วันเสาร์ทั้งที ขอทานอาหารดี แล้วก็เลือกที่เดิมคือ SiamKiTCHEN เมนูวันนี้เลือกเป็นชุด Lunch Set อีกแล้ว โดยเลือกต้มยำกุ้งเหมือนเดิม ส่วนเมนคอร์สขอเป็นแกงเขียวหวานไก่ ตอนแรกนึกว่าเป็นแกงเขียวหวานคุกข้าวมาให้ แต่ที่ไหนได้เป็นแกงเขียวหวานให้มาเป็นถ้วยเลย เลยซดต้มยำกับแกงเขียวหวานอย่างเพลิดเพลิน เสียดายที่แกงเขียวหวานให้มะเขือน้อยไปหน่อย แต่ไม่ขี้เหนียวเนื้อไก่เลยครับ ให้มาเยอะเต็มถ้วยเลย ครั้งนี้รสชาติของต้มยำไม่จัดจ้านเหมือนครั้งก่อน โดยสรุปแล้ววันนี้ ให้คะแนนไป 4 / 5 หักคะแนนรสชาติต้มยำครับ
Tag Archives: Food
Clarke Quay ช่วง F1
วันนี้ไปตะลอน Clarke Quay กับเพื่อนต่างสถาบัน เป็นทหารอากาศ 2 ท่าน คือ พี่โทนี่และปุ้ย ผมแนะนำให้ไปซดเบียร์กันที่ BrewWerkz วัตถุประสงค์ของเราคือการลดความบ้าคลั่งของพยาธิสุรา หลังจากฟาดไป 2 เหยือก เราย้ายก้นไปที่ร้านแห่งหนึ่ง (จำชื่อไม่ได้) อยู่แถว Boat Quay แต่เสียดายมากที่ร้านนี้ไม่อนุญาตให้พี่โทนี่เข้าร้่านเพราะรองแตะทำเรื่อง เราเลยกินแห้วและเดินกลับมาที่ Clarke Quay อีกครั้ง เดินไปๆมาๆหลายครั้งว่านั่งร้านไหนดี เอ … ทำไมคนมันเยอะจริงหนอ ออ … ใช่แล้ว สิงคโปร์มีงาน Formula 1 นี่นา ทำไมคนเยอะยังงี้ และทำไมถึงมีรถราคาหลายสิบล้าน อย่าง Ferrari, Lamborghini, และ Maserati เรียงรายกันเช่นนี้ สุดท้ายเราก็ลงเอยกันที่ร้านประจำ นั่นคือ 7 11 และซื้อเบียร์ Baron’s ดีกรี 8.8% มาซดกันตรงสะพานที่ Clarke Quay นี่แหละครับ … เสียดายงานนี้ผมลืมถ่ายรูป
ไทย – ญี่ปุ่น ความอร่อยที่แตกต่าง
เมื่อวานไปทานอาหารไทยที่ SiamKiTCHEN สั่งเมนูเดิม รักเดียวใจเดียว เหมือนรักเมียคนเดียว นั่นคือ ผมสั่งกะเพราไก่ และก็สั่งเป็นชุดอาหารเที่ยง ประมาณ S$12 ประกอบไปด้วยข่าวกะเพราะไก่กับต้มยำกุ้ง (ถ้วยเล็ก) พร้อมน้ำชาเย็น อร่อยมากๆ ข้าวกะเพราเผ็ดจับลิ้นทะลุไปจับใจ เนื่องจากผมเติมพริกน้ำปลาลงไปอีกยิ่งเพิ่มความอร่อยไปอีกระดับ ส่วนต้มยำกุ้ง น้ำแกงซดอร่อยทั้งเผ็ดร้อน และเนื้อกุ้งที่นุ่มรสชาติกลมกล่อม ได้รสชาติความเป็นไทยและคิดถึงบ้านเกิดเมืองนอนไปด้วย
