วันนี้ผมได้เล่าข่าวที่ blognone เป็นข่าวที่ 100 ของผม (ขอใช้คำว่า “เล่าข่าว” แทน “รายงานข่าว” แล้วกันนะ) ผมเริ่มเป็นสมาชิกที่ blognone เมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2008 และก็เริ่มเล่าข่าวแรกเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ค.ศ. 2008 หัวข้อของข่าวแรก คือ Intel ปล่อย Parallel Studio ชุดพัฒนาโปรแกรมแบบขนาน จากนั้นผมก็เล่าข่าวอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งหนึ่งเดือนให้หลังผมก็ได้รับโหวตให้เป็น Blognone’s Writer ในวันที่ 27 กันยายน และผมก็ยังขยันเขียนข่าวมาอย่างต่อเนื่อง แต่ทุกวันนี้ผมไม่ค่อยได้เขียนข่าวเยอะเหมือนช่วงแรกเนื่องจากหน้าที่การงานที่พอกหางอยู่นั่นเอง หากรวมระยะเวลาถึงวันนี้ ผมเป็นสมาชิก blognone ทั้งหมด 2 ปี กับ 37 สัปดาห์
Category Archives: Blognone
สรุปข่าวไอทีปี 2009
นานมาแล้วที่ผมแทบลืมว่าผมไม่ได้เข้ามาอัพเดตข่าวคร่าว (ข่าวคาวด้วย) ใน blog แห่งนี้ แต่ทว่าวันนี้ก็วันสุดท้ายของปี ก่อนขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2553 หรือ ค.ศ. 2010 ผมจะไม่แตะ blog ของตัวเองในวัน New Year Eve มันก็ขัดใจอยู่นะครับ แต่ทว่าจะใส่เรื่องอะไรดีล่ะ … อ่่า ใช้แผนเดิมที่เคยทำเมื่อปีก่อนแล้วกัน
เช่นเดิมอย่างที่เคยทำในปีก่อน ผมได้สรุปข่าวไอทีที่ผมรายงานไว้ที่เว็บไซต์ข่้าวไอทีที่ชื่อ blognone ท่านที่สนใจรื้อฟื้นข่าวของปี พ.ศ. 2552 ก็ไปอ่านได้ที่ สรุปข่าวไอทีปี 2008
สำหรับข่าวไอทีปี 2009 ที่ผมเขียนนั้นก็เจาะเนื้อหาไปที่เรื่องเดิมๆที่ผมสนใจ นั่นคือ High Performance Computing รวมทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ supercomputer, cloud computing, virtualization, และ high performance processor เป็นต้น ทว่าในปีนี้ (ปี 2009) ความถี่ในการเขียนข่าวของผมน้อยลงกว่าปีก่อน เพราะผมต้องปั่นเปเปอร์ ปั่นงานวิจัยเพื่อสอบ phd confirmation จนท้ายที่สุดก็ได้เป็น PhD Candidate ในปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา
สำหรับในปีหน้า ปี 2010 ผมก็คิดว่า ความถี่ในการเขียนข่าวลง blognone ก็น่าจะน้อยเหมือนเดิมหรือน้อยกว่าเดิม เนื่องจากผมจะก้าวเข้าสู่การเรียนปริญญาเอกปีที่ 3 ซึ่งเป็นปีทรหดของนิสิตปริญญาเอกที่นี่ (ที่อื่นๆก็น่าจะเหมือนกัน) เลยขอออกตัวก่อนว่า ถ้าไม่เจอข่าวคราวจากผมทั้งใน blognone หรือใน blog แห่งนี้ ก็ไม่ต้องแปลกใจอะไรครับ ถ้าอยากเจอผม ปกติผมก็เข้ามา comment อยู่ หากจะอยากคุยกับผมก็เมลมาหรือ tweet มาที่ @javaboom ได้ครับ
Cloud computing เป็นสินค้าแฟชั่น
