Posted by: javaboom on: January 12, 2009
ตั้งแต่ขึ้นปีใหม่มา ผมยังไม่ได้อัพเดทหน้าเว็บตัวเองเลย วันนี้ ขอประกาศหัวข้อบรรยายที่ผมจะเข้าไปฟังในเดือนนี้แล้วกัน หัวข้อแรกชื่อ “Intersection of Cloud and Grid Computing” ชื่อมันก็บอกยี่ห้อนะครับว่าเป็นเรื่องอะไร คือ หลายท่านอาจจะมองว่า Cloud กับ Grid มีอะไรเหมือนๆกัน จนกระทั่งอาจจะบอกว่าเป็นสิ่งเดียวกัน แต่จริงๆแล้วมันก็มีอะไรที่แตกต่างกันอยู่ ทั้งในภาคทฤษฎีและปฏิบัติ จริงๆแล้ว ผมพยายามอัพเดทบทความของผมเองในเรื่องที่เกี่ยวกับก่ารบรรยาครั้งนี้อยู่ แต่ว่าสมองของผมยังไม่พร้อมจะเขียน (มันพร้อมเมื่อไหร่ มันก็มาแบบไม่คาดคิด) ตอนนี้ก็เลยออกมาได้แค่ จาก Grid Computing ไปถึง Cloud Computing ตอนที่ 1 ก็รอตอนที่ 2 ต่อไปครับ
ได้ข่าวคราวอะไรดีๆมา ก็จะมาอัพเดทให้ฟังแล้วกันนะ เอารายละเอียดการบรรยายหัวข้อ “Intersection of Cloud and Grid Computing” ไปอ่านกันแล้วกันครับ ใครมาเที่ยวหรือทำงานที่สิงคโปร์จะแวะมาฟังก็ได้นะ
Speaker : James Pang, Vice President, Product Management [...]
Posted by: javaboom on: November 27, 2008
Timeline จาก Grid ไป Cloud ตัดจากสไลด์ในงาน Intel Blogger Day 2008
เนื่องจากมีคนถามผมมาเยอะเหลือเกินว่า Grid ต่างจาก Cloud อย่างไร ? ผมก็ได้ให้คำตอบไปแล้ว จนท้ายที่สุด เหมือนเป็น FAQ ของคำถามเรื่อง Cloud เลยก็ว่าได้ครับ แต่ผมไม่เคยได้เขียนลง blog ซะที ครั้งนี้ก็ขอซะหน่อยแล้วกัน ก่อนที่ blog ผมจะกลายเป็นแนะนำอาหารการกินไปซะก่อน อย่างไรก็ดี บทความนี้จะไม่ใช่การเปรียบเทียบ Grid ต่างจาก Cloud อย่างไร แต่ผมจะขอย้อนเวลาไปเมื่อต้น 1990 (จริงๆอยากย้อนไปมากกว่านี้ แต่มันจะยาวกว่านี้ด้วย) แล้วจากนั้น ก็จะชี้ให้เห็นถึงวิวัฒนาการจาก Grid ไปถึง Cloud แม้ไม่ได้ลงละเอียดไปมากเท่าไหร่ เดี๋ยวจะกลายเป็น lecture ไปในที่สุด แต่ผมขอการสาธยายสิ่งได้ร่ำเรียนและได้ประสบพบเห็นมากับตัวเองนะครับ
ก่อนหน้านี้ ผมได้เข้าประชุมกับ director ของ HP Labs ชื่อ [...]
