Posted by: javaboom on: April 30, 2008
หัวข้อนี้ “รู้ Unix ก็แก้ปัญหา iPhone ได้” อาจจะฟังดูเว่อร์ไปหน่อย แต่ถ้าเติม (ไม่น้อย) เข้าไป ก็ฟังดูสมเหตุสมผลขึ้นมาได้ครับ ในเมื่อ iPhone มันเป็น Computer ดังนั้น ปัญหามันจึงเกิดได้ทั้งจาก Hardware, Applition Software และ OS อย่างไรก็ดี มันคงยากที่เราจะแกะ Hardware กับ Application แต่ OS เราก็เรียนรู้มาแล้วบ้างนิครับ อย่างน้อยเราก็แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ 1 ส่วน จากหัวข้อล่าสุดของผม ผมได้พบปัญหาของ iPhone สำหรับตอนนี้ผมทราบแล้วครับว่าปัญหามันเกิดจากอะไร ที่ผมสมมติฐานไว้ในหัวข้อที่แล้วไม่ใช่เลยครับ มันคนละเรื่องเลย จริงๆแล้วมันเป็นปัญหาพื้นๆมากๆ แต่เส้นผมบังภูเขา เพราะผมมัวไปคิดว่า iPhone มันก็แค่โทรศัพท์มันไม่น่าจะซับซ้อนอะไรมาก แต่ผิดคาดมันใช้ Unix นี่นา ดังนั้นมันก็ต้องซับซ้อนขึ้นมาอีกระดับ หลังจากผมใช้ command พื้นฐานของ Unix ไปจัดการ ตอนนี้ผ่านแล้วครับ ก่อนหน้านี้ ผมไปค้นหาวิธีแก้ไขต่างๆจากเว็บบอร์ดต่างๆ ผมพบว่าวิธีเหล่านั้นอาจจะใช้ได้กับบางเหตุการณ์น่ะครับ แต่ใช้กับเหตุการณ์ที่ผมเจอไม่ได้ วิธีผมอาจจะแก้ไม่ได้ครบทุกกรณีครับ และผมก็ไม่กล้าจะไปลองทุกกรณีครับ iPhone ไม่ได้ราคาถูกสองสามร้อย ไม่งั้นคงเปิดเครื่อง จัดการแงะระบบชิ้นต่อชิ้นแล้ว โอเค [...]
Posted by: javaboom on: April 30, 2008
เมื่อคืนผมแทบไม่หลับไม่นอน เพราะเจ้า iPhone นี่แหละครับ ผมแกะไปแกะมา พบปัญหาหลากหลายมาก จริงๆถ้าเราซื้อ iPhone มาแบบ official และอย่าไปติดตั้งโปรแกรมของ 3rd party เพิ่มหรือไปหาเรื่องแกะระบบภายในมันก็คงไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ แต่อย่างว่านะครับ ความอยากรู้และสงสัย ก็ทำให้ผมอยากถอดความลับของมันดู ตอนนี้ นอกจากลงภาษาไทยแล้ว ผมลง BSD BaseSystem, Ruby, Python, TCL, SSH, VNC และอีกหลายๆโปรแกรม แต่หลายตัวผมก็ต้องรื้อออก เพราะมันทำให้เครื่องรวน แต่กว่าจะรื้อออกได้ก็เล่นเอาใจหายพอควร เพราะมันมี error แปลกๆเกิดมาเรื่อยๆ
ตอนนี้ผมเจอปัญหามากมายหลายตัว วิธีการแก้ปัญหามันไม่มีเป็น Official เลย เพราะที่เราทำมันก็ใต้ดินอยู่แล้ว ดังนั้น การจะหาความช่วยเหลือแบบได้คำตอบถูก 100% ไม่มีแน่ วิธีที่ผมแก้ก็ไม่มี Step แน่นอน บางครั้งใช้วิธีเดียวที่เคยแก้ปัญหาเดิมที่เคยใช้ได้ แต่ต่อมามันก็กลับใช้ไม่ได้ ผมเลยพบว่าถ้าหากมีสถานการณ์หรือลำดับเหตุกาณ์แตกต่างไป วิธีการแก้ก็แตกต่างด้วย เช่น ลงโปรแกรม A ตามด้วย B จะต่างจากลง B ตามด้วย C, ติดตั้งโปรแกรม A ควบกับ B จะมีผลกระทบกับ C [...]