เมื่อวานผมต้องปั่นงานหนักต้อนรับปิดเทอม ผมจึงต้องหามื้อดีๆเพื่อให้กองทัพเดินได้ และเมื่อวานก็ทำงานหนักมาก นอนก็ตี 4 กว่าๆเกือบตี 5 ก็คือวันนี้นี่เอง ผมตื่นมาราวๆ 11 นาฬิกา พร้อมมาปั่นงานเดิมที่ค้างคา จนบ่าย 3 กว่าๆงานถึงเสร็จ ไม่ได้ทานข้าวเช้า+ข้าวเที่ยวเลย ทำงานเพลินจนลืมตัว โชคดีที่ฝากน้องตู้ซื่อขนมและกล้วยมาให้ตั้งแต่เมื่อวาน ไม่งั้นท้องไส้คงปั่นป่วน พอทำงานเสร็จก็ออกไปหาอะไรฟาดปาก และก็มาลงเอยที่เดิมคือร้านอาหารญี่ปุ่น ichiban sushi ที่ SHOKUTSU10 OSAKA
อาหารที่สั่งคือชุด Ichiban Don เป็นข้าวหน้าปลาดิบโรยพริกอย่างที่เห็นในภาพ รสชาติเผ็ดลวกลิ้นแล้วความอร่อยก็วิ่งไปจับในใจ โชคดีได้น้ำชาร้อนดับความเผ็ดไปได้ โดนใจมากโดยไม่ต้องจิ้มวาซาบิ จากนั้นผมจึงหยิบซูชิปลาแซลมอนมา 2 จาน มีจานหนึ่งถูกใจมาก เหมือนทางร้านเขาจะให้เนื้อปลาเยอะขึ้น เรียกว่าข้าวปั้นชิ้นเล็กๆและห่อด้วยปลาดิบชิ้นโตๆ ราคารวม S$21
โดยสรุป อาหารไทย – ญี่ปุ่น 2 มื้อนี้ ให้คะแนนไปเลยเต็ม 5
ข้าวแกงเขียวหวานกุ้งที่ SiamKiTCHEN
ช่วงนี้ผมกลับมาเน้นเรื่องอาหารการกินอีกแล้วครับ ส่วนเรื่องวิชาการก็กำลังเครียดอยู่เพราะต้องกลับไปอ่านหนังสือคณิตศาสตร์พวกเรื่อง Optimization แต่ผมก็ไม่ได้วางมือเรื่องเขียนข่าวไอทีนะครับ ผมไปเขียนข่าวไอทีที่ Blognone โอเค…ตัดมาที่เรื่องกินกันดีกว่า วันนี้ผมเลือกร้านอาหารไทย SiamKiTCHEN เจ้าเก่า วันนี้สั่งข้าวแกงเขียวหวานกุ้งและน้ำชามะนาวเย็น ในขณะพนักงานกำลังเอาข้าวเกรียบมาเสิร์ฟผมรีบบอกว่า “No need” (เป็นวลียอดฮิตของคนที่นี่) เมื่ออาหารมาเสิร์ฟ ผมใส่น้ำพริกน้ำปลา โดยเน้นพริกเป็นหลักเพื่อความเผ็ดมัน รสชาติอาหารโดยรวมอร่อยได้รสชาติเครื่องแกงเขียวหวานแบบไทยๆของแท้ เต็ม 5 ให้ 4.5 ไปเลยครับ
อาหารกลางวันของเราวันนี้
วันนี้ผมตื่นสายมากเกือบ 11 นาฬิกาได้ เนื่องจากนอนดึกไปหน่อย เกือบตี 4 ได้ มัวนั่งอ่านวิชา Linear Programming อ่านได้ 2 บทก็ชักมึนๆแล้ว ก็เลยดูละครสวรรค์เบี่ยง 555 อันนี้สมองไม่มึน พอดูจบไปตอนนึงจะกลับมาอ่านหนังสือต่อก็ง่วงแล้ว (กรรม) … กลับมาที่เมนูอาหารเที่ยงวันนี้ (จริงๆก็รวมมื้อเช้าไปด้วย) ผมเลือกภัตตาคารอาหารบุฟเฟต์ Kushin Bo เจ้าเก่า จริงๆก็กินเยอะดุเอาการแต่กลับเก็บภาพมานิดเดียว (เพราะมัวแต่ห่วงกิน)
ชมโอลิมปิกพร้อมจิบChardonnay
ไวน์ Chardonnay อภินันทนาการจากน้องยุ่น…ยุ่น(เท้าคู่ด้านขวา) ตู้(เท้าคู่ด้านซ้าย)
