วันนี้เข้าไปอ่านข่าวใน ITworld บังเอิญเจอลิงค์แจกฟรีหนังสือชื่อ Virtualization for DUMMIES ของค่าย dummies หนังสือเล่มนี้เป็น ebook ที่เรียบเรียงขึ้นมาเป็นพิเศษ มีจำนวน 50 หน้าแต่งโดย Bernard Golden และ Clark Scheffy ถ้าเป็นฉบับจริงที่ขายตามท้องตลาดมีความยาวมากกว่า 350 หน้าและแต่งโดยBernard Goldenเพียงผู้เดียว หนังสือebookเล่มนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทำความรู้จักกับเทคโนโลยีVirtualizationและอยากศึกษาถึงประโยชน์และการนำVirtualizationไปประยุกต์ในงานต่างๆ (มีอ้างถึง cloud computing แบบสั้นมากๆ 1 ประโยค) ผมรู้สึกว่าebookฉบับย่อเล่มนี้ออกจะเป็นแนวโปรโมทสินค้าแทรกวิชาการ โดยมี Sun กับ AMD เป็นสปอนเซอร์ ผมอ่านดูคร่าวๆแล้วก็ถือว่าเหมาะสำหรับมือใหม่ในเรื่องVirtualizationและสำหรับคนที่ต้องการดูมุมมองของผลิตภัณฑ์Virtualizationที่นำไปขายหรือใช้งานจริงว่าเขาเอาไปทำอะไรบ้าง สำหรับผู้ที่สนใจหนังสือebookเล่มนี้สามารถไปดาวน์โหลดได้โดยคลิ้กตรงนี้ และดาวน์โหลดตัวอย่างของหนังสือฉบับจริงได้โดยคลิ้กที่นี่ (เป็นบทที่ 1 ของหนังสือฉบับจริง)
Tag Archives: technology
เด็กแว้นชอบบิดออนเดอะRoad ส่วนนักLoadชอบบิตTorrent
มิวสิควิดีโอ “WAAN BOY ‘N’ SAGOI GIRL จาก GANCORE CLUB
ใน blog ไม่ได้มีเรื่องราววิชาการมานานแล้ว กลับมาครั้งนี้ผมไม่ได้นำแค่เพียงมิวสิควิดีโอเซ็กซี่ของก้านคอคลับมาให้ชมเท่านั้น แต่ยังจะมาทบทวนพื้นฐานของ BitTorrent ซอฟต์แวร์ Peer-to-Peer สำหรับแชร์ไฟล์ที่โด่งดัง(ที่สุดในโลก)ด้วย เนื่องจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านๆมาผมได้ทำการค้นคว้างานวิจัยที่เกี่ยวกับ BitTorrent ว่ามีอะไรบ้าง ผมคาดว่าในหัวข้อต่อไปๆอาจจะมีการกล่าวถึง Bittorrent ผมเลยขอเปิดประเด็น BitTorrent ณ ที่นี้เลยแล้วกัน Continue reading
IGA: โฆษณาช่องทางใหม่

ตัวอย่างโฆษณาประเภท IGA ของเกม BattleField 2142 (ภาพจากเว็บ Wikipedia)
ผมไปอ่านข่าวจาก Timesonline หัวข้อ PlayStation 3 introduces ’in-game’ advertising ซึ่งกล่าวถึงเครื่อง PS3 ได้หันมาทำตลาดโฆษณาสดในเกมหรือที่เรียกว่า In-Game Advertising (IGA) ตัวอย่างเกมที่เราจะได้เห็นโฆษณาประเภท IGA ได้แก่ Madden NFL, NBA Live, Need for Speed, และ Burnout เป็นต้น จริงๆแล้วการโฆษณาในเกมผมเคยเห็นมันมีมานานแล้ว แต่โฆษณาแบบ IGA ซึ่งเป็นโฆษณาสดหรือแบบออนไลน์นั้นผมก็เพิ่งจะมาเจอพวกเกมออนไลน์นี่แหละ อย่างเกมพวก Flash และพวก MMORPG ก็จะมีโฆษณาให้เห็นกันเยอะมาก แต่ส่วนใหญ่ก็อยู่ตามขอบของเกมหรือเป็นฉากโฆษณาที่แยกออกมาต่างหาก สำหรับภาพประกอบเป็นโปสเตอร์โฆษณาโปรเซสเซอร์ Intel Core2 Extreme ที่ติดบนกำแพงของเกม BattleField 2142 ความน่าสนใจของ IGA ก็คือ กลุ่มผู้สร้างหรือผู้จำหน่ายเกมสามารถหารายได้เสริมจากการให้เช่าพื้นที่โฆษณาในเกม คือ โฆณษานั้นจะแนบเข้าไปที่ฉาก/สิ่งของ/ผู้คน/เสียงของตัวละครในเกมได้เลย เรียกได้ว่าไปๆมาๆขายโฆษณาอาจจะได้กำไรมากกว่าขายเกมก็ได้ โฆษณาแต่ละเรื่องจะถูกอัพเดทแบบออนไลน์ตามกำลังเงินของผู้ที่จะเอาโฆษณามาลง เช่น