ผมคิดว่าหลายๆท่านมีความเชื่อเหมือนผมว่าสินค้าไอทีเป็นสินค้าแฟชั่นได้ด้วย และ cloud computing ก็จัดว่าเป็นแฟชั่น อย่างคำว่า cloud ก็กลายเป็นชื่อแฟชั่นที่ดูสวยหรู ดั่งที่คนพากันเรียกว่า cloud เป็น buzzword หรือ fashion word กัน ดั่งเช่น บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ยักษ์เล็กหลายบริษัทแห่กันออกผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตีตราคำว่า cloud เข้าไปในชื่อผลิตภัณฑ์หรือบริการของตน ถ้าอ้างอิงตาม Gartner แล้วเขาบอกว่า vendor ในอุตสากรรมไอทีทุกเจ้าเลยแหละที่ขนกลยุทธ์ด้าน cloud computing กันออกมา แม้กระทั่งในงานวิจัยเอง หัวข้อ cloud computing ก็ดังพลุแตกเช่นกัน อย่างงานประชุมวิชาการงานหนึ่งที่มีชื่อเสียงของ IEEE ชื่อ CCGrid จากแต่ก่อน CCGrid มีชื่อเต็มว่า Cluster Computing and the Grid ครั้งต่อไปไม่ได้ชื่อนี้แล้วนะครับ โดย CCGrid ก็เล่น buzzword คำนี้กับเขาเหมือนกัน จนมีชื่อเต็มชื่อใหม่ว่า Cluster, Cloud, and Grid Computing (ดูได้ที่เว็บงาน CCGrid 2010)
ผมเห็นด้วยกับซีอีโอของออราเคิลคุณ Larry Ellison ที่พูดเหน็บ cloud computing ตามคลิปวิดีโอด้านบน ส่วนจะมีอะไรในกอไผ่หรือในใจ Ellsion หรือเปล่าผมคงกล่าวหาอะไรไม่ได้ แต่เท่าที่ผมทราบคือ ออราเคิลเองก็ลุยตลาด cloud computing กับเขาเหมือนกัน และดูเหมือนว่่าออราเคิลจะอ้างว่า ออราเคิลมีผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า grid computing แต่มีความสามารถเด่นที่ชื่อว่า elasticity (อันเป็นคุณสมบัติเด่นของ cloud computing) ก่อนที่ cloud computing ติดกระแสแฟชั่นซะอีก … จริงเท็จยังไง ผมไม่ทราบ เพราะผมไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นของออราเคิล ซึ่งอาจจะเป็นจริงอย่างออราเคิลอ้างไว้ก็ได้ เพราะหลักการดังกล่าวก็ใช่ว่าจะมีความยุ่งยากในการพัฒนาโดยยักษ์ใหญ่อย่างออราเคิลแต่อย่างใด
Blognone yearbook 2008
วันที่ 23 มีนาคม 2552 ณ ห้องทำงาน มหาลัย NTU ประเทศสิงคโปร์ เวลาประมาณ 11:00 นาฬิกา – ในที่สุดผมก็ได้รับหนังสือ Blognone yearbook 2008 ของสะสม หนังสือทรงคุณค่าแก่การรอคอย
รวมข่าวคลาวด์กับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
สืบเนื่องจากข่าวทีมงานของโอบามานำกลุ่มเมฆสู่การปฏิรูปภาครัฐ ที่ผมรายงานใน blognone ผมได้รวบรวมข่าวที่เกี่ยวข้องกับการใช้ Cloud Computing ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ตอนนี้ และผมได้รวบรวมลิงค์ของข่าวเหล่านั้นมาแปะไว้ด้วย ผมยังไม่มีกำลังและเวลาเรียบเรียงและสรุปออกมา ดังนั้น ถ้าหากท่านใดสนใจ สามารถอ้างอิงหรืออ่านได้จากลิงค์เหล่านี้ครับ
สรุปข่าวไอทีปี 2008
ช่วงนี้ผมมีงานค้าง และมีประชุมกับสัมนามากมาย ผมเลยไม่ค่อยมีเวลาอัพเดทข่าวคราวเท่าไหร่ ผมมีเรื่องดีๆจากประชุมและสัมนาอยากมาเล่าให้ฟังมากมาย เอาไว้ว่างๆแล้วจะมาเก็บตกทีละนิดละหน่อยแล้วกัน
สำหรับหัวข้อนี้ผมขอเล่นง่ายๆนะครับ ขอสรุปข่าวไอทีที่ผมเขียนไว้ใน blognone มาสรุปลิงค์ไว้ในที่นี้ เช่นเดิมครับ ข่าวไอทีของผมจะเน้นไปที่ High Performance Computing ซึ่งครอบคลุมหลายเรื่องตั้งแต่ Grid Computing, Cloud Computing, Supercomputing, Processor, Multi-core, Green Computing, Virtualization, และเรื่องที่เกี่ยวข้อง
ผมเริ่มเขียนข่าวที่ blognone เมื่อปีก่อน ข่าวแรกลงวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ( ค.ศ. 2008 ) หลังจากนั้น 1 เดือนต่อมา ผมได้รับตำแหน่ง Blognone’s Writer ผมต้องขอขอบคุณทีมงาน blognone และผู้อ่านที่ให้การสนับสนุนนะครับ