Posted by: javaboom on: April 29, 2008
ในที่สุดผมก็สอบ final ของเทอมนี้เรียบร้อยแล้วเมื่อวานนี้นี่เอง ช่วงนี้ผมขอพักผ่อนสมองหน่อยนะครับ แล้วจะกลับมาเพิ่มเนื้อหาใน Boomarica ต่อ เมื่อวานเพิ่งไปถอย iPhone 16 GB ก่อนหน้านี้ผมคิดว่ามันก็งั้นๆ ทำอะไรไม่ค่อยได้ คิดว่าคงเหมือนกับ Mobile Phone + iPod คงสู้ PDA Phone ที่เป็น Pocket PC ไม่ได้หรอก แต่ผมเปลี่ยนใจแล้วครับเมื่อได้แกะกลไกของมันบางอย่าง ก็รู้แล้วว่ามันเหนือกว่า Pocket PC อยู่หลายขุม จริงๆแล้ว iPhone ก็คือ Apple MacIntosh ที่โทรศัพท์ได้ และติดตั้งระบบปฏิบัติการ MacOSX แบบย่อส่วนดีๆนี่แหละครับ หรือกล่าวได้ว่าเป็นคอมขนาดเล็กที่ติดตั้ง Unix ระบบไฟล์และ shell ก็เลยเป็นแบบ Unix ความสามารถอาจจะสู้ PC ไม่ได้ แต่มันก็มีฟังก์ชันที่เพียงพอต่อการเป็นโทรศัพท์ผสมคอมพิวเตอร์ ผมทำการลงภาษาไทยด้วยตนเองเป็นที่เรียบร้อย ในบางเว็บอ่านไทยได้เก๋ากว่าบน Firefox กับ Opera อีกครับ ตอนนี้ผมลองเล่น SSH, VNC, XTerm, Apache WebServer+PHP, Python, Ruby, บน [...]
Posted by: javaboom on: April 26, 2008
เมื่อวานตอนพักเที่ยง ผมอยากทำอะไรแก้เซ็ง ผมจึงเข้า google แล้วลอง search ชื่อตัวเองดู โดยใช้ชื่อนามสกุลจริงของผมเป็น keyword ว่า “sivadon chaisiri” ผลปรากฎว่าก็มีโผล่มาบ้าง แต่มีผลลัพธ์หนึ่งจากการค้นหาที่น่าสนใจและทำให้ผมงงพอควรว่ามาเกี่ยวกับผมได้อย่างไร มาดูกันครับว่าเป็นผลลัพธ์อะไร
Posted by: javaboom on: April 25, 2008
“ไม่อยากมีแค่กิ๊ก ขอเป็นมากกว่ากิ๊กได้หรือเปล่า?”
อยู่ดีๆไม่ชอบ แกว่งเท้าหาเสี้ยนจริงๆนะผม กิ๊กหนอกิ๊ก ภรรยาของผมเล่นงานผมแน่ๆ! …… โอเคก่อนที่จะเข้าใจผมผิดกันไปกันใหญ่ ผมต้องรีบแก้ตัวก่อนครับว่าผมไม่มีกิ๊ก ไม่มีกั๊ก ไม่มี Electronic Mouse (E-Mouse แปลเป็นไทยเอาเอง) ใดๆทั้งสิ้นครับ หักเขี้ยวและลบลายเสือไปนานแล้ว ว่าไปโน่น! หรือว่าผมได้คิดเทคโนโลยีใหม่ นั่นคือ Gig Management System (GMS) หรือไง… ไม่ใช่อีกครับ เกี่ยวกับเรื่องไรมาดูกันครับ
คำเตือน ถึงนักศึกษาคอมที่กำลังหาหัวข้อ Project อย่าบ้าจี้ทำหัวข้อ GMS เชียว เรียนไม่จบแน่ๆ แต่อาจจะจบชีวิตด้วยฝีมือแฟน … กิ๊กไม่ใช่แฟน แต่ถ้าแฟนรู้ ต้องแหล เอ้ย! ต้องเลิก
Posted by: javaboom on: April 22, 2008
