster, Cloud, and Grid Computing (ดูได้ที่เว็บงาน CCGrid 2010)
ผมเห็นด้วยกับซีอีโอของออราเคิลคุณ Larry Ellison ที่พูดเหน็บ cloud computing ตามคลิปวิดีโอด้านบน ส่วนจะมีอะไรในกอไผ่หรือในใจ Ellsion หรือเปล่าผมคงกล่าวหาอะไรไม่ได้ แต่เท่าที่ผมทราบคือ ออราเคิลเองก็ลุยตลาด cloud computing กับเขาเหมือนกัน และดูเหมือนว่่าออราเคิลจะอ้างว่า ออราเคิลมีผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า grid computing แต่มีความสามารถเด่นที่ชื่อว่า elasticity (อันเป็นคุณสมบัติเด่นของ cloud computing) ก่อนที่ cloud computing ติดกระแสแฟชั่นซะอีก … จริงเท็จยังไง ผมไม่ทราบ เพราะผมไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นของออราเคิล ซึ่งอาจจะเป็นจริงอย่างออราเคิลอ้างไว้ก็ได้ เพราะหลักการดังกล่าวก็ใช่ว่าจะมีความยุ่งยากในการพัฒนาโดยยักษ์ใหญ่อย่างออราเคิลแต่อย่างใด
Posted by: javaboom on: September 15, 2009
เนื่องจากช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา มีผู้ที่สนใจ cloud computing และหัวข้อด้าน virtualization หลายท่านอีัเมลมาถามผมว่าจะทำหัวข้อวิจัยอะไรดี สำหรับท่านที่เรียนปริญญาตรีอยู่ก็ถามหาหัวข้อโปรเจ็คที่เกี่ยวกับ cloud computing ถ้านับตามเวลาถึงวันนี้ก็ไม่ต่ำกว่า 10 ท่านแล้วครับ ผมจึงได้รวบรวมคำตอบไว้ระดับหนึ่ง ใครถามผมมา ผมก็เอาคำตอบที่เป็น template เดิมๆตอบไป ยกเว้นซะว่าท่านที่ถามมาจะมีไอเดียและยิงคำถามเฉพาะเจาะจงมา ผมถึงจะตอบได้ตรงประเด็น
โอเค เข้าเรื่องกันครับ … เอาเข้าจริงๆแล้ว งานวิจัยด้าน cloud computing ก็มุ่งไปที่การแก้ปัญหาหลายๆอย่างดั่งที่เราเคยเห็นกันทั่วไปใน distributed system ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพราะ cloud computing ก็เป็น distributed system ดีๆนี่เอง ส่วนคุณสมบัติที่(น่าจะ)ทำให้ cloud computing ดูโดดเด่น และทำให้ cloud computing แตกต่างไปจาก distributed system หลายๆโมเดลที่ผ่านมาก็คือ cloud computing เสนอโมเดลที่ผู้ให้บริการทรัพยากรคอมพิวเตอร์สามารถนำเสนอระบบแก่ลูกค้าที่สามารถยืดได้หดได้อย่างยืดหยุ่น เพื่อปรับขนาดระบบ(หรือฟิต)กับความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างทันท่วงที และเราก็นิยมเรียกคุณสมบัตินี้ว่า elasticity (หรือ auto-scaling) กล่าวคือ มันสามารถที่จะ scale up และ scale down ได้อย่างยืดหยุ่นทั้ง vertical scale และ horizontal scale (คงได้พูดถึง scalability เมื่อมีโอกาส) และจะรวมไปถึงความสามารถที่เรียกว่า “dynamic provisioning”
