JavaBoom Collections

Archive for June 2008

นึกถึงตอนสมัยที่ผมยังเป็นวัยรุ่น ผมชอบเล่นกีต้าร์มากๆ เล่นเป็นกิจวัตรประจำวันเลยก็ว่าได้ จำครูคนแรกที่สอนกีตาร์ให้ผมได้ ชื่อพี่อะเดย์ ตอนนั้นผมอยู่ ม.1 ก็จะไปเรียนจับคอร์ดกีต้าร์กับพี่อะเดย์ทุกตอนเย็นหลังเลิกเรียน  ตอน ม.1 ผมชอบไปห้องซ้อมดนตรีกับเพื่อนๆ โดยผมร้องนำและเล่นกีต้าร์ไฟฟ้าเสริมบางท่อน ตั้มเล่นกีต้าร์ไฟฟ้า โด่งเล่นเบส และนิคเล่นกลอง และตอน ป.ตรี ก็ไปบรรเลงกีต้าร์โปร่งร้องเพลงแนวคาราบาวกับบอล(เพื่อนสนิท)ที่หอพัก แต่แล้วผมก็ห่างหายจากการเล่นกีต้าร์ไปได้สัก 5 ปี…
ช่วงนี้รู้สึกหดหู่ไงบอกไม่ถูก เหมือนไม่ค่อยมีชีวิตชีวา ฟังเพลงมันส์ๆก็ยังเบื่อ ร้องคาราโอเกะจาก Youtube ก็เบื่อ เลยตัดสินใจว่าจะไปหาซื้อกีต้าร์โปร่งราคาถูกๆมาเล่นคลายเครียดหน่อย แต่ดันไปเจอ Guitar Hero ก็เลยเป็นเรื่อง(มันส์) โอเค…เรามาร่วมรำลึกถึงตำนานเพลงร็อคกับกีต้าร์ฮีโร่ วีรบุรุษบนเส้นทางสายกีต้าร์กันเถิด

IGA: โฆษณาช่องทางใหม่

Posted by: javaboom on: June 28, 2008

ตัวอย่างโฆษณาประเภท IGA ของเกม BattleField 2142 (ภาพจากเว็บ Wikipedia)
ผมไปอ่านข่าวจาก Timesonline หัวข้อ PlayStation 3 introduces ’in-game’ advertising ซึ่งกล่าวถึงเครื่อง PS3 ได้หันมาทำตลาดโฆษณาสดในเกมหรือที่เรียกว่า In-Game Advertising (IGA) ตัวอย่างเกมที่เราจะได้เห็นโฆษณาประเภท IGA ได้แก่ Madden NFL, NBA Live, Need for Speed, และ Burnout เป็นต้น จริงๆแล้วการโฆษณาในเกมผมเคยเห็นมันมีมานานแล้ว แต่โฆษณาแบบ IGA ซึ่งเป็นโฆษณาสดหรือแบบออนไลน์นั้นผมก็เพิ่งจะมาเจอพวกเกมออนไลน์นี่แหละ อย่างเกมพวก Flash และพวก MMORPG ก็จะมีโฆษณาให้เห็นกันเยอะมาก แต่ส่วนใหญ่ก็อยู่ตามขอบของเกมหรือเป็นฉากโฆษณาที่แยกออกมาต่างหาก สำหรับภาพประกอบเป็นโปสเตอร์โฆษณาโปรเซสเซอร์ Intel Core2 Extreme ที่ติดบนกำแพงของเกม BattleField 2142  ความน่าสนใจของ IGA ก็คือ กลุ่มผู้สร้างหรือผู้จำหน่ายเกมสามารถหารายได้เสริมจากการให้เช่าพื้นที่โฆษณาในเกม คือ โฆณษานั้นจะแนบเข้าไปที่ฉาก/สิ่งของ/ผู้คน/เสียงของตัวละครในเกมได้เลย เรียกได้ว่าไปๆมาๆขายโฆษณาอาจจะได้กำไรมากกว่าขายเกมก็ได้ โฆษณาแต่ละเรื่องจะถูกอัพเดทแบบออนไลน์ตามกำลังเงินของผู้ที่จะเอาโฆษณามาลง เช่น ใครจ่ายค่าโฆษณามากก็ได้พื้นที่โฆษณาใหญ่มาก ช่วงเวลาหรือความถี่ของการฉายโฆษณาในเกมก็จะยาวนานหรือมีบ่อยตามไปด้วย เป็นต้น ผมคิดเล่นๆว่าถ้าเกมอย่าง The Sims และ Grand Theft Auto  นำ IGA [...]