วันนี้ตอนพักเที่ยงผมเข้าไปอ่านข่าวเก่าๆของสำนักข่าว BBC จนไปเจอข่าวไอทีที่ลงเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา หัวข้อข่าวคือ “IBM races to make hi-tech memory“ ซึ่งผมสรุปใจความในข่าวพอย่อๆแล้วกันนะว่า IBM เขากำลังวิจัยและพัฒนาหน่วยความจำประเภท secondary storage แบบใหม่ที่ชื่อ Racetrack memory โดยจุดมุ่งหมายในการออกแบบเจ้าหน่วยความจำนี้ก็เพื่อต้องการหน่วยความจำที่เร็ว,เก็บข้อมูลได้มาก,และทนทาน โดยใช้ต้นทุนต่ำ และเขาก็บอกว่าหากโครงการนี้สำเร็จและนำออกขายจริงแล้ว เราจะได้เห็นเครื่องเล่น MP3 ที่เก็บเพลงได้กว่า 500,000 เพลง หรือมีความจุที่มากกว่าเครื่องเล่น MP3 ในยุคปัจจุบันถึง 100 เท่า ในปี 2008 ส่วนใหญ่เครื่องเล่น MP3 ก็จะมีความจุอยู่ที่ 2 – 16 GB แล้วปัจจุบันนี้ล่ะ เป็นอย่างไรบ้างครับ โปรดเข้ามาอ่าน…
Posted by: javaboom on: April 21, 2008
เมื่อวานผมไปเดินห้าง IMM เพื่อหาอะไรทาน หลังจากที่เบื่ออาหารแถวนี้เต็มทน นอกจากเรื่องผู้หญิงไทยจะสวยที่สุดในโลกแล้ว ผมว่าอาหารไทยก็เป็นอีกเมนูที่อร่อยที่สุดในโลกเช่นกันครับ ที่สุดในโลกในที่นี้ หมายถึง โลกของผมนะครับ และก็คิดว่าอีกหลายๆท่านก็คงจะคิดเหมือนผม แต่ท้ายที่สุดก็หนีไม่พ้นทานอาหาร Fast Food อย่าง Burger King และมันก็หาทานในเมืองไทยยากอยู่ ถ้าสมัยอยู่ไทยผมจะไปอุดหนุน Burger King สาขาประตูน้ำตรงข้ามพันธ์ทิพย์บ่อยๆ …ตกลงผมจะมาแนะนำนิตยสารดีๆหรืออาหารกันแน่นิ หลังจากผมทาน Whopper เมนูประจำของผมเป็นอันเรียบร้อย ผมก็เดินตรงไปร้านขายนิตยสาร แล้วก็มีนิตยสารเล่มหนึ่งเตะตาผมเข้าให้แทบช้ำ นั่นคือ Discovery Channel Magazine นิตยสารนี้สำนักพิมพ์ก็เป็นเจ้าเดียวกับ Reader’s Digest และมี Discovery Channel เป็นผู้ร่วมมือจัดทำนิตยสารนี้ด้วยครับ จากการค้นคว้าใน google พบว่านิตยสารนี้เพิ่งจะวางจำหน่ายในนเอเชียเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นนิตยสารแบบรายสองเดือน เนื้อหาที่เขานำเสนอก็น่าสนใจเหมือนกับดูสารคดีในช่อง Discovery แหละครับ โดยเนื้อหาในฉบับที่ผมซื้อมา ได้แก่ “Kiss the Frogs Goodbye”, “Life on Mars”, “The 7 Newest Wonders of [...]
Posted by: javaboom on: April 19, 2008
ก่อนอื่นต้องขอประทานโทษที่ผมหายหน้าไปนาน เพราะผมอยู่ในช่วงสอบและผมมีภาระกิจที่ได้รับให้ทำวิจัยโครงงานหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ Thesis ของผมเลยนะ เป็นแค่โครงงานของวิชาหนึ่งของผม แต่ก็ทำให้ผมต้องยุ่งกับโครงงานนี้ไปหลายวันพอสมควรครับ และหัวข้อครั้งนี้ ผมก็ขอเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับโครงงานที่ผมได้ไปทำนี้แหละครับ ซึ่งเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการสร้างความซ้ำซ้อนให้กับข้อมูลหรือ Redundancy (ผมขอใช้ทับศัพท์เลยนะครับ) โดยวัตถุประสงค์ของโครงงานคือการเปรียบเทียบกลยุทธ์ของ Redundancy โดยการใช้ Simulation จริงๆผมว่าจะกล่าวถึงเรื่องนี้หลังจากผมได้นำเสนอหัวข้ออื่นๆไปอีก 8 – 10 เรื่อง แต่ผมอดใจไม่ไหวครับ เพราะผมเพิ่งทำโครงงานนี้เสร็จไปเมื่อวานนี้เอง และผมก็ค้นพบอะไรที่น่าสนใจหลายเรื่องจากการวิจัยในครั้งนี้ และมีเรื่องหนึ่งที่ผมค้นพบ และได้รับคำชมจากอาจารย์ของผมว่าทำได้น่าประทับใจ (ขออวดนิดนึงนะครับ) เพราะถือเป็นการค้นพบครั้งใหม่ในศาสตร์ด้านนี้เลยครับ แต่ผมคงไม่ได้กล่าวในที่นี้ (อาจจะไปกล่าวใน conference ใดสักที่ก็ได้ครับ) โอเคครับ…คลิ้กเข้ามา มาอ่านว่าบทความนี้กล่าวถึง Redundancy ว่าอย่างไร
Posted by: javaboom on: April 12, 2008
ในที่สุดสงกรานต์ก็มาถึง Happy Songkran Day! เสียดายที่ปีนี้ผมไม่ได้เที่ยวสงกรานต์เพราะต้องปั่นงานและใช้ชีวิตเยี่ยงนักศึกษาที่เคร่งเครียดคนหนึ่ง ผมยังจดจำสมัยยังเป็นวัยรุ่น ถ้าถึงวันสงกรานต์ผมจะไปตะลอนกับเพื่อนๆหรือญาติๆ ไปดูสาวๆโดนสาดน้ำ อยู่กรุงเทพก็ไปตะลอนข้าวสารยันค่ำ มีเหล้ายาปลาปิ้งพอเคลิ้มๆตามประสาเด็กวิดวะกุมประสาท (ไม่ใช่วิศวะกรรมศาสตร์นะ) มันช่างมีความสุขอะไรปานนั้น
เมื่อกลับมามองชีวิตปัจจุบัน โดยเฉพาะบรรยากาศรอบข้างที่ได้มาใช้ชีวิตอยู่สิงคโปร์ ผมค้นพบความจริงข้อหนึ่งว่า ผู้หญิงไทยสวยที่สุดในโลก สมัยยังเรียนหนังสือ เคยคิดว่าสาวจีน เกาหลี ญี่ปุ่น เป็นต้น เป็นผู้หญิงที่สวยกว่าคนไทย แต่เพราะผมได้เห็นผู้หญิงต่างชาติที่ว่าสวยในทีวีหรือสื่อต่างๆ พอได้พบตัวจริงแล้ว ก็พบว่ามีสวยบ้าง แต่เมื่อเทียบสัดส่วนแล้ว หญิงไทยสวยที่สุดครับ ผมได้ยินจากเพื่อนทั้งหญิงชายที่เป็นจีน สิงคโปร์ และเวียดนามที่ใช้ชีวิตที่นี่ ต่างเอ่ยปากว่า หญิงไทยสวยมาก บ้างบอกว่าสวยที่สุด …เมื่อผมได้ยิน ผมก็ยิ้มและพูดในใจว่า ของมันแน่อยู่แล้ว! ไม่งั้นผมคงไม่ยอมสละโสดให้สาวไทยหรอก 555 มีความสุข ชมภรรยาตัวเอง 555
ช่วงนี้ทำงานหนักครับ เมื่อผมได้ใช้ชีวิตเป็นนักศึกษาอีกครั้ง ผมพบว่าครั้งนี้ผมได้บทเรียนอะไรเพิ่มขึ้นเยอะมากๆ แม้เป็นช่วงเวลาแค่ 4 เดือนกว่าเท่านั้น ผมก็รู้สึกว่า ผมได้อะไรเยอะแยะจากการเรียนครั้งนี้ แม้มันต้องแลกกับความลำบาก หยาดเหงื่อและน้ำตา (เว่อร์จริงๆ) แต่ผมก็ยอมครับ แม้ว่าสุดท้าย ผลตอบแทนคือผมต้องล้มหรือต้องอยู่ท้ายแถวของบรรดาผู้ที่เรียนที่นี่ ผมก็ยอมรับในผลนั้น เพราะครั้งต่อไป ผมรู้แล้วว่าจะยืนยังไง …เฮ่อ! เครียด กุ้ม พูดให้กำลังใจตัวเองเฉยๆครับ ไม่ได้จริงจังอะไร [...]