ผมจะไม่ลงรายละเอียดกับคำว่า elasticity และ dynamic provisioning ในบทความนี้ (อาจจะยกยอดไปเขียนอีกครั้ง ถ้ามีโอกาสนะ) ท่านใดสนใจอยากทราบจุดเด่นของ cloud computing กับสิ่งที่เรียกว่า elasticity และ dynamic provisioning สามารถศึกษาได้ในรายงานของ Berkley ที่ชื่อ Above the Clouds: A Berkeley View of Cloud Computing
ส่้วนอีกปัจจัยที่ทำให้ cloud computing ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากภาคธุรกิจก็คือ cloud computing ทำเงินได้จากโมเดลที่เรียกว่า utility computing ซึ่งโมเดลนี้เป็นความฝันของ distributed system มาหลายสิบปีแล้วและก็มีหลายบริษัทเคยพัฒนามาแล้ว แต่ทว่า utility computing เริ่มปรากฎให้เห็นเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นในยุคที่ distributed system มาบรรจบกับ virtualization พร้อมกับโมเดลก่อนๆที่เข้มแข็งอย่าง grid computing และคุณสมบัติที่ดูโดดเด่นอย่าง elasticity ที่เกิดขึ้นได้ไม่ยากเมื่อมีทรัพยากรคอมพิวเตอร์จำนวนมหาศาลที่ให้บริการผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต(ความเร็วสูง) จนท้ายที่สุดก็บังเกิดเป็น cloud computing ขึ้นมานั่นเอง
Posted by: javaboom on: September 13, 2009
เมื่อวานนี้ผมได้รับอีเมลตอบรับการตีพิมพ์ผลงานลงงานประชุมวิชาการของ IEEE งานประชุมนี้มีชื่อว่า Asia-Pacific Services Computing Conference หรือ IEEE APSCC 2009 ครั้งนี้ก็จัดเป็นครั้งที่สามแล้ว ปีนี้จัดที่สิงคโปร์ (ถิ่นผมเอง) ระหว่างวันที่ 7-11 ธัีนวาคม ครั้งก่อนๆจัดที่จีนกับญี่ปุ่น เดี๋ยวจัดไปเกาหลีแล้วผมจะส่งไปอีก (อยากไปเกาหลี)
สำหรับงานครั้งนี้ ผมมีผลงานสองผลงานที่ได้รับ accept โดยทั้งสองผลงานก็เกี่ยวกับ cloud computing ครับแต่เน้นจุดขายผลงานแตกต่างกันไป ขอเกริ่นงานทั้งสองคร่าวๆไว้ตามลำดับ ดังนี้
Posted by: javaboom on: September 8, 2009
หลังจากผมส่งรูปเล่มรายงานเพื่อขอเปลี่ยนฐานะไปเป็น PhD candidate ในที่สุดวันนี้ ผมก็ทราบวันสอบแล้วครับ คือวันที่ 29 กันยายนนี้ โอ่ว … รอมาเป็นเดือนเลยครับ และต้องรอไปอีก 20 วันก่้อนถึงวันสอบ เครียดเรื่องใหม่อีกแล้วครับท่าน กรรมการสอบท่านหนึ่งเป็นสุดยอดทางด้าน optimization ซะด้วย งานนี้ผมชักกดดันแล้วสิ เรื่องคำถามทางเทคนิคอย่าง distributed system, cloud computing, และ virtualization ผมไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ ผมกังวลก็เรื่อง math นี่แหละ
หลังสอบเสร็จ ผมวางแผนกลับเมืองไทยช่วงวันที่ 10 – 12 ตุลาคมไปงานครบรอบ 1 ปีการจากไปของคุณแม่ผมครับ
Posted by: javaboom on: September 7, 2009