ใครจ่ายค่าโฆษณามากก็ได้พื้นที่โฆษณาใหญ่มาก ช่วงเวลาหรือความถี่ของการฉายโฆษณาในเกมก็จะยาวนานหรือมีบ่อยตามไปด้วย เป็นต้น ผมคิดเล่นๆว่าถ้าเกมอย่าง The Sims และ Grand Theft Auto นำ IGA มาลงบนเกมก็คงสร้างสีสันในเกมได้ไม่น้อย อย่างเช่น เราจะเห็นคนใส่เสื้อผ้าที่มีแบรนด์จริงๆในท้องตลาดและตัวละครที่สวมเสื้อแบรนด์อาจถามเราว่า “เป็นไง เสื้อยี่ห้อนายกี้ของฉันเจ๋งเปล่า ซื้อมาจากห้างเซ็งท่านเพียง 399 บาทเท่านั้น” หรือเวลาตัวละครในเกมเดินบนท้องถนนก็เห็นป้ายโฆษณาสินค้าติดตามกำแพง และเห็นรถเมล์(ในเกม)ติดโฆษณาบัตรเติมเงินโทรศัพท์วิ่งผ่าน หรืออาจจะมีตัวละครเดินมาโฆษณาสินค้าพร้อมโปรโมชันตรงๆว่า “นี่นาย…เบอร์เกอร์ไก่ที่ร้าน Burger Kinx น่ะ ลดราคาตั้ง 50% แหนะ” และไม่แน่เมื่อตัวละครของเราในเกมเดินผ่านโรงหนัง อาจจะมีคนมาแจกแฮนด์บิลโฆษณาหนังใหม่ชนโรง และมีระบบจองตั๋วหนังออนไลน์ที่สามารถจ่ายเงินในราคาพิเศษก็ได้ … น่าสนจริงๆ
ขอขอบคุณ Timesonline และ Wikipeia สำหรับแหล่งข้อมูล ณ ที่นี้
iPhone 3G กับคู่แข่งทั้งห้า

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา ผมแวะไปอ่านข่าวที่ Timesonline จากนั้นก็ไปเจอคอลัมน์ไอทีที่โดนใจวัยรุ่นนั่นคือ “Test bench: iPhone vs touchscreen rivals“ โดย Mark Harris และ Devid Phelan ในบทความเขาได้เปรียบเทียบโทรศัพท์แบบ touchscreen ที่จัดได้ว่าเป็นคู่แข่งของ iPhone 3G เรามาชมโฉมหน้าเสือร้ายคู่แข่ง iPhone ทั้งหมด 5 ตัวกันหน่อยว่าหน้าตาเป็นไง Continue reading
We can touch (also trust?) the Windows
In fact I metioned this thing on the previous news - ”The Next Touch“, but I’d like to talk about the other side. Those stuffs from that topic are unofficial and fake, just designs, however I expect that Apple must release a kind of them someday. Let’s look a few incoming real multi-touch products shown above that running genuine Microsoft Windows 7. The advantage of Windows 7 is that it can run on any vendors’ compatible hardware while Apple’s OS generally performs on only official Apple’s hardware, except when Apple’s is open-source (e.g., Darwin). So we might see more kinds of products running Windows 7; that could be laptops, tablet PCs, kiosks, vizwalls, and (touched) screens; and produced by any vendors. Finally I can (multi)touch the Windows but I wonder whether it could be trusted
The Next Touch
|
|
Let’s see a few designs of multi-touch products. Many people might see these stuffs before. I collected these things via Google by guilding the keyword “mactouch“. I’d like to keep these stuffs on my blog. Then let’s see when Apple will release a kind of these things. Like it’s happened before, unreal iPhone was ever designed by someone , and then the real one has been released. The question is that what the name of this product is – MacTouch, MacBook Touch, TouchBook, iTouch, or iTablet.