Posted by: javaboom on: November 1, 2008
สืบเนื่องจากคุณ 0xffeeddaa ได้ตั้งคำถามว่าคลัสเตอร์กับกริดต่างกันอย่างไร โดยคำถามนี้ปรากฏในข่าวที่ผมลงในเว็บ ชื่อหัวข้อ TCG@NUS: ตัวอย่างกริดในรั้วมหาลัย ผมจึงตอบเป็น comment ไว้ในข่าวดังกล่าว และเพื่อเป็นประโยชน์ต่อไปสำหรับผู้ที่มีคำถามนี้ ผมขออนุญาติคัดลอก comment ของผมมาแปะไว้ในที่นี้
ในฝั่งวิชาการมันก็ต่างกันอยู่ครับ คลัสเตอร์ (Cluster) คือกลุ่มของคอมพิวเตอร์ที่กระจุกตัวรวมกันบนเครือข่ายหนึ่งๆ (โดยส่วนใหญ่อยู่บนเครือข่ายวงเดียวกัน) แล้วก็แชร์ทรัพยากรร่วมกัน (เช่น CPU และ storage) โดยมีซอฟต์แวร์ที่ช่วยบริหารและเชื่อมต่อให้เกิดเครือข่าย Cluster ดังกล่าว ดังนั้น เราสามารถนำ Cluster ไปประมวลผลร่วมกันในงานเดียวกันแบบขนาน หรืออาจจะเอางานหลายๆงานซึ่งเป็นอิสระจากกัน ส่งไปประมวลผลบน Cluster ก็ได้
ถ้าเป็นกริด (Grid) ตามอุดมคติที่ Globus หรือตามที่ Ian Foster เจ้าพ่อ Grid เคยกล่าวไว้ มองว่าเป็นการเชื่อมทรัพยากรคอมพิวเตอร์ระหว่างหน่วยงานหรือองค์กรที่มีนโยบายแตกต่างกัน หรือเป็นคนละองค์กรกันไปเลย โดย Grid จะทำให้เชื่อมความหลากหลายของทรัพยากรและนโยบายให้เป็นหน่วยเดียวกันได้ ก็กลายเป็นกลุ่มกลุ่มเดียวเสมือนเป็นองค์กรเดียวกัน และจากนั้น เราจะนำงานไปประมวลผลแบบขนานหรือเอางานเดี่ยวๆหลายๆงานไปประมวลผล ก็สามารถทำได้เช่นกันเหมือนกับ Cluster
หากมองในฝั่งธุรกิจ คำศัพท์ [...]
Posted by: javaboom on: July 30, 2008
วันนี้ผมตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวเข้าประชุมทางไกลในเวลา 9 โมงเช้าสิงคโปร์ (3 ทุ่มตามเวลาแคนนาดา) เป็นการสนทนากับKhalid Ahmedซึ่งเป็นถึงChief ArchitectของบริษัทPlatform จริงๆต้องเรียกว่าเป็นการโทรศัพท์คุยกันผ่านSkypeกับKhalidที่นั่งอยู่โตรอนโตประเทศแคนนาดา โดยผู้ร่วมสนทนามีผม,อาจารย์ของผมและก็Khalid … ต้องขอบคุณLaurence ที่ได้แนะนำให้ผมได้มีโอกาสคุยกับKhalid …. หลังจากคุยกับKhalid ผมก็ต้องยอมรับโดยดุษฏีเลยว่าPlatformเขาทำงานวิจัยทางด้าน HPC และ Virtualization ถึงขั้นสุดยอดจริงๆ(เรียกแบบวัยรุ่นก็เรียกว่า ขั้นเทพ) ผลงานที่โด่งดังของ Platform อย่างเช่น LSF ที่เป็น Metascheduler ที่ถูกใช้กันอย่างกว้างขวาง
Khalidได้เล่าถึงงานวิจัยที่ทางPlatformเคยได้ทำและที่กำลังทำอยู่ ส่วนทางฝั่งผมก็ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์งานวิจัยด้วยเช่นกัน และอาจารย์ผมก็ได้คุยกันถึงปัจจัยที่มีผลต่อCloud Computingที่น่าจะเอามาเป็นหัวข้อวิจัยร่วมกับทางPlatformได้ โดยตอนนี้เรายกประเด็นเรื่องทรัพยากรธรรมชาติกับการประมวลผล (เพราะปัญหาโลกร้อน Global Warming มาแรง) และเราใช้ศัพท์คำว่า Green Computing มาเป็นประเด็นในการสนทนาในช่วงท้าย และได้วางแผนในเรื่องแนวทางการวิจัยสำหรับเรื่องนี้ หากจะให้เล่าหลักการพื้นฐานของ Green Computing ก็คือเราจะจัดสรรทรัพยากรไปประมวลผลโปรแกรมและทำให้ประหยัดทรัพยากรธรรมชาติ (เช่น ประหยัดพลังงานไฟฟ้า)ได้มากอย่างไร เช่น ต้องจัดสรรทรัพยากรคอมพิวเตอร์จำนวนเท่าไหร่, เวลาไหน, จากที่ไหนรวมไปถึงจะพัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์อย่างไรให้กินไฟต่ำ เป็นต้น แต่ทางเราจะเน้นไปทางด้าน scheduling หรือ resource provisioning เพื่อสร้างสมดุลระหว่าง Computing Efficiency กับ Power Efficiency หรือสมดุลระหว่างประสิทธิภาพของทรัพยากรคอมพิวเตอร์กับทรัพยากรธรรมชาตินั่นเอง [...]