ที่บ้าน ณ ประเทศสิงคโปร์วันนี้ พวกเรา (ผม, ยุ่น, ตู้, และรีนา) นั่งชมการแข่งขันปิงปองชิงเหรียญทองประเภททีมหญิงระหว่างจีนกับสิงคโปร์ คือพวกเรามาอาศัยประเทศสิงคโปร์เพื่อศึกษาเล่าเรียน เราก็อยากเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาของสิงคโปร์บ้าง แต่ไปๆมาๆนักกีฬาปิงปองจากสิงคโปร์กลับมีเชื้อจีนโดยภูมิกำเนิด บางคนเพิ่งเปลี่ยนสัญชาติจากจีนเป็นสิงคโปร์ไปหมาดๆเอง ก็เลยเหมือนกับเชียร์คนจีนไปในตัว และแล้วจีนก็ชนะสิงคโปร์คว้าเหรียญทองไปจนได้ … หลังจากรับเหรียญกันเป็นที่เรียบร้อย ในอีก 1 ชั่งโมงถัดมาเขาก็ฉายเทปรีวิวการแข่งนี้อีกครั้ง จากนั้นน้องยุ่นก็เลยเอาไวน์ขาว Chardonnay ปี 2006 มาจิบกันเพื่อฉลองกับความสำเร็จของนักกีฬาทั้งสองชาติครับ สำหรับนักกีฬาของชาติไทยเองก็ไม่น้อยหน้าชาติไหนหรอกครับ จำนวนเหรียญไม่ได้วัดความรักชาติและเรื่องน้อยหน้ามากหน้าใดๆ ผมเชื่อว่านักกีฬาไทยทุกคนรักชาติและก็ทุ่มเทสุดความสามารถเพื่อชาติไทย ขอแสดงความนับถือนักกีฬาไทยทุกคน ณ ที่นี้่ด้วยครับ อ้าว…ชน… เชียร์… คัมปาย ….
Bento Set ครั้งนี้มาแปลก
ชุดเบนโตะที่ร้าน ichiban sushi
ปลาดิบแบบไม่ลอกหนังพร้อมกลิ่นคาว
อาหารมื้อเย็นวันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม ผมเลือกทานที่ร้าน ichiban sushi ซึ่งตั้งอยู่โซนร้านอาหารญี่ปุ่นที่ผมชอบไปทานเป็นประจำ นั่นคือ Shokutsu 10 Osaka จริงๆสมัยก่อนที่โซนร้านอาหารญี่ปุ่นที่นี่จะเปิดผมก็ชอบใช้บริการร้าน ichiban sushi เรียกว่าผมจะไปทานอาหารที่นี่ทุกๆ 2 สัปดาห์เป็นอย่างต่ำก็ว่าได้ และที่นี่ก็มีแสตมป์สะสมแต้มแลกอาหารและส่วนลดด้วย (S$20 ต่อปั๊ม1 ดวง) … ที่ผ่านมาชอบร้านนี้เนื่องจากอาหารสดและอร่อย บริการเร็วทันใจ แต่สำหรับมื้อวันนี้มันแปลกๆยังไงไม่ทราบ ผมสั่งอาหารแบบกล่องเบ็นโตะประกอบด้วยปลาย่างซีอิ๊วและปลาดิบ(ซาชิมิ)แซลมอนพร้อมข้าว ที่แปลกก็ตรงซาชิมินี่แหละ รสชาติมันแปลกๆ รู้สึกว่ามันไม่สด ดูชิ้นใหญ่ก็จริง แต่รสจืดและก็คาวเกินไป พร้อมหนังปลาที่ยังลอกออกไม่หมดเลย … ราคาสุทธิทั้งหมดลืมจดมา แต่เฉพาะเบ็นโตะก็ประมาณ S$16 ครับ คะแนนครั้งนี้เต็ม 5 ให้ 2 แล้วกันครับ ตัดคะแนนความสดและรสชาติที่ขาดหายไป
อาหารไทยที่ SiamKiTCHEN