ที่ผ่านมา มีผู้อ่านติดตามข่าวคราวมาอย่างต่อเนื่อง มีคำแนะนำ ติชมดีๆมากมาย ซึ่งผมพร้อมรับฟังนำไปปรับปรุง และขอขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับคำติชมและการให้ความสนับสนุนมาโดยตลอด ผมไม่มีเวลาเขียนข่าวได้ครบทุกๆข่าว ดังนั้น หากท่านเห็นว่า ทำไมผมไม่เขียนข่าวนี้ ทำไมผมถึงเขียนข่าวนั้น จริงๆ ผมก็อยากจะเขียนให้หมดแหละครับ แต่ผมไม่มีพลังที่จะทำได้หมดได้ ถ้าท่านใดมีความสนใจในเรื่องเดียวกันกับผม และมีเวลาที่จะเขียนได้ ก็ลงมือเขียนเลยครับ ไม่ต้องรอผม ไม่ต้องกลัวว่าผมจะเขียนซ้ำ ยิ่งมีคนช่วยเขียนข่าว กระจายข่าวที่ผมสนใจ ยิ่งเป็นเรื่องดีสำหรับผู้อ่านมากๆเลยครับ
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายที่สุดนี้ ผมอยากฝากอีกเรื่องหนึ่ง เอาเป็นข้อคิดแล้วกันนะครับ คือ เวลา comment อะไรในข่าว โดยเฉพาะเป็นการตำหนิหรือให้คำแนะนำในการเขียนข่าว ถ้าเป็นไปได้นะ อย่าใช้คำพูดเสียดสี พาดพิงไปถึงบุคคลอื่น หรือใช้คำพูดกระแทกจิตใจผู้อื่น ที่ผ่านมา ผมเคยเจอปัญหานี้ไม่ใช่แค่ใน blognone ผมเจอที่อื่นอีกมากมายครับ ขอกล่าวไว้ก่อนว่า ผมเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นและข้อตำหนิได้ครับ ขออย่างเดียวเท่านั้นว่า อย่าพาดพิงบุคคลอื่น ถ้าจะตำหนิอะไร ให้ระบุเลยว่าจะตำหนิใคร เช่นตำหนิผมว่าให้แก้ข่าวหรือแก้คำพูด ก็ตำหนิผมคนเดียวครับ และขอคำแนะนำให้ด้วยว่า ให้แก้ ณ จุดไหน ด้วยเหตุผลอย่างไร ผมน้อมรับไปแก้ไขโดยดีครับ
ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ตรุษจีนนี้ ขอให้ทุกๆท่านมีสุขภาพแข็งแรง มีการงาน การเงิน ความรัก ที่มั่นคงและมั่งคั่งนะครับ
Continue reading
ทำไมรันนานเป็นปี ?
ช่วงนี้งานยุ่งครับไม่มีเวลามาอัพเดทอะไรใหม่ๆ เลยขอเอา comment ของผม ที่ผมใส่ไว้ในข่าวชื่อ จับตาดูคลื่นลูกใหม่ในนามว่า Blue Waters จากไอบีเอ็ม ลงไว้ที่
มาให้อ่านแล้วกัน ข่าวนี้ก็เกี่ยวกับ Blue Waters ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงที่คาดว่าจะเร็วกว่า Road Runner ที่เร็วที่สุดในปัจจุบันนี้ รายละเอียดไปอ่านในข่าวเอาเองครับ
ใน comment ของข่าวนี้ มีคำถามจากคุณ crucifier ที่มีใจความประมาณว่า ทำไมซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เรียกว่าสุดยอดแห่งความเร็วนั้น ทำไมถึงยังประมวลผลงานบางงานใช้เวลาเป็นปี ขอขอบคุณคุณ crucifier สำหรับคำถามนะครับ ผมขอคัดลอก comment ของผม ซึ่งเป็นคำตอบมาแปะไว้ที่นี้ ซึ่งมีคำตอบอยู่ว่า
ข่าว: ไมโครซอฟท์กับศูนย์ข้อมูลยุคที่สี่
ข่าวใหม่เกี่ยวกับ Cloud Computing ผมเอาไปลงไว้ที่ blognone เรียบร้อยแล้วครับ ไปอ่านได้ในข่าวชื่อ ไมโครซอฟท์กับศูนย์ข้อมูลยุคที่สี่ ความเก๋าของไมโครซอฟท์ที่ลงทุนกับตลาด Cloud Computing ครั้งนี้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประวัติศาสตร์การพัฒนาศูนย์ข้อมูลหรือ Data center เป็นอย่่างมากครับ ผมชักจะตื่นตาตื่นใจกับการแข่งขันระหว่างไมโครซอฟท์กับกูเกิลมากขึ้นแล้ว อดใจไม่ไหว อยากเห็นโซลูชันต่างๆไวๆว่ามันจะออกมาหน้าตาอย่างไรครับ