Posted by: javaboom on: April 9, 2008
ช่วงนี้ผมคงไม่ได้มาโพสต์อะไรบ่อยนักครับ ก็เลยขอขั้นรายการโดยเสนอข่าวไอทีแล้วกันครับ จริงๆก็ไม่ใช่ข่าวใหม่อะไรครับ แต่สำหรับคนที่ยังไม่เคยได้ดูก็จะได้เห็นอะไรใหม่ๆ ครั้งนี้ ผมขอเสนอ “Surface Computing” ซึ่งเป็นวิธีการติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้แนวใหม่ เมื่อผมเห็นคลิปวิดีโอนี้ครั้งแรกก็รู้สึกเลยว่ามันก็เหมือน iPhone หรือ iPod Touch นี่เอง แต่อาจจะอลังการกว่าตรงที่จอมันใหญ่กว่า และก็ติดต่อสื่อสารกับอุปกรณ์อื่นๆได้โดยการวางอุปกรณ์บนหน้าจอ ซึ่งเขาเรียกหน้าจอนี้ว่า Surface หรือพื้นผิว จึงเป็นที่มาของเทคโนโลยีที่ชื่อ Surface Computing นั่นเอง บริษัทเจ้าของโครงการของเทคโน Surface Computing ก็คือ Microsoft ผมคาดว่า เขาเตรียมเทคโนนี้ไว้สำหรับอุปกรณ์พวกจอ Multi-touch หรือคอมพิวเตอร์พกพาประเภท PDA และ Tablet PC และเราคงจะได้เห็น Windows และ Software อื่นๆที่สนับสนุนเทคโนตัวนี้ในไม่ช้าครับ ผมเชื่อว่า Microsoft ทำได้ครับ (เชื่อในกำลังทรัพย์ว่าทำได้ไม่ยาก) แต่มันจะแทน Keyboard ได้หรือเปล่า ก็คงไม่ได้หมดทุกสถานการณ์หรอกครับ อย่างถ้าผมต้องนั่งเขียนโปรแกรมบน Touchscreen ผมว่าคงไม่คุ้นมือแน่ๆ แต่ถ้าเป็นโปรแกรมบางประเภท [...]
Posted by: javaboom on: April 6, 2008
สวัสดียามบ่ายวันอาทิตย์ (ที่สิงคโปร์ตอนนี้ก็ 4.30) วันนี้อากาศร้อนมากๆ ปกติสิงคโปร์ก็ร้อนอยู่แล้ว โดยส่วนตัวผมว่ามันร้อนกว่ากรุงเทพอีกครับ ตอนแรกว่าจะไม่เปิดแอร์แล้ว แต่มันร้อนสุดๆ ลมไม่กระดิก ฝนไม่มีทีท่าจะตก ตอนเที่ยงเลยต้องเปิดแอร์ ไม่งั้นคงทำงานไม่ได้
ช่วงนี้ผมงานหนักมากครับ อยู่ในช่วงต้องปั่นงาน ปั่นการทดลอง ปั่น paper และก็ปั่น presentation ผมเลยไม่ได้มาโพสต์อะไรเท่าไหร่ ดังนั้น blog คงจะเงียบในเดือนนี้ โดยเฉพาะในหมวด Boomarica คงหยุดไปสัก 2 สัปดาห์ครับ จริงๆบทความที่เคยได้โพสต์ไปใน boomarica ผมเอาบทความที่ผมเขียนไว้แล้วมาโมใหม่แล้วก็แปะครับ แต่ตอนนี้ บทความที่ผมมีอยู่กับมือ มันต้องโมเยอะพอควร เพราะส่วนใหญ่ผมเขียนไว้ในกระดาษครับ…เอาไว้ว่างๆ ส่งงานหมดแล้วจะมาโพสต์อะไรดีๆอีกครั้ง
สำหรับแฟนเพลงที่เมล์มาหาผมเพื่อถามเชิงเทคนิค ผมอาจจะตอบช้าไปนิด หวังว่าไม่ว่าอะไรกันนะครับ จะโพสต์ถามใน blog นี้ที่บทความไหนก็ได้ เดี๋ยวผมจะตามไปตอบทีละนิดทีละหน่อยครับ แต่ถ้าจะถามยาวๆก็เมลมาเหมือนเดิมก็ได้ครับ
Posted by: javaboom on: April 4, 2008