ช่วงนี้ทำไมblogของผมมีแต่เรื่องอาหารการกิน ผมเองก็ไม่เข้าใจครับ เอาเป็นว่ากองทัพเดินด้วยท้องแล้วกันนะ ครั้งนี้ หลังจากผมไปเอาคอมMacBookที่Wheelock Placeเป็นอันเรียบร้อยก็่นั่งรถไฟกลับไปที่สถานีBoonlay เมื่อถึงที่หมายผมก็เลยแวะห้างJurong Point ห้างประจำของผม(เพราะอยู่ใกล้บ้าน) ตอนแรกกะไปแค่ซื้อแค่ยาสีฟันที่watsonsแล้วค่อยกลับบ้าน แต่พอเดินออกมาจากwatsonsผมก็ต้องตะลึง ไม่ใช่สาวที่ไหนทำให้ตะลึงค้าง หากแต่ว่าเป็นร้านอาหารไทย เนื่องจากว่าผมผ่านมาแถวนี้บ่อยอยู่แต่ไม่เคยสังเกตว่ามีร้านอาหารไทยอยู่ตรงข้ามwatsons ดังนั้น ผมเลยยืนตะลึงด้วยความสงบเสงี่ยมสักครู่แล้วก็เดินเข้าร้าน เมื่อวันอาทิตย์ก็เพิ่งได้ทานอาหารไทยที่BALIthaiมา วันนี้ก็ขอเบิ้ลอีกแล้วกันนะ ร้านนี้มีชื่อว่า Siam KiTCHEN
Continue reading
อาหารไทย-อินโดนีเซียที่ร้านBALIthai
ตกเย็นของวันอาทิตย์ ผมอยากทานอาหารไทยอย่างแรงกล้า เลยเดินทางไป IMM อยู่ที่ Jurong East ท่านสามารถเดินทางโดยรถไฟฟ้าMRTไปลงที่สถานีJurong East สำหรับผมเอง ผมพักอยู่แถวสถานีBoonlay ข้างๆสถานีBoonlayจะมีรถบัสฟรีสำหรับรับส่งลูกค้าระหว่างสถานีBoonlayกับห้างIMMเลย เมื่อไปถึงห้างผมก็เดินดูข้าวของอะไรนิดหน่อยพอเป็นพิธี จากนั้นก็ตรงไปยังร้านอาหารไทยที่ชื่อ BALIthai Continue reading
ทานราเมนที่ร้าน MENICHI
ร้าน MENICHI
ในวันเดียวกันที่ผมได้มาถ่ายภาพเก็บตกศูนย์รวมร้านอาหารญี่ปุ่นที่ Jurong Point ที่มีชื่อว่าSHOKUTSU10 ผมก็เลยถือโอกาสทานอาหารญี่ปุ่นร้านอื่นบ้าง ก็เลยเลือกที่ทานง่ายๆแล้วกันแบบบะหมี่ราเมน ก็เลยเลือกร้าน MENICHI Continue reading
[Update] ศูนย์รวมอาหารญี่ปุ่นที่ Jurong Point
ต่อเนื่องจากโพสต์ของวันที่ 12 ชื่อ ศูนย์รวมร้านอาหารญิ่ปุ่นที่ Jurong Point ในวันโน้นผมลืมถ่ายภาพป้ายใหญ่ข้างหน้าศูนย์ ในวันนี้ได้มีโอกาสไป Jurong Point อีกครั้งเลยตามไปถ่ายภาพที่เพิ่มเติมครับ
ตกลงโซนหรือศูนย์อาหารญี่ปุ่นนี้มีชื่อว่า SHOKUTSU10 OSAKA
อย่างที่กล่าวไว้ในโพสต์ที่แล้วนะครับ ผมก็ไปทานอาหารที่ร้าน Kuishin Bo เป็นร้านอาหารบุฟเฟต์ และผมก็ได้ถ่ายป้ายหน้าร้านแบบชัดๆมาให้ดูด้วย
ทางเข้าร้าน Koishin Bo
ศูนย์รวมร้านอาหารญี่ปุ่นที่Jurong Point