ความแตกต่างระหว่างคลัสเตอร์กับกริด
สืบเนื่องจากคุณ 0xffeeddaa ได้ตั้งคำถามว่าคลัสเตอร์กับกริดต่างกันอย่างไร โดยคำถามนี้ปรากฏในข่าวที่ผมลงในเว็บ
ชื่อหัวข้อ TCG@NUS: ตัวอย่างกริดในรั้วมหาลัย ผมจึงตอบเป็น comment ไว้ในข่าวดังกล่าว และเพื่อเป็นประโยชน์ต่อไปสำหรับผู้ที่มีคำถามนี้ ผมขออนุญาติคัดลอก comment ของผมมาแปะไว้ในที่นี้
ในฝั่งวิชาการมันก็ต่างกันอยู่ครับ คลัสเตอร์ (Cluster) คือกลุ่มของคอมพิวเตอร์ที่กระจุกตัวรวมกันบนเครือข่ายหนึ่งๆ (โดยส่วนใหญ่อยู่บนเครือข่ายวงเดียวกัน) แล้วก็แชร์ทรัพยากรร่วมกัน (เช่น CPU และ storage) โดยมีซอฟต์แวร์ที่ช่วยบริหารและเชื่อมต่อให้เกิดเครือข่าย Cluster ดังกล่าว ดังนั้น เราสามารถนำ Cluster ไปประมวลผลร่วมกันในงานเดียวกันแบบขนาน หรืออาจจะเอางานหลายๆงานซึ่งเป็นอิสระจากกัน ส่งไปประมวลผลบน Cluster ก็ได้
ถ้าเป็นกริด (Grid) ตามอุดมคติที่ Globus หรือตามที่ Ian Foster เจ้าพ่อ Grid เคยกล่าวไว้ มองว่าเป็นการเชื่อมทรัพยากรคอมพิวเตอร์ระหว่างหน่วยงานหรือองค์กรที่มีนโยบายแตกต่างกัน หรือเป็นคนละองค์กรกันไปเลย โดย Grid จะทำให้เชื่อมความหลากหลายของทรัพยากรและนโยบายให้เป็นหน่วยเดียวกันได้ ก็กลายเป็นกลุ่มกลุ่มเดียวเสมือนเป็นองค์กรเดียวกัน และจากนั้น เราจะนำงานไปประมวลผลแบบขนานหรือเอางานเดี่ยวๆหลายๆงานไปประมวลผล ก็สามารถทำได้เช่นกันเหมือนกับ Cluster
หากมองในฝั่งธุรกิจ คำศัพท์ Grid กับ Cluster มันกำกวมครับ (ซึ่งไม่ใช่ Cloud Computing เท่านั้นที่กำกวม) โดยบริษัทหลายเจ้า (แม้กระทั่ง IBM, Oracle, และ Sun) มองว่า Grid กับ Cluster มันก็เรื่องเดียวกันแหละครับ คือเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์หรือรวมทรัพยากรคอมพิวเตอร์เข้าหากัน แล้วร่วมกันประมวลผลหรือแก้ไขปัญหา
ถ้า IBM เขาจะบอกว่า Grid คือ การพัฒนาโปรแกรมให้เป็นหน่วยย่อยๆที่สามารถกระจายการประมวลผลไปให้คอมพิวเตอร์หลายเครื่องได้ (ซึ่ง Cluster ก็เป็นงั้น) ส่วนทาง Sun บอกว่า Grid แบ่งออกเป็น Cluster Grid, Campus Grid, และ Global Grid ถ้ามองง่ายๆก็คือไล่ตั้งแต่ระดับแลนของหน่วยงานหนึ่งๆ(Cluster Grid), Campus Grid แลนหรือแวนของสถาบันเดียวกัน (ระดับองค์กร), จนกระทั่ง Global Grid หรือระดับแวนระหว่างองค์กร
บุกรัง Microsoft สิงคโปร์
วันนี้ อาจารย์ของผมและผมเองได้รับคำเชิญจากไมโครซอฟท์ที่สิงคโปร์ให้มาร่วมฟังการสาธิตผลิตภัณฑ์และร่วมสนทนาเกี่ยวกับงานวิจัยด้าน Virtualization โดยมีผู้ประสานงานจากไมโครซอฟท์คือ Jerald Cheong ตำแหน่ง Technical Specialist ของ Microsoft HPC โดยทางไมโครซอฟท์ยินดีถ่ายทอดความรู้ให้กับผมเพื่อได้รู้จักผลิตภัณฑ์ Virtualization ทางฝั่งไมโครซอฟท์ และเขาเองก็อยากฟังไอเดียจากทางศูนย์วิจัยของผมว่ากำลังวิจัยเรื่องอะไรอยู่ และร่วมสนทนาว่า อะไรคือสิ่งที่ไมโครซอฟท์กำลังทำอยู่ และอะไรคือสิ่งที่ไมโครซอฟท์หรือผมยังขาดไป ?
