Posted by: javaboom on: July 31, 2008
วันนี้เข้าไปที่เว็บผู้จัดการ (Manager Online) ก็เลยไปเจอข่าวเกี่ยวกับ Cloud Computing ที่เสนอเรื่องที่ 3 บริษัทยักษ์ใหญ่คือ Intel, HP, และก็ Yahoo! ร่วมมือกันวิจัยทางด้านCloud Computing รายละเอียดก็ไปอ่านได้ที่แหล่งข่าวแล้วกันครับ ในข่าวคุณจะพบว่ามี Data Center หรือศูนย์ข้อมูลอยู่ 6 แห่ง (จริงๆอาจจะไม่ใช่ 6 แห่งครับ เพราะสถานที่จริงๆอาจจะมีมากกว่านั้น แต่ว่ามีอยู่ 6 สถาบันหลักที่อยู่ในความร่วมมือนี้) คือ Intel, HP, Yahoo!, iDA หรือ InfoComm Development Authority ที่สิงคโปร์, University of Illinois ในสหรัฐอเมริกา, และ Steinbuch Centre for Computing ที่เยอรมัน สำหรับผมเองก็ทำงานวิจัยเรื่องCloud Computingอยู่ในเครือข่ายของทาง iDA กับบริษัท HP ที่ประเทศสิงคโปร์ครับ
ค้นหาบทความอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับCloud Computing ของผมได้ที่ http://javaboom.wordpress.com/category/boomarica/hpc-boomarica/cloud-computing/
Posted by: javaboom on: July 30, 2008
วันนี้ผมตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวเข้าประชุมทางไกลในเวลา 9 โมงเช้าสิงคโปร์ (3 ทุ่มตามเวลาแคนนาดา) เป็นการสนทนากับKhalid Ahmedซึ่งเป็นถึงChief ArchitectของบริษัทPlatform จริงๆต้องเรียกว่าเป็นการโทรศัพท์คุยกันผ่านSkypeกับKhalidที่นั่งอยู่โตรอนโตประเทศแคนนาดา โดยผู้ร่วมสนทนามีผม,อาจารย์ของผมและก็Khalid … ต้องขอบคุณLaurence ที่ได้แนะนำให้ผมได้มีโอกาสคุยกับKhalid …. หลังจากคุยกับKhalid ผมก็ต้องยอมรับโดยดุษฏีเลยว่าPlatformเขาทำงานวิจัยทางด้าน HPC และ Virtualization ถึงขั้นสุดยอดจริงๆ(เรียกแบบวัยรุ่นก็เรียกว่า ขั้นเทพ) ผลงานที่โด่งดังของ Platform อย่างเช่น LSF ที่เป็น Metascheduler ที่ถูกใช้กันอย่างกว้างขวาง
Khalidได้เล่าถึงงานวิจัยที่ทางPlatformเคยได้ทำและที่กำลังทำอยู่ ส่วนทางฝั่งผมก็ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์งานวิจัยด้วยเช่นกัน และอาจารย์ผมก็ได้คุยกันถึงปัจจัยที่มีผลต่อCloud Computingที่น่าจะเอามาเป็นหัวข้อวิจัยร่วมกับทางPlatformได้ โดยตอนนี้เรายกประเด็นเรื่องทรัพยากรธรรมชาติกับการประมวลผล (เพราะปัญหาโลกร้อน Global Warming มาแรง) และเราใช้ศัพท์คำว่า Green Computing มาเป็นประเด็นในการสนทนาในช่วงท้าย และได้วางแผนในเรื่องแนวทางการวิจัยสำหรับเรื่องนี้ หากจะให้เล่าหลักการพื้นฐานของ Green Computing ก็คือเราจะจัดสรรทรัพยากรไปประมวลผลโปรแกรมและทำให้ประหยัดทรัพยากรธรรมชาติ (เช่น ประหยัดพลังงานไฟฟ้า)ได้มากอย่างไร เช่น ต้องจัดสรรทรัพยากรคอมพิวเตอร์จำนวนเท่าไหร่, เวลาไหน, จากที่ไหนรวมไปถึงจะพัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์อย่างไรให้กินไฟต่ำ เป็นต้น แต่ทางเราจะเน้นไปทางด้าน scheduling หรือ resource provisioning เพื่อสร้างสมดุลระหว่าง Computing Efficiency กับ Power Efficiency หรือสมดุลระหว่างประสิทธิภาพของทรัพยากรคอมพิวเตอร์กับทรัพยากรธรรมชาตินั่นเอง [...]