วันนี้ผมรู้สึกหิวและอยากทานอาหารญี่ปุ่นขึ้นมาอย่างกับปอปกระหายเนื้อ(ปลา)สด ผมก็มาคิดว่าจะไปทานอาหารญี่ปุ่นที่ไหนในสิงคโปร์ จริงๆวันนี้กะว่าจะไปเดินถนน Orchard ก็เอาเป็นว่าไปหาร้านอาหารญี่ปุ่นดีๆเอาดาบหน้าที่โน้นแล้วกัน แต่พอผมนั่งรถบัสไปลงที่ Bus Interchange ของสถานี Boonlay จากนั้น ผมเลยแวะไปเข้าห้องน้ำที่ห้างสรรพสินค้าข้างๆชื่อ Jurong Point พอทำธุระเสร็จเลยลงไปชั้นใต้ดินเพื่อจะเดินดูหนังสือที่ร้านPopular แต่ดันไปเจอโซนอาหารญี่ปุ่นที่เขาเพิ่งเปิดใหม่เมื่อต้นเดือนนี้เอง (จำชื่อโซนนี้ไม่ได้ จะกลับมาอัพเดทอีกที) ภายในโซนนี้มีร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดอยู่หลายร้านด้วยกัน ผมไม่ได้จดชื่อร้านทุกร้านมา แต่ก็ถ่ายรูปเก็บไว้อยู่ มีตั้งแต่ร้านขายบะหมี่ราเมน ร้านแบบปล่อยอาหารลงสายพานแบบที่เราเห็นทั่วไป และร้านอาหารบุพเฟ่ต์ … และแล้วผมก็เลือกร้านบุฟเฟ่ต์ชื่อ Kuishin Bo มาดูกันครับว่าจะมาร้านนี้ได้อย่างไร และมีอาหารอะไรให้เลือกบ้าง Continue reading
DAMBURGER 12.2%
DAMBURGER EXTRA STRONG LAGER เบียร์ต้นตำรับจากเบลเยี่ยม ราคา S$6.5 ผมหากระป๋องขนาดปกติไม่เจอเลยจำใจต้องเลือกกระป๋องแบบยาว ผมเลือกเบียร์ตัวนี้เพราะไม่เคยทานมาก่อนและสนใจที่ตัวเลข 12.2% ในแง่เบียร์แล้วถือว่าแอลกอฮอร์เยอะเอาการ รสชาติออกจะหวานนิดๆ แต่เมื่อกรอกเข้าปากให้ได้ปริมาณเยอะระดับหนึ่งแล้วค่อยดื่มเข้าไปจะได้รสแอลกอฮอล์ที่เข้มข้นมากๆ พอทานจนหมดกระป๋องรู้สึกว่าท้องร้อนดั่งกับมีไฟกำลังแผดเผากระเพาะอะไรอย่างนั้น ถ้าหากทานในฤดูหนาวหรือช่วงเวลาค่ำคืนที่เหน็บหนาวเหงาหัวใจ เบียร์ ตัวนี้คงช่วยให้กายและใจอบอุ่นขึ้นมาได้
คำเตือน สุราทำให้ความสามารถในขับขี่ยานพาหนะลดลง
Bitter Sweet หวานขมระคนกันไป
วันนี้ตอนกลับบ้าน ผมแวะร้านสะดวกซื้อกะว่าจะซื้อขนมขบเขี้ยวไปทานระหว่างอ่านหนังสือ ทันใดนั้น สายตาก็ไปสะดุดที่เบียร์ยี่ห้อ GUINNESS ไม่เคยลองมาก่อน และอยากจะลิ้มลองซะวันนี้ ซื้อมาประเดิมดูสักกระป๋อง S$4.20 ขนาด 320ml ผสมแอล 6.8% เมื่อน้ำเมาสัมผัสลิ้น ต้องอมไว้สัก 5 วิก่อนเพื่อพิสูจน์รสชาติ รสชาติออกขม แต่เมื่อกลืนลงคอรสชาติกลับหวาน เอ๊ะมันไงเนี่ย ผมอยากจะรู้ว่าเขาใส่ส่วนผสมอะไรลงไป เลยอ่านที่ข้างกระป๋อง เขาบอกว่าเป็นสูตรเฉพาะไม่เหมือนเจ้าอื่น และมีบอกว่า “Bitter and Sweet” จริงด้วย แต่มันผสมอะไรล่ะ…ดื่มไปแล้วทำให้นึกถึงเพลงหวานขมของพี่บอยด์กับพี่ป๊อด อัลบั้ม BITTERSWEET ”…หวาน ขม ระคนกันไป สุขทั้งน้ำตา…” ก็เลยไม่ต้องค้นหารายละเอียดอีกต่อไปว่าส่วนผสมของเบียร์คืออะไร เพราะก็คงไม่ต่างจากชีวิตคนเราเลย มีส่วนผสมของช่วงนาทีที่หวานและก็ช่วงเวลาที่ขมปะปนกันไป … ถ้าดื่มลงไปอีก 2-3 กระป๋อง อาจจะอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องแล้ว หยุดแค่ 1 กระป๋องแล้วกันครับ