สำหรับบทความนี้ ผมจะกล่าวถึงการนำ Peer-to-Peer มาประยุกต์ในการดึงเอาความสามารถของ CPU ที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต่ออยู่กับเครือข่ายมาใช้งานให้เกิดประโยชน์มากกว่าการเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้เฉยๆ เช่น ในช่วงเวลาเราพักสายตาเป็นเวลา 20 นาทีจากการใช้คอม, ปวดหนักจำเป็นต้องวางมือจากคอมไปเข้าห้องน้ำ, ตอนพักเที่ยงต้องไปทานข้าวและเตร็ดเตร่ข้างนอก, และเหตุการณ์ต่างๆที่เราลืมปิดเครื่องหรือเปิดไว้โดยตั้งใจ แต่ไม่ได้ใช้งานอะไร เป็นต้น หรือแม้แต่ในขณะที่เราใช้งานคอมพิวเตอร์ไม่เต็มที่ เช่น เปิด screensaver ค้างไว้, นั่งอ่าน ebook และเปิดดูคลังรูปภาพทีละรูปอย่างตั้งใจ เป็นต้น เราอาจมองว่าการเปิดคอมทิ้งไว้หรือใช้คอมไม่เต็มกำลังมันจะกินไฟเท่าไหร่กัน (คอมหนึ่งเครื่องกินไฟนิดเดียว แต่ถ้ามองทั้งประเทศก็กินไฟเยอะน่าดู) อย่างไรก็ตาม มันก็ถือว่าเป็นการใช้คอมอย่างไม่เกิดประสิทธิภาพเต็มที่…โอเคครับ เรามาใช้โปรแกรมแบบ P2P สำหรับเก็บเกี่ยว (เหมือนเก็บเกี่ยวพืชผล) เอาเวลาที่เราเปิดคอม(โดยไม่ได้ใช้ประโยชน์)มาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดหรือมากกว่าเดิม สำหรับใครที่ไม่ทราบว่า P2P คืออะไร สามารถอ่านผลงานผมย้อนหลังได้ที่ http://javaboom.wordpress.com/?p=24
Posted by: javaboom on: April 2, 2008
หลังจากผมได้เข้าไปอ่าน blog ที่ http://hpcs.wordpress.com/2008/04/01/the-adventure-of-many-lifetimes/ (เป็น blog ของนักศึกษาที่ผมเคยสอนมาช่วงหนึ่ง) หัวข้อนี้เกี่ยวกับ “April Fools’ Day” ซึ่งเป็นเทศกาลของการโกหกหลอกลวง เทศกาลนี้จัดขึ้นเป็นประจำในวันที่ 1 เมษายนของทุกปีในหลายประเทศ และจากการที่ผมเข้าไปศึกษาหัวข้อ April Fools’ Day ของ wikipedia พบว่ามีเหตุการณ์หนึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในวันนี้
Posted by: javaboom on: April 1, 2008
หลังจากผมไปนั่งขบคิด รื้อฟื้นความทรงจำครั้งยังเยาวัยว่า ถ้าเราพูดคำว่า “สงครามนางฟ้า” แล้วเราจะนึกถึงอะไร นอกจาก “บี น้ำทิพย์” กับ “เป้ย ปานวาด” แล้วมีอะไรอีกหนอ…. อ่อ ปิ๊ง! อีแวนเกเลี่ยน (Evangelion) ไง นี่แหละถึงเรียกว่าต้นตำรับสงครามนางฟ้าเลยแหละ หนังเรื่อง Evangelion เป็นละคร series การ์ตูนญี่ปุ่นที่โด่งดังไปทั่วโลก มีทั้งหมด 26 ตอน และรวมกับที่เขาทำออกมาเป็นหนังโรงอีก 2 ตอนซึ่งเป็นภาคอวสานของ Evangelion เนื้อเรื่องเสนอสงครามการต่อสู้กันระหว่างหุ่นยนตร์ร่างยักษ์ที่ชื่อ Evangelion กับบรรดาเหล่านางฟ้า (Angel) ซึ่ง Angel ในที่นี้ จริงๆแล้วรูปร่างหน้าตายังกับปีศาจจากขุมนรก (กลับไปดูมณีรินสบายใจกว่า) และถ้าจะว่าไปแล้วนะครับ Evangelion ก็ไม่ใช่หุ่นยนตร์ 100% หรอกนะ จริงๆแล้วมีเลือดเนื้อเชื้อไขมาจาก Adam นี่แหละ Wow! เป็นไงครับ Adam กับ Eve มนุษย์ชายหญิงคู่แรก (จากละครเขาเรียก Evangelion ว่า Eva หรือ Eve) และในละครเขาก็กล่าวว่าจริงๆแล้ว Adam ก็ถือว่าเป็น Angel ตัวแรก! ดังนั่นจึงกล่าวได้ว่า Evangelion ที่มีเชื้อสายจาก Adam ก็ถือว่าเป็น [...]