ข่าวของผมไปโผล่ที่ focusonit.info แต่เขาไม่เครดิตชื่อของผมหรือ javaboom เลยนะ เป็นข่าวเก่าในหัวข้อ We can touch (also trust?) the Windows ไม่เป็นไรครับ ไม่ว่ากัน ผมรู้สึกว่ามันจะใช้ web crawler / spider ในการรวบรวมข่าวอัตโนมัติและมันเล่นคัดลอกมาซะทุกตัวอักษรเลย  เสียแต่ว่ามันไม่ได้เครดิตแหล่งข้อมูลให้เห็นชัดๆตรงบรรทัดแรกๆหน่อยว่าเอามาจากไหนหรือใครเป็นคนเขียน ไม่ให้เกียรติ์ผู้เขียนเลยนะเนี่ย

ภาพประกอบโลโก้ .hack จาก Wikipedia
ข่าววันที่ 19 มิถุนายนของ Timesonline รายงานว่า นักเรียนวัย 18 ปีจาก Orange County โดนจับและถูกพิพากษาจำคุก 38 ปี ด้วยข้อหากว่า 60 กระทงที่ล้วนแล้วเกี่ยวกับอาชญากรรมอิเล็คทรอนิกส์ รายละเอียดของข่าวก็ไปอ่านเอาเองแล้วกัน แต่สรุปให้ฟังคร่าวๆคือนักเรียนคนนี้เขาเข้าไปแฮ็กค์ระบบคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนเพื่อไปแก้เกรดหลายวิชาของตนเองจาก F ให้เป็น A เรื่องนี้เป็นเรื่องน่านำมาขบคิดว่าบทลงโทษจำคุก 38 ปีสำหรับเยาวชนอายุ 18 ปีนี้มันโหดไปหรือเปล่า ลองไปอ่าน comment ที่ตอนนี้มีมากกว่า 300 comments ดูก็ได้นะ กลุ่มหนึ่งก็เห็นด้วยและอีกกลุ่มก็ไม่เห็นด้วย โดยส่วนตัวผมเห็นว่าการทุจริตเป็นเรื่องร้ายแรงและต้องลงโทษ แต่การจำคุก 38 ปีกับคนอายุ 18 ปีนั่นหมายถึงเขาจะออกจากคุกโดยเวลาปกติก็คือตอนเขาอายุ 56 ปี ก็เรียกว่าเกินมาครึ่งชีวิตหรืออาจจะกินไปทั้งชีวิตของเขาแล้ว ผมขอภาวนาให้นักเรียนได้รับการลดหย่อนโทษและหวังว่าเขาจะนำความรู้ที่เขามีไปใช้ประโยชน์ได้มากกว่าการทุจริต ผมเชื่อว่า Hacker สามารถทำประโยชน์ต่อประเทศชาติได้ อาทิเช่น ทำงานให้หน่วยข่าวกรอง หน่วยงานความมั่นคง หรือเมื่อใดก็ตามที่มีการพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ ก็ให้เหล่าhackerพวกนี้เข้ามาทดสอบและหาช่วงโหว่ เพื่อการพัฒนาระบบให้ปลอดภัยยิ่งขึ้นไป เป็นต้น
ขอขอบคุณแหล่งข่าวจาก Timesonlinie และจาก [...]

Tags: ,

Physical Power / Emotional Toughness

Posted by: javaboom on: June 22, 2008

นับตั้งแต่มาสิงคโปร์มาได้ 7 เดือนผมได้ดูหนัง Hollywood มาหลายเรื่อง แต่เรื่องที่เรียกว่าโดนใจของผมที่สุดก็เพิ่งได้ดูวันนี้นี่แหละ เรื่องนี้คือเรื่อง Vantage Point ผมไม่ทราบหรอกนะว่าเรื่องนี้ทำรายได้ดีขนาดไหน แต่สำหรับผมแล้วโดนใจให้คะแนนไปเลยเต็ม 10 ครับ มันสนุกอย่างไรก็คงต้องไปติดตามกันเอาเอง หรือถ้าใครดูแล้วไม่สนุกหรือคิดเห็นอย่างไรก็ comment ได้ แต่ผมก็ขอสรุปในมุมของผมแล้วกัน