ไหนๆก็เพิ่งผ่านวันที่ 26 มิถุนายน หรือวันสุนทรภู่มา ผมขออนุญาตนำบทกลอนที่โด่งดังจากนิราศภูเขาทองแนบไว้ ณ ที่นี้ เพื่อรำลึกถึงกวีเอกท่านนี้ด้วยกัน
ถึงโรงเหล้าเตากลั่นควันโขมง มีคันโพงผูกสายไว้ปลายเสา
โอ้บาปกรรมน้ำนรกเจียวอกเรา ให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าเป็นน่าอาย
ทำบุญบวชกรวดน้ำขอสำเร็จ สรรเพชญโพธิญาณประมาณหมาย
ถึงสุราพารอดไม่วอดวาย ไม่ใกล้กรายแกล้งเมินก็เกินไป
ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน
ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืนฯ
คำเตือน สุราเป็นสิ่งไม่ดีต่อสุขภาพและทำให้ขาดสติ
ตบท้ายด้วยเพลง “หวานขม” จาก BOYdPOD
ทานอาหารเกาหลีกับอาจารย์ภุชงค์

“ผศ.ดร.ภุชงค์ อุทโยภาศ ผู้ถ่ายทอดวิชา HPC ให้กับผม”
ในช่วงวันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา อาจารย์ภุชงค์เดินทางมาสิงคโปร์ในงานสัมนาของ HP และเป็นวิทยากรในงานครั้งนี้ด้วย ถ้าหากท่านใดอยู่วงการด้าน High Performance Computing ท่านต้องรู้จักอาจารย์ภุชงค์ อุทโยภาศ อย่างแน่นอน ผมเชื่อว่าหลายท่าน (ทั้งไทยและเทศ) รวมทั้งผม ยอมรับว่า อาจารย์ภุชงค์เป็น God Father ในด้าน Computer Cluster และ Grid Computing ของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ และท่านก็เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของผมและได้ถ่ายทอดเคล็ดลับวิชา High Performance ขั้น 5 ให้กับผมตอนที่ผมเรียนโทวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ที่ ม.เกษตร เอ…แล้วขั้น 5 มันเป็นไงก็คงบอกไม่ได้ครับ เพราะถ้าบอกมันก็ไม่เป็นเคล็ดลับสิ ปัจจุบันนี้ นอกจากอาจารย์จะสอนที่วิศวะที่ ม.เกษตรแล้ว อาจารย์ยังบริหารงานอยู่ที่ศูนย์ไทยกริดแห่งชาติ (Thai National Grid Center) ของกระทรวง ICT อีกด้วย