Posted by: javaboom on: July 29, 2008
(โลโก้จากนิตยสาร LINUX MAGAZINE)
บทความจากเว็บ Linux Magazine ในหัวข้อ “Cloud Enabled” เป็นบทความที่น่าสนใจมากๆ และเหมือนผู้เขียนจะมีการใส่คำพูดประชดประชันเข้าไปด้วย แต่ผมก็เห็นด้วยกับผู้เขียนน่ะครับ เนื้อหาเป็นอย่างไรติดตามได้ โดยผมจะแทรกความคิดเห็นของผมเองด้วยตัวหนังสือสีแดง (ไปๆมาๆความคิดเห็นของผมอาจจะเสนอมากกว่าก็ได้)
Posted by: javaboom on: July 24, 2008
จากเว็บของ Sys-Con Media มีหัวข้อชื่อ Twenty Experts Define Cloud Computing ซึ่งเป็นการนิยามความหมาย รวมถึงการอุปมาอุปไมยนิยามของ Cloud Computing โดยผู้เชี่ยวชาญ 20 ท่าน ผมได้สรุปนิยามไว้เพียงบางส่วน โดยตัดคำพูดมาเพียงบางตอนของบางท่านเท่านั้น และเป็นการเรียบเรียงด้วยภาษาของผมเอง โดยคงความหมายของต้นฉบับเอาไว้ และผมยังได้สอดแทรกการวิเคราะห์ของผมเองแนบไว้ด้วยตัวหนังสือสีแดง
ดูความหมายของCloud Computingได้ที่บทความ “นิยามคำว่า Cloud Computing“
Omar Sultan ยกตัวอย่างหนึ่งเปรียบเทียบ Cloud Computing ไว้ว่า
“ถ้าผมจะอธิบายลูกค้าถึงความหมายของ Cloud Computing ผมจะยกตัวอย่างผ่านคำว่า Cloud Dinning หรือมื้ออาหารในกลุ่มเมฆ สมมติว่าผมอยู่ที่บ้านและผมมีหน้าที่ทำอาหารเลี้ยงปากท้องสมาชิกในบ้าน ถ้าลูกน้อยของผมมาอ้อนวอนว่าอยากทานอาหารอิตาลี…ผมจะทำอาหารให้ลูกผมทานเองหรือสั่งอาหารอิตาลีจากข้างนอกมาดี? สมมติว่าผมไม่มีเครื่องครัว ไม่มีวัตถุดิบที่จะเอามาทำอาหารล่ะ ดังนั้น ผมจำเป็นต้องโทรสั่งอาหารหรือวัตถุดิบจากข้างนอกซะแล้ว เช่นกันกับ Cloud Computing เรามี application ที่ต้องการการสนับสนุนจาก cloud computing (ได้แก่ ทรัพยากรและบริการจากองค์กรอื่นๆ)”
Posted by: javaboom on: July 23, 2008
Cloud Computing คืออะไร
นี่คือการนิยามคร่าวๆของผมสำหรับความหมายของ Cloud Computing
Cloud Computing คือวิธีการประมวลผลที่อิงกับความต้องการของผู้ใช้ โดยผู้ใช้สามารถระบุความต้องการไปยังซอฟต์แวร์ของระบบCloud Computing จากนั้นซอฟต์แวร์จะร้องขอให้ระบบจัดสรรทรัพยากรและบริการให้ตรงกับความต้องการผู้ใช้ ทั้งนี้ระบบสามารถเพิ่มและลดจำนวนของทรัพยากร รวมถึงเสนอบริการให้พอเหมาะกับความต้องการของผู้ใช้ได้ตลอดเวลา โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องทราบเลยว่าการทำงานหรือเหตุการณ์เบื้องหลังเป็นเช่นไร
ผมได้นิยามคำว่า Cloud Computing ในรูปแบบที่ (น่าจะ) เข้าใจง่ายขึ้นที่ นิยามคำว่า Cloud Computing ภาค 2
รายละเอียดของนิยามมีอีกครับ เข้ามาติดตามได้เลย
Posted by: javaboom on: July 23, 2008
“ท้องฟ้าของกรุงเทพมหานครในวันที่ 2 กรกฏาคม พ.ศ.2551″
จริงๆผมกะว่าจะแนะนำCloud Computingมาตั้งแต่โพสต์ที่ผ่านมาแล้วครับ แต่ผมยังหาเวลาที่ลงตัวไม่ได้และสมองของผมยังไม่เกิดไอเดียพอจะโพสต์เนื้อหาวิชาการในช่วงนี้ แต่สืบเนื่องมาจากblogของคุณSoowoiเพื่อนบ้านของผมสงสัยว่านิยามเป็นภาษาไทยของCloudเป็นอย่างไร ผมมานั่งคิดว่า…อืมนั่นน่ะสิ? เราจะนิยามมันว่าอย่างไรดี? เพราะจริงๆแล้วก็ยังไม่มีใครนิยามแบบฟันธงกันสักคนเลยครับ เมื่อผมได้กล่าวถึงCloud Computing ในblogอย่างน้อยก็ 3 บทความแล้ว แต่ผมยังไม่เคยได้นิยามความหมายของมันเลยสักครั้ง ดังนั้นผมเลยคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ผมจะแนะนำว่าCloud Computingคืออะไรกันแน่ แต่ขอแจ้งไว้ก่อนว่าผมไม่ได้สรุปว่าCloudต้องมีความหมายอย่างที่ผมจะกล่าวต่อไปนี้ … เอาอย่างนี้แล้วกันนะครับ ก่อนอื่น..เพื่อเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการตีความหมายของคำว่าCloud Computing ขอให้เดินออกไปข้างนอกในที่กลางแจ้ง จากนั้นมองขึ้นไปบนฟ้า ผมถามคุณหน่อยว่า “คุณเห็นก้อนเมฆบนท้องฟ้าหน้าตาอย่างไร?” และ “เวลาคุณเหม่อมองฟ้าคุณนึกถึงอะไร?” นั่นแหละครับคือความหมายของคำว่า Cloud ผมเชื่อว่าคุณมองเมฆบนฟ้าไม่เหมือนกับที่ผมมอง และเมื่อไหร่ก็ตามที่เรามองขึ้นฟ้า แล้วนึกถึงโซโลชันทางไอทีสำหรับใช้ในบริษัทหรือใช้สำหรับแก้ไขปัญหาทางวิทยาศาสตร์ เมื่อคุณคิดได้เช่นนี้ แปลว่า คุณกำลังนึกถึง Computing in the Clouds และพร้อมจะเข้าสู่ยุคแห่งการประมวลผลในกลุ่มเมฆที่ชื่อ Cloud Computing แล้วครับ
บทความของCloud Computing จะเริ่มทะยอยออกมานะครับ เข้าไปอ่านบทความแรกเรื่อง “นิยามคำว่า Cloud Computing” ได้เลยครับ
Posted by: javaboom on: July 22, 2008
สำนักงานของบริษัทPlatform ตั้งอยู่ที่Fusionopolis ที่ทำงานสวยมากและวิวก็ดีด้วย
ช่วงนี้ผมเดินสายตระเวนไปหาบริษัทต่างๆในสิงคโปร์เพื่อคุยกับผู้คนเพื่อหากำลังสนับสนุนงานวิจัยและในวันพรุ่งนี้ผมก็จะไปฟังบรรยายของหัวหน้าทางสายงานวิจัยของYahoo! สำหรับในวันนี้ผมได้พบกับLaurence ซึ่งเป็นdirectorของทางPlatform Computing ผมไม่สามารถกล่าวรายละเอียดของหัวข้อวิจัยที่คุยกับบุคคลต่างๆได้มากเนื่องจากเป็นข้อมูลลับของทางศูนย์วิจัยของผมเองครับ อย่างไรก็ดีผมจะให้ข้อมูลของเขาที่ได้ประกาศต่อทางสาธารณะไปแล้ว
บริษัท Platform Computing เรียกสั้นๆว่า Platform เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญทางด้าน High Performance Computing มากว่า 16 ปี มีเชื้อสายแคนนาดา และก็โด่งดังในฝั่งสหรัฐอเมริกาและข้ามไปยังยุโรป กระทั่งในเอเชียของเรา โดยบริษัทมีสาขาตั้งอยู่หลายแห่ง ในเอเชียก็มีจีน ญี่ปุ่น กับสิงคโปร์ ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะเป็นซอฟต์แวร์ระบบขนาดใหญ่สำหรับติดตั้งและบริหารระบบคลัสเตอร์และกริด และผมก็เพิ่งทราบว่าPlatformเองก็มีผลิตภัณฑ์ที่เป็นเทคโนโลยี Virtualization และ Cloud Computing ด้วย โดยผลิตภัณฑ์นี้มีชื่อว่า Platform VM Orchestrator (VMO) ซึ่งจริงๆแล้วก็ตั้งอยู่บนฐานของ Xen เรียกได้เลยว่า Xen น่าจะเป็น De Facto ด้าน Virtualization ในตลาด Cloud Computing ไปแล้วก็ว่าได้ ท่านสามารถดูรายละเอียดของบริษัทPlatformเพิ่มเติมได้ที่ http://www.platform.com พอผมได้เข้าไปในเว็บของบริษัทก็ทำให้ทราบว่าภาพยนตร์แอนนิเมชันเรื่อง Kung Fu Panda ก็ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของPlatformสำหรับการติดตั้งและบริหารคอมพิวเตอร์คลัสเตอร์ในการสร้างหนัง [อ้างอิง]
Laurenceได้นำเสนอผลงานที่วิจัยและพัฒนาร่วมกับทางมหาลัยโตรอนโตประเทศแคนนาดา ภายใต้ซอฟต์แวร์ชื่อ Snowflock จุดประสงค์หลักของงานวิจัยนี้ก็เพื่อเร่งความเร็ว (Speedup) ให้กับการสตาร์ท [...]
Posted by: javaboom on: July 19, 2008
ช่วงนี้ผมเอาโน้ตบุ๊คของผมไปเคลมก็เลยเป็นเหตุให้ผมไม่มีคอมให้ใช้ที่บ้าน อย่างวันนี้ซึ่งเป็นวันเสาร์ผมก็ต้องมาที่ทำงานเพื่อใช้คอมที่ทำงาน ในช่วง 3 – 4 วันที่ผ่านมานี้ผมก็มีเรื่องปวดหัวมากมาย ทั้งเรื่องงานและก็เรื่องส่วนตัว บ่นเรื่องงานอย่างเดียวแล้วกันนะครับ เหมือนกับว่าผมจะไปได้ดี แต่ก็ลำบากใช่น้อย เพราะตอนนี้ผมก็ได้ทำงานวิจัยร่วมกับบริษัท HP และก็หน่วยงานชื่อA*STAR (คล้ายๆ NECTEC ของไทย) ในหัวข้อที่เกี่ยวกับ Cloud Computing และผมหวังว่าจะเป็นหัวข้อวิทยาพนธ์ปริญญาเอกของผมไปในตัวด้วย และช่วงนี้ผมก็ต้องช่วยทีมงานของผมที่มหาลัยในการตีพิมพ์ผลงานลงconferenceชื่อ GridAsia ที่จะจัดขึ้นที่สิงคโปร์ในปลายปีนี้ โดยงานครั้งนี้เขาได้เชิญคนจาก GGF (หรือ OGF) และ Globus ก็เลยเป็นเหตุให้พวกเราต้องปั่นงานออกมาให้ดีมีคุณภาพ เพราะจะได้โชว์ผลงานให้คนทางฝั่งยุโรปกับอเมริกาได้เห็นศักยภาพในด้านGrid Computing ในฝั่งเอเชีย
โดยงานที่ผมได้เข้าไปแจมกับเพื่อนของผม(ชื่อ Junwei) เพื่อส่งเข้าไปในงานประชุมGridAsia ครั้งนี้มีชื่อว่า MOGAS เป็นซอฟต์แวร์ระบบสำหรับมอนิเตอร์ทรัพยากรในเครื่องข่ายGrid Computing โดยเริ่มทำมาตั้งแต่ปี2005ได้แล้วครับ ในเวอร์ชันที่ผ่านๆมา MOGAS สนับสนุน Globus Toolkit 2 หรือ GT2 และก็มีการปรับปรุงให้ทำงานได้ทั้ง GT2 กับ GT3 และในเวลาต่อมา GT4 ถูกพัฒนาออกมาและถูกใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้นเพราะมีแนวโน้มว่าจะเป็นมาตรฐานของGrid Computingเลยกว่าได้ พอมาเป็นGT4แล้ว หลายๆอย่างก็เปลี่ยนไปครับ อย่างเช่นระบบสำหรับจัดส่งงานและติดตามงาน (Job [...]