Posted by: javaboom on: July 29, 2008
(โลโก้จากนิตยสาร LINUX MAGAZINE)
บทความจากเว็บ Linux Magazine ในหัวข้อ “Cloud Enabled” เป็นบทความที่น่าสนใจมากๆ และเหมือนผู้เขียนจะมีการใส่คำพูดประชดประชันเข้าไปด้วย แต่ผมก็เห็นด้วยกับผู้เขียนน่ะครับ เนื้อหาเป็นอย่างไรติดตามได้ โดยผมจะแทรกความคิดเห็นของผมเองด้วยตัวหนังสือสีแดง (ไปๆมาๆความคิดเห็นของผมอาจจะเสนอมากกว่าก็ได้)
Posted by: javaboom on: July 24, 2008
แผ่นพับของบรรยายครั้งนี้
วันนี้ช่วงบ่ายผมเดินทางไปตึก Suntec City เพื่อฟังบรรยายในหัวข้อ “New Sciences for a New Web” โดย Dr.Prabhakar Raghavan จาก Yahoo! ผู้บรรยายเป็นถึงหัวหน้าใหญ่ของ Yahoo! Research เลยทีเดียว หัวข้อก็ออกจะไปในแนวSoft Science ที่ผสมHard Scienceนิดๆน่ะครับ โดยเน้นไปที่เศรษฐศาสตร์จุลภาค (Microeconomic) กับ search engine สำหรับยุคของ Web 2.0 (เครือข่ายสังคมออนไลน์ยุคใหม่ที่กำลังเป็นชื่อเรียกฮิตติดปากของทุกวันนี้)
Posted by: javaboom on: July 24, 2008
จากเว็บของ Sys-Con Media มีหัวข้อชื่อ Twenty Experts Define Cloud Computing ซึ่งเป็นการนิยามความหมาย รวมถึงการอุปมาอุปไมยนิยามของ Cloud Computing โดยผู้เชี่ยวชาญ 20 ท่าน ผมได้สรุปนิยามไว้เพียงบางส่วน โดยตัดคำพูดมาเพียงบางตอนของบางท่านเท่านั้น และเป็นการเรียบเรียงด้วยภาษาของผมเอง โดยคงความหมายของต้นฉบับเอาไว้ และผมยังได้สอดแทรกการวิเคราะห์ของผมเองแนบไว้ด้วยตัวหนังสือสีแดง
ดูความหมายของCloud Computingได้ที่บทความ “นิยามคำว่า Cloud Computing“
Omar Sultan ยกตัวอย่างหนึ่งเปรียบเทียบ Cloud Computing ไว้ว่า
“ถ้าผมจะอธิบายลูกค้าถึงความหมายของ Cloud Computing ผมจะยกตัวอย่างผ่านคำว่า Cloud Dinning หรือมื้ออาหารในกลุ่มเมฆ สมมติว่าผมอยู่ที่บ้านและผมมีหน้าที่ทำอาหารเลี้ยงปากท้องสมาชิกในบ้าน ถ้าลูกน้อยของผมมาอ้อนวอนว่าอยากทานอาหารอิตาลี…ผมจะทำอาหารให้ลูกผมทานเองหรือสั่งอาหารอิตาลีจากข้างนอกมาดี? สมมติว่าผมไม่มีเครื่องครัว ไม่มีวัตถุดิบที่จะเอามาทำอาหารล่ะ ดังนั้น ผมจำเป็นต้องโทรสั่งอาหารหรือวัตถุดิบจากข้างนอกซะแล้ว เช่นกันกับ Cloud Computing เรามี application ที่ต้องการการสนับสนุนจาก cloud computing (ได้แก่ ทรัพยากรและบริการจากองค์กรอื่นๆ)”
Posted by: javaboom on: July 23, 2008
Cloud Computing คืออะไร
นี่คือการนิยามคร่าวๆของผมสำหรับความหมายของ Cloud Computing
Cloud Computing คือวิธีการประมวลผลที่อิงกับความต้องการของผู้ใช้ โดยผู้ใช้สามารถระบุความต้องการไปยังซอฟต์แวร์ของระบบCloud Computing จากนั้นซอฟต์แวร์จะร้องขอให้ระบบจัดสรรทรัพยากรและบริการให้ตรงกับความต้องการผู้ใช้ ทั้งนี้ระบบสามารถเพิ่มและลดจำนวนของทรัพยากร รวมถึงเสนอบริการให้พอเหมาะกับความต้องการของผู้ใช้ได้ตลอดเวลา โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องทราบเลยว่าการทำงานหรือเหตุการณ์เบื้องหลังเป็นเช่นไร