The new version of Mac OS X might be released to support the multi-touch technology and the accelerometer control also. I found that the new version of MS Windows, Windows 7, supports the touchable screen more than Tablet Edition does, also see at blog.wired.com: Ballmer and Gates demo Windows 7. I hope that Apple might invent more fascinated products by using both multi-touch and accelerometer. They will be the new user-interface for the next generation of PCs, maybe not the next gen, but now. |
![]() ![]() |
|
My Day and iPhone
Sorry I didn’t update ‘My iPhone’ section for a while. Due to my study, I have to read papers before choosing the PhD Thesis topic. About iPhone topics, Previously I had a series of them I need to post. Basically most ones are very common in which many iPhone users know. By the way, I’d like to post them here to keep the log. Maybe! finally I could close this section if I don’t have much on iPhone topics. But don’t worry, I still update iPhone news if I have interesting ones.
Well today I like to talk about the talk time of iPhone. Generally I charge it every 3 days. How I usually utilize my pretty phone per day ? Well I listen a music for 20 - 30 minutes in the morning while going to school. Then I call my wife, who stays in Thailand (must say the one wife
), for 3 – 10 min. Then I update my mailbox and RSS news via WiFi. Because the call rate here is very expensive, I communicate people in Singapore via SMS. For my chosen plan, it’s free 500 SMS / month. Hence I make a call if it’s much neccessary. Next I always use it to take photos when seeing good places/food/people/gadgets. When having freetime, I often play the game, “Labyrinth” (also see the clip above). This game is very fun in which we must swipe the phone to direct the ball to the goal, but be careful on black holes. When going back home, I either listening the music or watching some downloaded youtube clips. At bedtime, I either watch a movie or sometime listen a few classic songs. Finally I call my wife again. Well I use the phone for voice calling only 2 - 5 times, generally less than 10 min / time, so the power is not too much consumed to be charged every day. I miss one thing, I hear the fire alarm (as the clock alarm) before waking up every morning
. How’s about your usage ? I found some info on http://www.apple.com/pr/library/2007/06/18iphone.html that metioned the fact that iPhone can deliver up to 250 hours for standby time while 8 hours for talk time. Unfortunately I cannot prove the later fact in Singapore, the 8-hours period is not cheap! while I can do that in Thailand! I miss Thailand so much.