Tags:

ตอนนี้สิงคโปร์ก็เที่ยงแล้วครับ ถึงเวลาพักสมองกันซะที ผมก็เปิดเว็บของนิตยสาร TIME และก็เจอคอลัมน์จัดอันดับเว็บไซต์ “The 10 Essential Websites” โดยเขาได้พูดถึงเว็บที่เราขาดไม่ได้ เขาใช้คำว่า “Sites We Can’t Live Without” ซึ่งมีดังนี้

Wikipedia.org อยากรู้เรื่องอะไร สารานุกรมนี้ตอบได้ (เกือบหมด)
YAHOO! Finance เรื่องเงินๆทองๆ หุ้น ข่าวเศรษฐกิจ ต้องเว็บนี้
Craigslist เว็บ classified รวบรวมข้อมูลเป็นหมวดหมู่ของแต่ละประเทศ แต่ละรัฐ แต่ละเมือง
ESPN คอกีฬาไม่พลาดอยู่แล้ว
Yelp มีใครรีวิวเรื่องที่เราสนใจไว้ว่าอย่างไร ก็แวะมาที่นี่
Facebook ตั้งสังคมออนโลน์ หาเพื่อนเก่า หากลุ่มคนในฟิลด์
Digg วัดความดังของเว็บเพ็จด้วยการขุด
Google ไม่ต้องบรรยายเลย ขาดแทบไม่ได้
TMZ สังคมคน gossip ใครชอบเรื่องอย่างนี้ก็พลาดไม่ได้
Flickr อัพโหลดรูปภาพ เก็บไว้ในอัลบัม แชร์เรื่องราวผ่านรูปภาพให้คนอื่นได้ดูต่อไป

ขอขอบคุณ TIME สำหรับแหล่งข้อมูล ณ ที่นี่ด้วย สำหรับใครอยากอ่านเพิ่มเติมก็ไปอ่านได้ที่ TIME ครับ

Tags: ,

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา ผมแวะไปอ่านข่าวที่ Timesonline จากนั้นก็ไปเจอคอลัมน์ไอทีที่โดนใจวัยรุ่นนั่นคือ “Test bench: iPhone vs touchscreen rivals“ โดย Mark Harris และ  Devid Phelan ในบทความเขาได้เปรียบเทียบโทรศัพท์แบบ touchscreen ที่จัดได้ว่าเป็นคู่แข่งของ iPhone 3G เรามาชมโฉมหน้าเสือร้ายคู่แข่ง iPhone ทั้งหมด 5 ตัวกันหน่อยว่าหน้าตาเป็นไง

ขยันผิดปกติ

Posted by: javaboom on: June 17, 2008

หายไปเกือบสัปดาห์ครับ สาเหตุที่หายตัวก็ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเทศกาลบอลยูโรใดๆทั้งสิ้น แต่ช่วงนี้ผมขยัน เรียกว่าขยันผิดปกติ เนื่องจากว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาผมอ่านหนังสือหนักมาก รู้สึกภูมิใจนิดๆที่ภายใน 1 สัปดาห์อ่านหนังสือได้มากกว่า 300 หน้า เสาร์อาทิตย์ก็ไม่เว้นวายตื่นมาตอนดึกดื่นมาอ่านยังกับว่าไม่เคยแตะหนังสือมาก่อนในชีวิต จริงๆควรจะอ่านได้มากกว่า 500 – 600 หน้าต่อสัปดาห์แต่เผอิญเนื้อหามันไม่ได้ทำความเข้าใจได้ในเวลาสั้นๆ บางย่อหน้าหรือแม้แต่บางประโยคต้องอ่านอย่างพินิจพิเคราะห์ คิดแล้วคิดอีกจึงจะเข้าใจ และเมื่ออ่านจบแต่ละเรื่องก็ต้องสรุปใจความสำคัญ อีกทั้งเสนอความคิดเห็นส่วนตัวและวิเคราะห์เองในงานนั้นๆ ส่วนคำว่าหนังสือที่ผมอ่าน จริงๆแล้วคือ publicaions ทั้ง conference papers, journals, และก็ book chapters ทั้งจาก IEEE, ACM และ Springer โดยเนื้อหาที่อ่านจะเกี่ยวกับ Grid Broker, Meta-Broker, Economic Grid Computing และ Peer-to-Peer Market ในวันนี้ผมก็ได้ทำ Note และก็ได้ present สิ่งที่ศึกษาให้กับอาจารย์ที่ปรึกษาผมไปเรียบร้อยแล้ว และสำหรับสัปดาห์นี้ผมจะอ่านเนื้อหาเกี่ยวกับการผสมผสานระหว่าง Peer-to-Peer กับ Grid โดยเน้นไปที่ Resource discovery กับ [...]