ผมได้นิยามคำว่า Cloud Computing ในรูปแบบที่ (น่าจะ) เข้าใจง่ายขึ้นที่ นิยามคำว่า Cloud Computing ภาค 2 สำหรับท่านที่กำลังค้นหาหัวข้อวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับ Cloud Computing สามารถไปอ่านบทความของผมได้ในหัวข้อชื่อ หมวดงานวิจัยเกี่ยวกับ Cloud Computing
รายละเอียดของนิยามมีอีกครับ เข้ามาติดตามได้เลย
Posted by: javaboom on: July 23, 2008
“ท้องฟ้าของกรุงเทพมหานครในวันที่ 2 กรกฏาคม พ.ศ.2551″
จริงๆผมกะว่าจะแนะนำCloud Computingมาตั้งแต่โพสต์ที่ผ่านมาแล้วครับ แต่ผมยังหาเวลาที่ลงตัวไม่ได้และสมองของผมยังไม่เกิดไอเดียพอจะโพสต์เนื้อหาวิชาการในช่วงนี้ แต่สืบเนื่องมาจากblogของคุณSoowoiเพื่อนบ้านของผมสงสัยว่านิยามเป็นภาษาไทยของCloudเป็นอย่างไร ผมมานั่งคิดว่า…อืมนั่นน่ะสิ? เราจะนิยามมันว่าอย่างไรดี? เพราะจริงๆแล้วก็ยังไม่มีใครนิยามแบบฟันธงกันสักคนเลยครับ เมื่อผมได้กล่าวถึงCloud Computing ในblogอย่างน้อยก็ 3 บทความแล้ว แต่ผมยังไม่เคยได้นิยามความหมายของมันเลยสักครั้ง ดังนั้นผมเลยคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ผมจะแนะนำว่าCloud Computingคืออะไรกันแน่ แต่ขอแจ้งไว้ก่อนว่าผมไม่ได้สรุปว่าCloudต้องมีความหมายอย่างที่ผมจะกล่าวต่อไปนี้ … เอาอย่างนี้แล้วกันนะครับ ก่อนอื่น..เพื่อเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการตีความหมายของคำว่าCloud Computing ขอให้เดินออกไปข้างนอกในที่กลางแจ้ง จากนั้นมองขึ้นไปบนฟ้า ผมถามคุณหน่อยว่า “คุณเห็นก้อนเมฆบนท้องฟ้าหน้าตาอย่างไร?” และ “เวลาคุณเหม่อมองฟ้าคุณนึกถึงอะไร?” นั่นแหละครับคือความหมายของคำว่า Cloud ผมเชื่อว่าคุณมองเมฆบนฟ้าไม่เหมือนกับที่ผมมอง และเมื่อไหร่ก็ตามที่เรามองขึ้นฟ้า แล้วนึกถึงโซโลชันทางไอทีสำหรับใช้ในบริษัทหรือใช้สำหรับแก้ไขปัญหาทางวิทยาศาสตร์ เมื่อคุณคิดได้เช่นนี้ แปลว่า คุณกำลังนึกถึง Computing in the Clouds และพร้อมจะเข้าสู่ยุคแห่งการประมวลผลในกลุ่มเมฆที่ชื่อ Cloud Computing แล้วครับ
บทความของCloud Computing จะเริ่มทะยอยออกมานะครับ เข้าไปอ่านบทความแรกเรื่อง “นิยามคำว่า Cloud Computing” ได้เลยครับ
Posted by: javaboom on: July 22, 2008
สำนักงานของบริษัทPlatform ตั้งอยู่ที่Fusionopolis ที่ทำงานสวยมากและวิวก็ดีด้วย