Posted by: javaboom on: July 4, 2008
IBM Blue Cloud ตัวอย่างหนึ่งของ Cloud Computing จากยักษ์ใหญ่สีฟ้า IBM
วันนี้ผมมีโอกาสได้ทานกาแฟและร่วมสนทนากับ Chris Whitney ซึ่งเป็น Director ของ HP Labs ศูนย์วิจัยของบริษัท Hewlett Packard (HP) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ Palo Alto, California ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยอาจารย์ที่ปรึกษาของผม Francis Lee ได้แนะนำให้ผมได้รู้จักกับ Chris เพื่อปูทางสำหรับการทำงานวิจัยร่วมกันกับบริษัท HP ในหัวข้อเรื่อง Cloud Computing และได้ฟัง Chris กล่าวถึงแนวโน้มในงานวิจัยด้าน Cloud Computing ซึ่ง Chris ได้เล่าหัวข้อวิจัยไว้หลายเรื่อง อย่างไรก็ตาม ผมไม่สามารถเปิดเผยเนื้อหาที่คุยกันกับ Chris ได้มากในตอนนี้เพราะเป็นความลับขององค์กร สำหรับใครที่ยังไม่รู้จัก Cloud Computing ว่าคืออะไร ก็เข้าไปอ่านได้ใน Wikipedia ก่อนนะครับ แต่ผมขอสรุปสั้นๆแบบเชิงเทคนิคให้ฟังว่าจริงๆแล้วมันก็มีหลักการคล้ายกับ Grid Computing และ [...]
Posted by: javaboom on: April 4, 2008
สำหรับบทความนี้ ผมจะกล่าวถึงการนำ Peer-to-Peer มาประยุกต์ในการดึงเอาความสามารถของ CPU ที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต่ออยู่กับเครือข่ายมาใช้งานให้เกิดประโยชน์มากกว่าการเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้เฉยๆ เช่น ในช่วงเวลาเราพักสายตาเป็นเวลา 20 นาทีจากการใช้คอม, ปวดหนักจำเป็นต้องวางมือจากคอมไปเข้าห้องน้ำ, ตอนพักเที่ยงต้องไปทานข้าวและเตร็ดเตร่ข้างนอก, และเหตุการณ์ต่างๆที่เราลืมปิดเครื่องหรือเปิดไว้โดยตั้งใจ แต่ไม่ได้ใช้งานอะไร เป็นต้น หรือแม้แต่ในขณะที่เราใช้งานคอมพิวเตอร์ไม่เต็มที่ เช่น เปิด screensaver ค้างไว้, นั่งอ่าน ebook และเปิดดูคลังรูปภาพทีละรูปอย่างตั้งใจ เป็นต้น เราอาจมองว่าการเปิดคอมทิ้งไว้หรือใช้คอมไม่เต็มกำลังมันจะกินไฟเท่าไหร่กัน (คอมหนึ่งเครื่องกินไฟนิดเดียว แต่ถ้ามองทั้งประเทศก็กินไฟเยอะน่าดู) อย่างไรก็ตาม มันก็ถือว่าเป็นการใช้คอมอย่างไม่เกิดประสิทธิภาพเต็มที่…โอเคครับ เรามาใช้โปรแกรมแบบ P2P สำหรับเก็บเกี่ยว (เหมือนเก็บเกี่ยวพืชผล) เอาเวลาที่เราเปิดคอม(โดยไม่ได้ใช้ประโยชน์)มาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดหรือมากกว่าเดิม สำหรับใครที่ไม่ทราบว่า P2P คืออะไร สามารถอ่านผลงานผมย้อนหลังได้ที่ http://javaboom.wordpress.com/?p=24