หลังจากลุ้นมานานว่าลูกจะเดินครั้งแรกได้เมื่อไหร่ ก็ขอบันทึกความทรงจำในวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.2551 ไว้ว่าลูกสาวของผมหรือแวร์ซายส์เดินได้ด้วยตนเองเป็นครั้งแรก … ก็เป็นความดีใจของคนเป็นพ่อนะ จริงๆลูกของผมพยายามจะเดินมาตั้งนานแล้ว แต่เพิ่งเดินได้แบบไม่ต้องมีใครจับก็วันนี้นี่แหละ ก็คือตอนอายุได้ 13 เดือนหมาดๆ เห็นแฟนผมบอกว่าครั้งแรกที่ลูกเดินนั้น อยู่ดีๆลูกก็ยืนขึ้นมาและเดินไปประมาณ 10 ก้าวก่อนจะนั่งลง และวันนี้ลูกก็เลยสนุกกับการเดินไปมาทั้งวันเลย
น้องแวร์ซายส์เริ่มยืนเองครั้งแรกโดยไม่ต้องจับอะไรและไม่มีใครช่วยจับเมื่อวันที่ 17 มีนาคม หรือตอน 10 เดือน หากเรื่องพูดจา ก็เรียก “ปาป๊า” ได้นานแล้ว ประมาณตอน 4 – 5 เดือน ซึ่งมีคนเล่าความเชื่อโบราณให้ผมฟังว่าถ้าเด็กพูดได้เร็วจะเดินได้ช้า มันก็เลยทำให้ผมหวั่นๆ เพราะเด็กบางคน 8 เดือนก็ยืนและ 9 เดือนก็เดินได้แล้ว มีบางคนบอกว่าเด็กสมัยใหม่อายุ 7-8 เดือนเดินได้แล้วยังมีเลย แต่สำหรับผมไม่ได้คาดหวังว่าลูกผมจะต้องเหนือกว่าหรือทำได้ตามเกณฑ์หรอกครับ ผมหวังแค่เขาเป็นเด็กที่มีร่างกายแข็งแรง มีอวัยวะครบและปกติทุกส่วน อารมณ์แจ่มใจ และมีจิตใจดีงามก็พอแล้วครับ

I Say a Little Prayer

Posted by: javaboom on: June 12, 2008

I have nothing to update my blog on this week except some good songs. Yesterday I recalled the film “My Best Friend’s Wedding”. The film used a song “I Say a Little Prayer”, written by Burt Bacharach and Hal David in 1967 (the same year as “Leaving on a Jet Plane“). I usually say a prayer for [...]

Tags: ,

Leaving on a Jet Plane

Posted by: javaboom on: June 11, 2008

 
Although I’ve traveled by plane more than 100 times, I still feel scared when flying. But I’m much more scared when someone, who I love, come to send me at airport. That’s why I hate leaving on a jet plane. Let’s listen to an old music “Leaving on a jet plane” written by John [...]

Home – short on words, deep in meaning

Posted by: javaboom on: June 9, 2008

This blog may be idled on this week because I must read books and papers. After watching two series “Lost Season 4″ and “Heroes Season 2″, I didn’t read books&papers in the evening. When doing research, we need to focus on it every minute. BTW before leaving for a while, I present the music video “Home” performed by Michael Buble. I [...]