ช่วงนี้ผมเดินสายตระเวนไปหาบริษัทต่างๆในสิงคโปร์เพื่อคุยกับผู้คนเพื่อหากำลังสนับสนุนงานวิจัยและในวันพรุ่งนี้ผมก็จะไปฟังบรรยายของหัวหน้าทางสายงานวิจัยของYahoo! สำหรับในวันนี้ผมได้พบกับLaurence ซึ่งเป็นdirectorของทางPlatform Computing ผมไม่สามารถกล่าวรายละเอียดของหัวข้อวิจัยที่คุยกับบุคคลต่างๆได้มากเนื่องจากเป็นข้อมูลลับของทางศูนย์วิจัยของผมเองครับ อย่างไรก็ดีผมจะให้ข้อมูลของเขาที่ได้ประกาศต่อทางสาธารณะไปแล้ว
บริษัท Platform Computing เรียกสั้นๆว่า Platform เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญทางด้าน High Performance Computing มากว่า 16 ปี มีเชื้อสายแคนนาดา และก็โด่งดังในฝั่งสหรัฐอเมริกาและข้ามไปยังยุโรป กระทั่งในเอเชียของเรา โดยบริษัทมีสาขาตั้งอยู่หลายแห่ง ในเอเชียก็มีจีน ญี่ปุ่น กับสิงคโปร์ ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะเป็นซอฟต์แวร์ระบบขนาดใหญ่สำหรับติดตั้งและบริหารระบบคลัสเตอร์และกริด และผมก็เพิ่งทราบว่าPlatformเองก็มีผลิตภัณฑ์ที่เป็นเทคโนโลยี Virtualization และ Cloud Computing ด้วย โดยผลิตภัณฑ์นี้มีชื่อว่า Platform VM Orchestrator (VMO) ซึ่งจริงๆแล้วก็ตั้งอยู่บนฐานของ Xen เรียกได้เลยว่า Xen น่าจะเป็น De Facto ด้าน Virtualization ในตลาด Cloud Computing ไปแล้วก็ว่าได้ ท่านสามารถดูรายละเอียดของบริษัทPlatformเพิ่มเติมได้ที่ http://www.platform.com พอผมได้เข้าไปในเว็บของบริษัทก็ทำให้ทราบว่าภาพยนตร์แอนนิเมชันเรื่อง Kung Fu Panda ก็ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของPlatformสำหรับการติดตั้งและบริหารคอมพิวเตอร์คลัสเตอร์ในการสร้างหนัง [อ้างอิง]
Laurenceได้นำเสนอผลงานที่วิจัยและพัฒนาร่วมกับทางมหาลัยโตรอนโตประเทศแคนนาดา ภายใต้ซอฟต์แวร์ชื่อ Snowflock จุดประสงค์หลักของงานวิจัยนี้ก็เพื่อเร่งความเร็ว (Speedup) ให้กับการสตาร์ท [...]
Posted by: javaboom on: July 21, 2008
ช่วงนี้ทำไมblogของผมมีแต่เรื่องอาหารการกิน ผมเองก็ไม่เข้าใจครับ เอาเป็นว่ากองทัพเดินด้วยท้องแล้วกันนะ ครั้งนี้ หลังจากผมไปเอาคอมMacBookที่Wheelock Placeเป็นอันเรียบร้อยก็่นั่งรถไฟกลับไปที่สถานีBoonlay เมื่อถึงที่หมายผมก็เลยแวะห้างJurong Point ห้างประจำของผม(เพราะอยู่ใกล้บ้าน) ตอนแรกกะไปแค่ซื้อแค่ยาสีฟันที่watsonsแล้วค่อยกลับบ้าน แต่พอเดินออกมาจากwatsonsผมก็ต้องตะลึง ไม่ใช่สาวที่ไหนทำให้ตะลึงค้าง หากแต่ว่าเป็นร้านอาหารไทย เนื่องจากว่าผมผ่านมาแถวนี้บ่อยอยู่แต่ไม่เคยสังเกตว่ามีร้านอาหารไทยอยู่ตรงข้ามwatsons ดังนั้น ผมเลยยืนตะลึงด้วยความสงบเสงี่ยมสักครู่แล้วก็เดินเข้าร้าน เมื่อวันอาทิตย์ก็เพิ่งได้ทานอาหารไทยที่BALIthaiมา วันนี้ก็ขอเบิ้ลอีกแล้วกันนะ ร้านนี้มีชื่อว่า Siam KiTCHEN
Posted by: javaboom on: July 21, 2008