พอผมไปถึงสำนักงานของไมโครซอฟท์ ผมก็ทำการสำรวจสถานที่ โดยเฉพาะส่วนที่เรียกว่า Microsoft Innovation Center ซึ่งเป็นส่วนที่เขาพัฒนาระบบงานไอทีสำหรับสาธิตต่อลูกค้า (เสียดายที่ถ่ายรูปไม่ได้เยอะเท่าไหร่ เพราะมัวแต่คุยกับอาจารย์ของผม) พอถึงเวลานัดหมาย ทางไมโครซอฟท์ก็ส่งพนักงานตำแหน่ง IT Pro Evangelist ชื่อ Dennis Chung เป็นผู้นำเสนอผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์นั่นคือ Microsoft VMM 2008 (หรือ Microsoft System Center Virtual Machine Manager 2008) การบุกไมโครซอฟท์ครั้งนี้ มีผมและเพื่อนของผมคือ Junwei เข้าวงสนทนากับไมโครซอฟท์เท่านั้น โดยมีอาจารย์ของผมเป็นผู้มาส่งเราทั้งสองถึงรังไมโครซอฟท์
ขอให้อ้างอิงแหล่งที่มาด้วยนะครับ
สวัสดีครับ หลังจากผมกลับไปพักผ่อนจิตใจเรื่องคุณแม่ที่ได้จากไปกระทันหัน ผมก็มีกำลังใจเพิ่มมาจากญาติพี่น้องและเพื่อนพ้องที่ช่วยทำให้ตั้งสติได้อีกครั้ง ผมก็ไม่ได้หายไปไหนครับ มีเขียนข่าวใน
ไปหลายข่าวพอควร ไปเก็บตกได้ที่ http://www.blognone.com/blog/javaboom ล่าสุดข่าวที่ผมใส่ใน blognone ในหัวข้อ 10 กลยุทธ์เทคโนโลยี ต้อนรับปี 2009 ก็มีเว็บอย่าง sanook นำไปโพสต์ไว้เป็นในหมวดข่าวไอทีด้วย มีแปะรูปภาพเพิ่มมาด้วย ก็เข้าไปอ่านได้ครับ
ผมรู้สึกว่าเว็บหลายแห่งนิยมคัดลอกข่าวจากที่อื่นมาแปะเป็นทอดๆ สำหรับ sanook ถือว่าปฏิบัติตัวเหมาะสมครับ เพราะยังอ้างอิงต้นข่าวและแสดงข้อความ “สนับสนุนข้อมูลโดย…” ด้วย ถ้าเป็นที่ blognone เอง เวลาเขียนข่าว เราก็มีกฎว่าต้องใส่ที่มาของต้นข่าวพร้อม hyperlink ของที่มาด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี ผมเห็นเว็บหลายแห่งทีเดียวที่ไม่ได้ทำอย่างนั้น มีบางเว็บก็บิดเบือนข้อมูลต้นฉบับ แก้ไขข้อมูลเล็กน้อยจนข่าวมันผิดไปจากความเป็นจริงนั้นถือว่าแย่มากๆเลยครับ ส่วนพวกที่คัดลอกข่าวมา ก็มีแบบที่ใส่ชื่อที่มาแบบไม่มี hyperlink อย่างเช่น จริงๆถ้าที่มาเป็น blogone หากจะใส่ว่า GoBlognone ก็โอเคอยู่ครับ จริงๆ blognone ก็มีสัญลักษณ์
ครับ แต่ถ้าไม่มี hyperlink ก็น่าจะใช้ชื่อจริงๆว่า blognone นะครับ ส่วนพวกเว็บที่ไม่ได้ใส่แหล่งที่มาเลย ผมถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมควรที่สุดเลยครับ … ผมไม่ขอเอ่ยแล้วกันครับว่าเว็บไหนบ้างทำไม่ถูกต้องครับ (หรือไม่ถูกใจผมคนเดียวหรือเปล่าเนี่ย ?)