หลังจากตามล่าหาบ้านเช่าได้แล้ว สัปดาห์ที่ผ่านมาตกเย็นยันค่ำผมก็ใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมเพื่อดูหนังชุดหรือ Series โดยเรื่องที่ผมเพิ่งดูจบไปหมาดๆคือ Lost Season 4 กับ Heroes Season 2 ซึ่ง Season ของเรื่องทั้งสองเป็น Season ล่าสุดในตอนนี้ ผมดู Lost จบก่อนแล้วค่อยดู Heroes ตาม รู้สึกว่าไม่ค่อยสนุกยังไงชอบกล เริ่มจาก Lost หนังแนวลึกลับผสม Scifi ที่ Season ก่อนหน้านี้ทำให้ผมติดเรื่องนี้อย่างงอมแงม โดยเฉพาะปริศนาตัวเลข 4 8 15 16 23 42 ซึ่งทำให้ผมต้องติดตามเรื่องนี้อย่างหยุดไม่ได้ แต่พอมาเป็น Season 4 มันดำเนินเรื่องแบบไม่จี้และเหมือนว่าผมจะเดาเนื้อเรื่องได้กว่า 40% หากเป็น Season ของ Lost ก่อนหน้านี้มันทำให้เวลาดูจบแต่ละ Season แล้ว ผมต้องมีความกระตือรือร้นอยากดู Season ถัดไปอย่างใจจดใจจ่อ อีกทั้งการเดาเนื้อเรื่องก็ทำได้ยากมาก แทบจะเดาได้ไม่ถึง 20% เลยแหละ สำหรับ Heroes Season 2 ก็ไม่ค่อยสนุกเลยและผมเดาเนื้อเรื่องล่วงหน้าได้มากกว่า 70% [...]

Tags:

เรียน MIT ที่สิงคโปร์

Posted by: javaboom on: June 6, 2008

สิงคโปร์อาจไม่ใช่ประเทศที่คนไทยสนใจมาเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา ยกตัวอย่างเช่นตอนผมเลือกมาเรียนปริญญาเอกที่สิงคโปร์ หลายๆคนก็ถามด้วยความแปลกใจว่าแน่ใจแล้วหรือที่จะไปเรียนที่สิงคโปร์ ทำไมไม่เลือกที่จะไปเรียนอเมริกา, อังกฤษ, และออสเตรเลียล่ะ สำหรับผมเองมีหลายเหตุผลครับ แต่อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมอยากมาเรียนที่นี่คือระบบการศึกษาแบบสากลที่มีรูปแบบผสมผสานระหว่างเอเชีย อังกฤษและอเมริกา และผมมองเห็นว่าสิงคโปร์มีความแข็งแรงทางการเมือง เศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและไอที ซึ่งความแข็งแรงเหล่านี้เป็นตัวผลักดันให้ภาคการศึกษาที่สิงคโปร์ก้าวหน้าไปด้วย เพราะความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและการศึกษาจะต้องพึ่งพากันและกัน โดยการศึกษาเป็นตัวผลักดันภาคเศรษฐกิจ ส่วนเศรษฐกิจก็ต้องสนับสนุนภาคการศึกษาและจัดสรรตำแหน่งงานที่ตรงให้กับผู้ที่จบการศึกษาด้วย ดูได้จากตัวอย่างองค์กรที่ชื่อ SMA อันเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยในสิงคโปร์กับมหาวิทยาลัย MIT เพื่อพัฒนาประเทศสิงคโปร์ให้เจริญก้าวหน้าโดยอาศัยการศึกษาและวิจัยเป็นกุญแจเบิกทาง เรามารู้จักกันหน่อยว่า SMA คืออะไร?

ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมา ผมและน้องๆคนไทยได้ไปหาที่อยู่ใหม่ด้วยกัน เนื่องด้วยสัญญาที่พักเก่าของเราใกล้จะหมดเร็วๆนี้แล้ว และในที่สุดวันที่ 3 มิถุนายน เราก็ได้บ้านใหม่กันสักที อยากบอกว่าการหาที่อยู่ในสิงคโปร์มันก็ไม่ง่าย โดยเฉพาะยุคข้าวยากหมากแพงก็ยิ่งซ้ำเติมให้หาที่อยู่ราคาถูกได้ยากขึ้นไปอีก เช่น บ้านเช่าระแวกที่ผมอยู่ตอนนี้ ราคาขึ้นจาก 1,400 เหรียญเป็น 2,100 เหรียญ เป็นต้น สำหรับหัวข้อนี้ผมอยากเล่าประสบการณ์ในการหาที่อยู่ในสัปดาห์ที่ผ่านมาของผม ส่วนภาพประกอบ ผมจะไปถ่ายใหม่อีกครั้ง เพราะรูปที่มีตอนนี้ยังถ่ายไม่ครอบคลุมและมุมกล้องยังไม่สวยเท่าไหร่ ครั้งนี้เอาแค่ภาพห้องนั่งเล่นไปดูก่อนแล้วกัน


Monthly Review

June 2008
M T W T F S S
« May   Jul »
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30  

Categories