ทานอาหารเกาหลีกับอาจารย์ภุชงค์

“ผศ.ดร.ภุชงค์ อุทโยภาศ ผู้ถ่ายทอดวิชา HPC ให้กับผม”
ในช่วงวันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา อาจารย์ภุชงค์เดินทางมาสิงคโปร์ในงานสัมนาของ HP และเป็นวิทยากรในงานครั้งนี้ด้วย ถ้าหากท่านใดอยู่วงการด้าน High Performance Computing ท่านต้องรู้จักอาจารย์ภุชงค์ อุทโยภาศ อย่างแน่นอน ผมเชื่อว่าหลายท่าน (ทั้งไทยและเทศ) รวมทั้งผม ยอมรับว่า อาจารย์ภุชงค์เป็น God Father ในด้าน Computer Cluster และ Grid Computing ของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ และท่านก็เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของผมและได้ถ่ายทอดเคล็ดลับวิชา High Performance ขั้น 5 ให้กับผมตอนที่ผมเรียนโทวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ที่ ม.เกษตร เอ…แล้วขั้น 5 มันเป็นไงก็คงบอกไม่ได้ครับ เพราะถ้าบอกมันก็ไม่เป็นเคล็ดลับสิ ปัจจุบันนี้ นอกจากอาจารย์จะสอนที่วิศวะที่ ม.เกษตรแล้ว อาจารย์ยังบริหารงานอยู่ที่ศูนย์ไทยกริดแห่งชาติ (Thai National Grid Center) ของกระทรวง ICT อีกด้วย
ตัดฉากมาที่วันที่ 21 พฤษภาคม อาจารย์นัดให้ผมไปรออาจารย์ที่โรงแรม Hyatt ตั้งอยู่ถนน Orchard โดยโรงแรมนี้เป็นสถานที่ประชุมและเป็นที่ผู้เข้าประชุมพัก ต้องยอมรับเลยว่า Hyatt ที่นี่หรูมากๆ ผมแทบจะผ่านประตูโรงแรมไม่ได้เพราะแต่งตัวไม่ใช่ผู้ดีเท่าไหร่ พอตอน 5.30 PM อาจารย์ก็ลงมาและเราก็ไปทานข้าวกันที่ร้านอาหารเกาหลีร้านหนึ่งแถวห้างข้างๆโรงแรม ผมจำชื่อร้านไม่ได้และก็ไม่มีภาพถ่ายด้วย เพราะมัวแต่สนทนากับอาจารย์จนลืมเก็บภาพไว้ โดยส่วนใหญ่หัวข้อสนทนาเป็นเหตุการณ์บ้านเมืองของไทยและสถานภาพของไทยกริด และก็มีหัวข้อหนึ่งซึ่งเป็นที่มาว่าทำไมช่วงนี้ผมถึงเขียนแต่เรื่อง PlayStation3 (PS3) อาจารย์เล่าว่าทำไมญี่ปุ่นเขาถึงไม่ทำ PS3 Cluster กัน อาจารย์บอกผมว่าญี่ปุ่นเขาทำมาแล้ว แล้วเขาก็พบว่ามันไม่เวิร์ค และไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นอะไรที่จะมาประกาศให้ชาวโลกรู้ว่าเขาทำเรื่องไม่เวิร์คมาเรียบร้อยแล้ว และก็วิเคราะห์ต่อไปว่า เป็นเรื่องความแตกต่างระหว่างชาติตะวันออกกับตะวันตก ตรงที่ว่าเวลาตะวันตกเขาพบอะไร เขาก็มักโปรโมทอะไรต่อมิอะไรให้ชาวโลกรับทราบ ซึ่งต่างจากตะวันออกที่เราค้นพบอะไรสักอย่าง ถ้าเป็นเรื่องที่เราคิดว่าไม่สำคัญมากหรือเป็นเรื่องท้องถิ่นของเราเอง เราก็บันทึกเอาไว้ หรือเล่าให้กันฟังแค่ในวงการหรือท้องถิ่นที่อยู่ สำหรับตะวันตกเขารุ่งเรื่องเพราะเขา Marketing และทำแผนโปรโมทดี ณ ตอนนี้ ประเทศทางตะวันออกก็เลยเอาแนวทางการทำ Marketing การโปรโมทขั้นโลกาภิวัตน์บ้าง อย่างอาหารเกาหลีที่ผมกับอาจารย์มาทานวันนี้ครับ ไม่รู้อาหารเกาหลีดังตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ผมคิดว่าน่าจะมาจากแดจังกึมนี่แหละครับ ไทยก็ทำได้ครับ อาหารไทยถือว่าขึ้นชื่อระดับนานาชาติ หากโปรโมทกันหนักๆเน้นๆอย่างที่แดจังกึมทำสำเร็จมาแล้วท่าจะดีครับ เพราะอาหารไทยที่สิงคโปร์หากปรุงโดยคนต่างชาติ ผมว่าหน้าตาของอาหารและรสชาติไม่ใช่ไทยเลย ออกไปทางจีนซะมากกว่าครับ เสียรสชาติความเป็นไทยหมด ถ้าจะทำอาหารไทยเอาใจคนจีนอันนี้ผมว่าควรจะบอกไปเลยว่านี่คือร้านอาหารจีนนะ โอเคยืมชื่ออาหารไทยไปใช้ก็ได้ เราต้องโปรโมทหนังไทยระดับสากลแล้วสิ เอาดารา Hollywood มาแสดงกับดาราชั้นนำของไทย และใส่เนื้อเรื่องที่ไปเกี่ยวกับอาหารไทยให้ได้ บอกว่ามีเครื่องปรุงและเอกลักษณ์ของความเป็นไทยที่อยู่ในอาหารน่ะคืออะไร แนะนำเมนูไทยให้ชาวโลกรู้หน่อยว่ามีอะไรบ้าง เพราะอาหารไทยไม่ได้มีแต่ส้มตำและต้มยำกุ้งอย่างเดียวเด้อ