ตัดฉากมาที่วันที่ 21 พฤษภาคม อาจารย์นัดให้ผมไปรออาจารย์ที่โรงแรม Hyatt ตั้งอยู่ถนน Orchard โดยโรงแรมนี้เป็นสถานที่ประชุมและเป็นที่ผู้เข้าประชุมพัก ต้องยอมรับเลยว่า Hyatt ที่นี่หรูมากๆ ผมแทบจะผ่านประตูโรงแรมไม่ได้เพราะแต่งตัวไม่ใช่ผู้ดีเท่าไหร่ พอตอน 5.30 PM อาจารย์ก็ลงมาและเราก็ไปทานข้าวกันที่ร้านอาหารเกาหลีร้านหนึ่งแถวห้างข้างๆโรงแรม ผมจำชื่อร้านไม่ได้และก็ไม่มีภาพถ่ายด้วย เพราะมัวแต่สนทนากับอาจารย์จนลืมเก็บภาพไว้ โดยส่วนใหญ่หัวข้อสนทนาเป็นเหตุการณ์บ้านเมืองของไทยและสถานภาพของไทยกริด และก็มีหัวข้อหนึ่งซึ่งเป็นที่มาว่าทำไมช่วงนี้ผมถึงเขียนแต่เรื่อง PlayStation3 (PS3) อาจารย์เล่าว่าทำไมญี่ปุ่นเขาถึงไม่ทำ PS3 Cluster กัน อาจารย์บอกผมว่าญี่ปุ่นเขาทำมาแล้ว แล้วเขาก็พบว่ามันไม่เวิร์ค และไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นอะไรที่จะมาประกาศให้ชาวโลกรู้ว่าเขาทำเรื่องไม่เวิร์คมาเรียบร้อยแล้ว และก็วิเคราะห์ต่อไปว่า เป็นเรื่องความแตกต่างระหว่างชาติตะวันออกกับตะวันตก ตรงที่ว่าเวลาตะวันตกเขาพบอะไร เขาก็มักโปรโมทอะไรต่อมิอะไรให้ชาวโลกรับทราบ ซึ่งต่างจากตะวันออกที่เราค้นพบอะไรสักอย่าง ถ้าเป็นเรื่องที่เราคิดว่าไม่สำคัญมากหรือเป็นเรื่องท้องถิ่นของเราเอง เราก็บันทึกเอาไว้ หรือเล่าให้กันฟังแค่ในวงการหรือท้องถิ่นที่อยู่ สำหรับตะวันตกเขารุ่งเรื่องเพราะเขา Marketing และทำแผนโปรโมทดี ณ ตอนนี้ ประเทศทางตะวันออกก็เลยเอาแนวทางการทำ Marketing การโปรโมทขั้นโลกาภิวัตน์บ้าง อย่างอาหารเกาหลีที่ผมกับอาจารย์มาทานวันนี้ครับ ไม่รู้อาหารเกาหลีดังตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ผมคิดว่าน่าจะมาจากแดจังกึมนี่แหละครับ ไทยก็ทำได้ครับ อาหารไทยถือว่าขึ้นชื่อระดับนานาชาติ หากโปรโมทกันหนักๆเน้นๆอย่างที่แดจังกึมทำสำเร็จมาแล้วท่าจะดีครับ เพราะอาหารไทยที่สิงคโปร์หากปรุงโดยคนต่างชาติ ผมว่าหน้าตาของอาหารและรสชาติไม่ใช่ไทยเลย ออกไปทางจีนซะมากกว่าครับ เสียรสชาติความเป็นไทยหมด ถ้าจะทำอาหารไทยเอาใจคนจีนอันนี้ผมว่าควรจะบอกไปเลยว่านี่คือร้านอาหารจีนนะ โอเคยืมชื่ออาหารไทยไปใช้ก็ได้ เราต้องโปรโมทหนังไทยระดับสากลแล้วสิ เอาดารา Hollywood มาแสดงกับดาราชั้นนำของไทย และใส่เนื้อเรื่องที่ไปเกี่ยวกับอาหารไทยให้ได้ บอกว่ามีเครื่องปรุงและเอกลักษณ์ของความเป็นไทยที่อยู่ในอาหารน่ะคืออะไร แนะนำเมนูไทยให้ชาวโลกรู้หน่อยว่ามีอะไรบ้าง เพราะอาหารไทยไม่ได้มีแต่ส้มตำและต้มยำกุ้งอย่างเดียวเด้อ