สรุป … การคัดลอกข่าวจากที่อื่นมาแปะก็เป็นเรื่องดีอยู่นะครับ เป็นการกระจายข่าวให้ครอบคลุมผู้อ่าน และยังสำเนาแหล่งข่าวไว้หลายๆแห่ง อีกทั้งลดโหลดที่จะมากองไว้ที่เว็บต้นข่าว แต่ผมขอความกรุณาเถอะครับ ขอให้ใส่แหล่งที่มาด้วยว่าท่านคัดลอกข่าวมาจากที่ใดบ้าง ถ้าคัดลอกชื่อต้นข่าวมาแล้ว ก็ขอให้ใส่ hyperlink เพื่อสามารถกดไปดูต้นข่าวได้ด้วยครับ เห็นบางแห่งคัดลอกข่าวมาแล้ว ก็ทำเหมือนกับว่าตนเป็นคนเขียนเอง เห็นแล้วรู้สึกเหมือนขโมยยังไงยังงั้นเลยครับ
Intel Blogger Day 2008 กับหัวข้อ “Blogging in the Clouds”
ช่วงนี้ผมไม่ได้เข้ามาอัพเดทข่าวคราว จริงๆมีข่าวให้อัพเดทเยอะเลยครับ แต่ว่ามีภาระงานวิจัยเร่งด่วนต้องรีบสะสาง และยังมีงานสำคัญอีกงานนั่นคืองาน Intel Blogger Day 2008 จัดวันเสาร์ที่ 11 ตุลาคมนี่เองครับ โดยผมได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนของ
และจริงๆผมก็เต็มใจอาสาด้วย นั่นคือมอบหมายให้นำเสนอหัวข้อเรื่องการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ (Cloud Computing)
ผมเพิ่งร่างหัวข้อที่จะบรรยายเรียบร้อยแล้ว จริงๆผมไม่ทราบว่าเหล่าบรรดา blogger ที่มางานนี้จะชอบหัวข้อที่ผมจะนำเสนอหรือเปล่า รู้สึกเครียดๆเพราะถ้าพูดอะไรพื้นๆให้ผู้ฟังที่ชำนาญ เขาก็จะรู้สึกเบื่อ ถ้าผมพูดขั้นสูงไปก็เกรงว่าผู้ฟังที่ไม่ได้อยู่ในฟิลด์นี้จะเบื่ออีกเช่นกัน แล้วอะไรมันกลางๆล่ะครับ ไม่ทราบเหมือนกันครับ ตอนนี้ผมคิดชื่อหัวข้อได้แล้ว ชื่อ “Blogging in the Clouds” แปลกใหม่ดีครับ
“Blogging in the Clouds” หัวข้อน่าสนใจดี แต่หาได้เกี่ยวข้องกับการเขียน blog ลง Cloud Computing เลยครับ อาจจะมียกตัวอย่างว่ามีคนที่เขาใช้ Cloud Computing สำหรับทำ Blog ก็มีครับ แต่เนื้อหาที่ผมอยากเน้นจริงๆแล้วก็คือ Cloud มันมีที่ไปที่มาอย่างไร ? และมีองค์ประกอบอะไรบ้าง ? หลายท่านรู้จัก Cloud ไปแล้ว และเชื่อว่าหลายท่านก็ได้ยินชื่อเสียงและชื่อเสียเกี่ยวกับ Cloud มาบ้าง หลายท่านอาจบอกว่า Cloud ไม่ใช่สิ่งใหม่ เป็นเพียงแฟชั่น และมันก็เหมือน Grid Computing นี่เอง … ไม่ผิดเลยครับที่ท่านคิดเช่นนั้น แต่เราลองมาดูมุมมองอีกมุมหนึ่งว่า ทำไมฤดูนี้ถึงเป็น Cloud Season ? เทคโนโลยีมีการผ่านร้อนหนาวมาแล้วกี่ฤดูจึงกำเนิด Cloud Computing ขึ้นมา ? และผมจะสอดแทรกด้วยเนื้อหาที่เกี่ยวข้องอย่าง Virtualization และ Green IT อันเป็นเรื่องที่มาแรงพร้อมๆกับ Cloud Compuing