ช่วงนี้ผมเริ่มมีความเครียดจนเข้าขั้นโรคจิตแล้วสิ ไม่ทราบว่าเป็นโรคจิตอ่อนๆหรือเต็มขั้นก็ไม่ทราบ จริงๆก็ไม่ทราบว่าจะเครียดทำเบื๊อกอะไรนะครับ จริงๆเจอเรื่องให้เครียดมากมาย แต่ดันมาเครียดเอาง่ายๆ เรื่องเครียดก็มี 3 เรื่องด้วยกัน
ถ้าผมจิตเสื่อมจนกระทั่งพารานอยด์แบบ John Forbes Nash นะ ผมก็อยากให้ผลงานผมออกมาดี ไม่ต้องได้โนเบลแบบท่านอาจารย์ Nash ก็ได้ ขอให้ผมจบเอกตามเวลาและได้ผลงานที่มีคุณภาพ ผมก็พอใจแล้วครับ
Posted by: javaboom on: August 23, 2009
หมายเหตุ ผมไม่ได้มีเจตนาใส่ร้าย/ดูหมิ่นสินค้าที่กล่าวในนี้แต่อย่่างใด แต่ยอมรับว่าพาดพิงถึง
ต่้อเนื่องจากโพสต์อันเก่าของผม น้องเปิ้ลป่วยเพราะจอดับ ซึ่งสรุปสั้นๆให้ฟังในที่นี้ก็คือ ผมใช้ Macbook Pro (MBP) เครื่องหนึ่งมาได้ปีกว่า แล้วดันมีปัญหาเกิดจากการที่ผมใช้งานเครื่องได้สักระยะหนึ่ง แล้วอัพเ้ดทอะไรบางอย่างและต้องรีสตาร์ท พอรีสตาร์ทปึ๊ป จอดับ ไม่สามารถบู๊ตเครื่องได้ตามปกติ โอ่วแม่เจ้า .. เครื่องหมดประกันแล้ว และไม่มี Apple Care แต่ผมยังพอมีหวัง เพราะได้ข่าวว่าเป็นความผิดพลาดจากการ์ดจอ NVIDIA ซึ่งแอปเปิ้ลยินดีเปลี่ยนให้ (ใจดีจัง)
Posted by: javaboom on: August 5, 2009
I just only need to see this girl, that’s invaluably enough.
We have already heard about Anything 2.0 such as Web 2.0, Grid 2.0, Government 2.0, Business 2.0, Business Intelligence 2.0, Enterprise 2.0, Ecommerce 2.0, Microsoft 2.0 and Wife 2.0 (pls don’t try the last one). The buzzword “Anything 2.0″ states that Anything has been changed to the new/next transition/generation. For me, “2.0″ becomes fashion; new “2.0″ terms have been coined more and more. Although this “2.0″ obviously seems fashion, this fashion inspires the world in some ways. Do you think so ?
Posted by: javaboom on: August 3, 2009

ในสัปดาห์ที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้ถอยโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่มาึ เรื่องดำเนินมาจากตอนเดิมที่มีคนหาว่าผมอายุต่ำกว่า 21 ในครั้งนั้นทำให้ผมเกือบซื้อ HTC Touch Pro 2 ไปแล้ว แต่ทว่าท้ายที่สุดผมก็ไม่ได้ถอย Pro 2 น่ะ หากแต่เป็น NOKIA N97 ตามภาพด้านบนนี่เอง
ผมคงไม่แนะนำคุณสมบัติของ N97 นะครับ เพราะมีเว็บไซต์หลายแห่งได้แนะนำไปแล้ว มีเว็บหลายทีเดียวที่เปรียบเทียบมวยระหว่าง Pro 2 กับ N97 ผมเองก็มีโอกาสได้ดูฝีมือทั้งสองฝ่ายมาระยะหนึ่ง ท้ายที่สุดก็เทใจไปให้ N97 ไม่ขอลงรายละเอียดว่าอะไรคือเหตุผลทั้งหมดที่ซื้อ แต่เหตุผลหนึ่งคือเรื่องราคา และผมได้ voucher ส่วนลดมาด้วย จึงทำให้ N97 ตัวนี้ราคาลงไปอีกเยอะ แุถมยังมี Comes with Music ติดมากับเครื่อง ทำให้ผมสามารถดาวน์โหลดเพลงลิขสิทธิ์ได้ยาวนานถึง 1 ปีเลย