วันนี้พนักงานจาก Apple Center โทรมาหาผมให้ไปรับMacBookPro ที่ Wheelock Place ถนนOrchard ผมเอาเครื่องMACไปซ่อมเพราะปัญหาเบิร์นดีวีดีไม่ได้ สรุปแล้ว ทางร้านก็ทำการเปลี่ยน DVD Drive ให้เป็นรุ่นใหม่เอี่ยมเลย โชคดีที่เครื่องยังอยู่ในประกัน ชอบ Mac ก็ตรงนี้แหละนะ มันประกันทั่วโลก และก็บริการรวดเร็วทันใจดี ตอนแรกกะว่าถ้าไป Apple Center จะถ่ายรูปร้านAppleที่ Wheelock Place มาให้ดูด้วย ชื่อศูนย์Appleที่นี่มีชื่อว่า Epic Centre ถือว่าเป็นร้านที่ใหญ่พอสมควร ถ้าผมได้ไปร้านนี้อีกครั้งจะเก็บภาพมาให้ดูนะครับ อย่างไรก็ดี ตอนที่ผมรับเครื่องเสร็จแล้ว ผมก็ได้แวะร้านหนังสือที่อยู่ชั้นแรกของห้าง ร้านหนังสือนี้ชื่อว่า BORDERS เป็นร้านใหญ่ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ถ้าในอเมริกาก็ถือว่าใหญ่เป็นอันดับสอง (อันดับหนึ่งคือ Barnes & Noble)
Posted by: javaboom on: July 20, 2008
ตกเย็นของวันอาทิตย์ ผมอยากทานอาหารไทยอย่างแรงกล้า เลยเดินทางไป IMM อยู่ที่ Jurong East ท่านสามารถเดินทางโดยรถไฟฟ้าMRTไปลงที่สถานีJurong East สำหรับผมเอง ผมพักอยู่แถวสถานีBoonlay ข้างๆสถานีBoonlayจะมีรถบัสฟรีสำหรับรับส่งลูกค้าระหว่างสถานีBoonlayกับห้างIMMเลย เมื่อไปถึงห้างผมก็เดินดูข้าวของอะไรนิดหน่อยพอเป็นพิธี จากนั้นก็ตรงไปยังร้านอาหารไทยที่ชื่อ BALIthai
Posted by: javaboom on: July 20, 2008
ผมก็ไม่ใช่คนทำงานเครียด หรือคนที่เอาแต่เรียนเอาแต่อ่านหนังสือนะครับ แม้ว่าผมโตจนอายุจะปาเข้า30เร็วๆนี้และมีลูกหนึ่งแล้วก็ตาม ผมก็ยังคงชอบเล่นเกมอยู่ดี ไม่ว่าจะเกมคอมพิวเตอร์ เกมบนเครื่องคอนโซลก็ตามผมก็ยังชอบเล่น เมื่อผมมาอยู่สิงคโปร์ ผมก็ได้นำเครื่องSony PSP ติดสอยห้อยตามมาด้วย แต่ช่วงแรกๆที่ใช้ชีวิตที่สิงคโปร์ผมก็ไม่ค่อยได้เล่นPSPเท่าไหร่ จนเมื่อตอน 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมเกิดอารมณ์อยากเล่นเกมFinal Fantasyขึ้นมา ก็เลยไปตามล่าเอาเกม Crisis Core มาเล่น ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่รันบนPSPโดยเฉพาะ เกมCrisis Coreนี้มีเนื้อเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนกำเนิดเรื่องราวต่างๆในเกม Final Fantasy VII (FF7) ซึ่งพระเอกในเรื่องคือ Zack และนางเอกชื่อ Aeris ผมไม่อยากบรรยายมากเนื่องจากผมเองก็ยังเล่นไม่จบเลยไม่รู้เนื้อหาที่แท้จริง แต่พอเดาได้ว่าคงเกริ่นเนื้อหาให้เข้าใจความเป็นมาของตัวร้ายที่ชื่อ Sephiroth ที่สร้างหายนะต่างๆแก่โลกมนุษย์ใน FF7 นอกจากนี้ Crisis Coreยังโยงไปถึงตัวละครมากมายใน FF7 อยู่หลายคน เช่น Aeris, Cloud (พระเอกใน FF7), Tifa (นางเอกใน FF7), Sephiroth, Yuffie, Cait Sith, Rude และ Tseng เป็นต้น
เกม Final Fantasy VII หรือภาค 7 ของเกมตระกูล Final [...]