โอเคครับ เกริ่นมาดูเหมือนหัวข้อน่าฟัง (หรือเปล่า ?) แต่ตอนนี้ผมยังไม่ได้ทำ slide เลยครับ ผมอยู่สิงคโปร์ครับ ผมเดินทางพรุ่งนี้เย็น ก็กะว่าจะปั่น slide เย็นนี้หรือไม่ก็พรุ่งนี้ หรือไม่ก็บนเครื่องบินแหละ เสียดายมากที่งานนี้จัดวันเสาร์นี้ ถ้าเสาร์หน้านะ ผมจะมีเรื่องพูดมากมายเลย เพราะจันทร์หน้าผมมีนัดกับ Microsoft ที่ออฟฟิศของ Microsoft ที่สิงคโปร์ ร่วมสนทนากันในหัวข้อ Cloud กับ Hyper-V ครับ
ท่านใดสนใจเข้าร่วมงาน Intel Blogger Day 2008 ก็ไปลงทะเบียนเพิ่มได้ที่ blognone ครับ หัวข้อ Intel Blogger Day 2008 เสาร์นี้ ยังมีที่นั่งว่างนะครับ หัวข้อบรรยายของผมเป็นเพียงส่วนเล็กๆของงานครับ ยังมีหัวข้อของ blogger ท่านอื่น และการได้พูดคุยกับผู้บริหารจาก Intel ด้วย แล้วเจอกันนะครับ
ตำแหน่ง Blognone’s Writer
สืบเนื่องจากเมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา ผมได้สมัครเป็นสมาชิกของเว็บ
และเสนอข่าวสม่ำเสมอ โดยผมเน้นเสนอข่าวเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง (High Performance Computing หรือ HPC) เมื่อคืนนี้ ผมได้รับการเสนอชื่อให้เป็น Blognone’s Writer จากคุณ lew และคุณ mk ผู้ก่อตั้ง Blognone ตามประกาศหัวข้อ เสนอคุณ javaboom เข้าเป็น Blognone’s Writer และในวันนี้ ผมก็ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนักเขียนข่าวของ Blognone ให้ได้รับการเลื่อนขั้นดังกล่าว ผมจึงขอบันทึกความทรงจำครั้งนี้และกล่าวขอบคุณไว้ในที่นี้ไว้ด้วย
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนนะครับ เพิ่งทราบว่ามีธรรมเนียมนี้ด้วย และขอบคุณสำหรับคำชมของทุกท่านและถือว่าคำชมเป็นแรงผลักดันในการพัฒนา ผมขอยกเครดิตและขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ภุชงค์ที่ถ่ายทอดความรู้ให้กับผม ทำให้ผมมีทักษะทางด้าน HPC และได้พี่กับเพื่อนเก่งๆจาก ThaiGrid + HPCNC ถ่ายทอดความรู้และคำแนะนำมากมายให้กับผม ได้แก่ พี่กี้, พี่จุ๊, พี่จุ้น, เอก, กิ๊, เป้ง และอีกหลายๆท่าน
แม้ผมได้เป็น Writer แล้ว ผมยังต้องพัฒนาการเขียนข่าวสารต่อไป และยังคงปักหลักในด้าน HPC ผมมีความหลังที่ว่า เมื่อ 10 ปีก่อน ผมอยากอ่านข่าวและอยากเรียนรู้ศาสตร์ด้าน HPC มากๆ ตอนนั้นภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง (ตอนนี้ก็ยังอ่อนอยู่) และความสามารถในการหาข้อมูลยังด้อยมาก ผมยังเคยคิดว่า HPC เป็นสิ่งไกลตัวมากๆ คงรุ่งได้แค่การศึกษาและวิจัย แม้กระทั่งเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน ผมเคยทำงานด้าน HPC อยู่ที่ Sun Microsystems ผมก็รู้สึกว่า HPC ยังไกลตัวลูกค้าและขายได้ยากมาก แต่จริงๆ HPC เป็นสิ่งใกล้ตัวมาก (กว่าสมัยก่อน) เพียงแต่ HPC เล่นบทบาทเบื้องหลังให้ระบบสารสนเทศมากมาย (เช่น Cluster, Multi-core, และ Cloud) ตอนนี้ เมื่อผมมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ง่าย