Posted by: javaboom on: July 19, 2009
ถ้านึกไม่ออกว่าเปิ้ลจอดับเป็นไง ก็ดูตามคลิปด้านบน
คำเตือน โปรดอย่าผวนคำ
เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนที่เพิ่งผ่านมานี่เองครับ เครื่อง MacBook pro คู่ใจของผมมีปัญหาขัดข้อง ปัญหามันคือ จอแอลซีดีมันไม่แสดงผลน่ะ หรือ blank screen ทั้งๆที่เครื่องก็เปิดได้บู๊ตได้ตามปกติ สามารถกดปุ่มปรับเสียง ไฟสถานะของคีย์บอร์ด ปุ่ม caplock ปุ่ม num lock ก็ใช้ได้ตามปกติ แต่ทว่าไม่มีภาพแสดงบนจอ มันมืดสนิทเลย คือ เครื่อง mac เวลาเปิดเครื่อง มันจะมีเสียงต้อนรับ ซึ่งเครื่องผมก็ส่งเสียงตามปกติ และถัดไปต้องมีหน้าจอเทาแสดงรูปผลไม้แอปเปิ้ลกลางจอ แต่ไม่มีจอเทาอย่างใด มืดตึ้ดตื๊ออย่างเดียว
Posted by: javaboom on: July 17, 2009
เมื่อวานนี้ (16 ก.ค.) ผมได้มีโอกาสเยือนบริษัท vmware ตั้งแต่ผมมาอยู่สิงคโปร์เนี่ย ผมว่าผมได้บุกรังบริษัทมาหลายบริษัทมากเลยครับ ในปีนี้ผมได้รับโอกาสให้ไปบุกบริษัทเพื่อเก็บเกี่ยวข้อมูลผลิตภัณฑ์ด้านการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ รวมถึง virtualization ที่ผ่านมาก็มี Microsoft, Platform, Citrix, Yahoo!, และ iDA (หน่วยงานรัฐของสิงคโปร์) มีที่มาเยือนถึงที่ทำงานก็มีเช่น IBM, Sun Microsystems, Dell, กับ HP ถ้าเป็นไปได้ ครั้งหน้าผมอยากจะเจอ Google ครับ
… ลองแวะไปดูเหตุการณ์เก่าๆของผมได้ในหมวด virtualization กับ cloud computing
Posted by: javaboom on: July 12, 2009
สัญญาสมัครอินเทอร์เน็ตบอร์ดแบนด์ของบริษัท M1 (แหล่งข้อมูล)
เมื่อวานที่ผ่านมาผมไปเดินเล่นที่ห้าง Paragon (ที่สิงคโปร์นะ) ถนน Orchard [แผนที่] และก็ผ่านศูนย์ M1 ก็ไปเจอป้ายโฆษณาสมัครบริการอินเทอร์เน็ตบอร์ดแบนด์ของ M1 เห็นแล้วตกใจเลยครับท่าน มันเมพขิงๆ มันสุโค่ยมากๆ หากสมัครแบบต่อสัญญา 2 ปีเนี่ย 10Mbps มันเพียง S$40.60 ต่อเดือน (ประมาณ 954 บาท) แต่ถ้างานดีมีตังค์หน่อยและอยากได้เน็ตแรงไม่ง้อใคร ก็นี่เลยครับ 100Mbps จ่าย S$64.90 (ประมาณ 1,525 บาท) ถ้าจะเล่นแบบไร้สายก็มี รายละเอียดอยู่ที่หน้านี้ หากอยากได้ความแรงไร้สายที่ 7.2 Mbps ราคาที่ S$48.51 (ประมาณ 1,140 บาท)
Posted by: javaboom on: July 9, 2009
เดือนนี้ยังไม่มีอะไรอัพเดตก็ขอเอาเรื่องผ่าเครื่องเดลล์มาโชว์ให้ดูแล้วกัน จริงๆแล้วเหตุการณ์นี้เกิดเมื่อต้นเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาแล้ว อะ … เรื่องก็ต่อเนื่องมาจาก เปิดตัว Cloud Computing Testbed (ภาค 2) คือ เบลดเดลล์ตัวนึงมันงอแง มันไม่ยอมบู๊ต ผมก็เลยโทรตาม support มาดูแลให้ ผมก็เลยขอเข้าไปผ่าเบลดกับเขาด้วยเลย