Posted by: javaboom on: July 19, 2008
ช่วงนี้ผมเอาโน้ตบุ๊คของผมไปเคลมก็เลยเป็นเหตุให้ผมไม่มีคอมให้ใช้ที่บ้าน อย่างวันนี้ซึ่งเป็นวันเสาร์ผมก็ต้องมาที่ทำงานเพื่อใช้คอมที่ทำงาน ในช่วง 3 – 4 วันที่ผ่านมานี้ผมก็มีเรื่องปวดหัวมากมาย ทั้งเรื่องงานและก็เรื่องส่วนตัว บ่นเรื่องงานอย่างเดียวแล้วกันนะครับ เหมือนกับว่าผมจะไปได้ดี แต่ก็ลำบากใช่น้อย เพราะตอนนี้ผมก็ได้ทำงานวิจัยร่วมกับบริษัท HP และก็หน่วยงานชื่อA*STAR (คล้ายๆ NECTEC ของไทย) ในหัวข้อที่เกี่ยวกับ Cloud Computing และผมหวังว่าจะเป็นหัวข้อวิทยาพนธ์ปริญญาเอกของผมไปในตัวด้วย และช่วงนี้ผมก็ต้องช่วยทีมงานของผมที่มหาลัยในการตีพิมพ์ผลงานลงconferenceชื่อ GridAsia ที่จะจัดขึ้นที่สิงคโปร์ในปลายปีนี้ โดยงานครั้งนี้เขาได้เชิญคนจาก GGF (หรือ OGF) และ Globus ก็เลยเป็นเหตุให้พวกเราต้องปั่นงานออกมาให้ดีมีคุณภาพ เพราะจะได้โชว์ผลงานให้คนทางฝั่งยุโรปกับอเมริกาได้เห็นศักยภาพในด้านGrid Computing ในฝั่งเอเชีย
โดยงานที่ผมได้เข้าไปแจมกับเพื่อนของผม(ชื่อ Junwei) เพื่อส่งเข้าไปในงานประชุมGridAsia ครั้งนี้มีชื่อว่า MOGAS เป็นซอฟต์แวร์ระบบสำหรับมอนิเตอร์ทรัพยากรในเครื่องข่ายGrid Computing โดยเริ่มทำมาตั้งแต่ปี2005ได้แล้วครับ ในเวอร์ชันที่ผ่านๆมา MOGAS สนับสนุน Globus Toolkit 2 หรือ GT2 และก็มีการปรับปรุงให้ทำงานได้ทั้ง GT2 กับ GT3 และในเวลาต่อมา GT4 ถูกพัฒนาออกมาและถูกใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้นเพราะมีแนวโน้มว่าจะเป็นมาตรฐานของGrid Computingเลยกว่าได้ พอมาเป็นGT4แล้ว หลายๆอย่างก็เปลี่ยนไปครับ อย่างเช่นระบบสำหรับจัดส่งงานและติดตามงาน (Job [...]
Posted by: javaboom on: July 18, 2008
ร้าน MENICHI
ในวันเดียวกันที่ผมได้มาถ่ายภาพเก็บตกศูนย์รวมร้านอาหารญี่ปุ่นที่ Jurong Point ที่มีชื่อว่าSHOKUTSU10 ผมก็เลยถือโอกาสทานอาหารญี่ปุ่นร้านอื่นบ้าง ก็เลยเลือกที่ทานง่ายๆแล้วกันแบบบะหมี่ราเมน ก็เลยเลือกร้าน MENICHI
Posted by: javaboom on: July 18, 2008
ต่อเนื่องจากโพสต์ของวันที่ 12 ชื่อ ศูนย์รวมร้านอาหารญิ่ปุ่นที่ Jurong Point ในวันโน้นผมลืมถ่ายภาพป้ายใหญ่ข้างหน้าศูนย์ ในวันนี้ได้มีโอกาสไป Jurong Point อีกครั้งเลยตามไปถ่ายภาพที่เพิ่มเติมครับ
p>
ตกลงโซนหรือศูนย์อาหารญี่ปุ่นนี้มีชื่อว่า SHOKUTSU10 OSAKA
อย่างที่กล่าวไว้ในโพสต์ที่แล้วนะครับ ผมก็ไปทานอาหารที่ร้าน Kuishin Bo เป็นร้านอาหารบุฟเฟต์ และผมก็ได้ถ่ายป้ายหน้าร้านแบบชัดๆมาให้ดูด้วย
ทางเข้าร้าน Koishin Bo