ถึงเวลาที่ผมควรจะแบ่งปันข่าวในสาขานี้ให้ท่านอื่นได้ทราบด้วย เป็นความจริงอยู่ที่ว่า คนเราสามารถเป็นผู้ใช้เทคโนโลยีโดยไม่ต้องติดตามข่าวคราวของมันเลย แต่ผมเชื่อในสโลแกนของ Blognone ที่ว่า Tech News That’s Worth ผมคาดว่า Cloud Computing, Multi-core, Green IT, และ Virtualization เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยดึงกระแส HPC ให้มีสีสันสดใส และเกิดการแข่งขันกันระหว่างบริษัทต่างๆ เกิดงานวิจัยที่มีคุณค่า และส่งผลผลักดันให้ภาคการศึกษา ภาครัฐและเศรษฐกิจก้าวหน้าไปได้
หากเนื้อหาข่าวน่าเบื่อ ผมขอโทษท่านล่วงหน้า ณ ที่นี้ รวมถึงหากเนื้อหาที่ผมเขียนไปใช้ภาษาวิบัติจนรับไม่ได้ และข้อมูลที่ผมเขียนไปขัดแย้งกับแหล่งข่าวอื่นขอได้โปรดชี้แนะผมด้วยนะครับ ผมน้อมรับไปปรับปรุง
ติดตามข่าวสารของผมใน
ได้ที่ http://www.blognone.com/blog/javaboom และใน blog นี้ผมได้รวบรวมข่าวที่เขียนสรุปโดยผมไว้ที่ http://javaboom.wordpress.com/meblognone/
ขอบคุณครับ และฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ
Sivadon Chaisiri (JavaBoom)
28 กันยายน พ.ศ. 2551
บางเหตุผลที่ Cloud Storage ไปรุ่งกว่า
ผมถ่ายภาพนี้ขณะเครื่องบินกำลังลงจอดสนามบินนานาชาติอุบลราชธานี วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2551
ผมขออนุญาตคัดลอกเอา comment ของผมจากข่าวชื่อ บิล เกตส์ชี้ Cloud Storage ไปได้รุ่งกว่า ที่ผมเขียนใน
ของวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ในข่าว เกตส์เขาได้แสดงทรรศนะของเขาว่า Cloud Storage ไม่มี tradeoff ในการลงทุน สำหรับผมเอง ผมเห็นด้วยกับการวิเคราะห์ของเกตส์ ผมจึงขอวิเคราะห์ทรรศนะของเกตส์ไว้ในที่นี้ อย่างไรก็ตาม ผมได้ทิ้งท้ายไว้ว่า จริงๆผมก็ไม่เห็นด้วยกับเกตส์ที่ว่า Cloud Storage จะไม่มี tradeoff เลย ซึ่งจริงๆมันมีอยู่ และตั้งอยู่บนฐานของความไม่แน่นอน นั่นคือ “ความเสี่ยง” และสิ่งที่ต้องลงทุนกับความเสี่ยงนี้คือ “การรับประกัน”
เพราะชื่อ Cloud ความหมายเลยมืดมน
วันนี้ผมเข้าไปโพสต์ข่าวในเว็บ
หัวข้อ “ห้าเทคโนโลยีแห่งปีในกระแส Hype Cycle” รายละเอียดเป็นอย่างไรไปติดตามได้ที่
แต่ผมขออนุญาตคัดลอก comment หนึ่งของผมมาแปะไว้ที่นี่หน่อยนะครับ comment นี้มาจากความกำกวมในความหมายของ Cloud และคุณ mk ได้ยกประเด็นว่า Cloud Computing ต่างจาก Utility Computing และ On-demand Computing อย่างไร ผมไม่ได้แสดงความคิดเห็นตอบไปตรงๆกระทัดรัดได้ใจความ ตามนิสัยการสาธยายและเล่านิทานน่าเบื่อที่ยืดยาวของผม - นิสัยนี้ลูกศิษย์ของผมหลายคงเจอบ่อยจนเอือมระอา อย่าเอาเป็นตัวอย่างครับ