When A Dog Needs to Play


จากข่าวที่ผมเคยได้นำเสนอมาแล้วในหัวข้อ “PS3 Cluster is not a Joke” และผมได้ทิ้งท้ายไปว่าเราคงจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ PlayStation 3 (PS3) Cluster ออกมาขายกัน และก็ไม่ใช่เรื่องหยอกๆเลยเพราะมันมีจริงๆแล้วด้วย
Review iPhone by using Basic Unix Commands
On this topic, I would like to review the disk partitions and filesystem of iPhone. The objective is the fact that I want to know how iPhone organized the filesystem. I also introduce some interesting system files and configurable ones. All commands I used here are just basic Unix commands. I expect that this topic will be the good point to review many things in the future. I am just an iPhone rookie (just bought and reviewed iPhone for only 5 days), so you can give me a piece of advice if you found that the content I put here is incorrect or not good enough.
Openning iPhone Officially
About the title ”Openning iPhone Officially”, it does not mean that Apple had just officially released iPhone. Actually it refers that I would like to introduce my iPhone and also to open a new blog category named “My iPhone”. Since a few days ago, I’ve just bought a new iPhone from a famous IT department store in Singapore on April 28th and spent much time to study its underlying mechanism. During these days, I found many interesting techniques posted on Webs and also discovered many techniques (may be not new) by myself. This is my self study and not mainly to discover a new thing. Consequently I think that I should record my study on this blog (javaboom.wordpress.com). I hope that my records could be at least a benefit for my future retrival and also many iPhone users.
มันก็แค่รายงานประจำวิชา (แค่นั้นเอง?)
เมื่อวานตอนพักเที่ยง ผมอยากทำอะไรแก้เซ็ง ผมจึงเข้า google แล้วลอง search ชื่อตัวเองดู โดยใช้ชื่อนามสกุลจริงของผมเป็น keyword ว่า “sivadon chaisiri” ผลปรากฎว่าก็มีโผล่มาบ้าง แต่มีผลลัพธ์หนึ่งจากการค้นหาที่น่าสนใจและทำให้ผมงงพอควรว่ามาเกี่ยวกับผมได้อย่างไร มาดูกันครับว่าเป็นผลลัพธ์อะไร
Don’t need to be a gig anymore: ขอเป็นมากกว่ากิ๊ก

“ไม่อยากมีแค่กิ๊ก ขอเป็นมากกว่ากิ๊กได้หรือเปล่า?”
อยู่ดีๆไม่ชอบ แกว่งเท้าหาเสี้ยนจริงๆนะผม กิ๊กหนอกิ๊ก แฟนของผมเล่นงานผมแน่ๆ! …… โอเคก่อนที่จะเข้าใจผมผิดกันไปกันใหญ่ ผมต้องรีบแก้ตัวก่อนครับว่าผมไม่มีกิ๊ก ไม่มีกั๊ก ไม่มี Electronic Mouse (E-Mouse แปลเป็นไทยเอาเอง) ใดๆทั้งสิ้นครับ หักเขี้ยวและลบลายเสือไปนานแล้ว ว่าไปโน่น! หรือว่าผมได้คิดเทคโนโลยีใหม่ นั่นคือ Gig Management System (GMS) หรือไง… ไม่ใช่อีกครับ เกี่ยวกับเรื่องไรมาดูกันครับ
คำเตือน ถึงนักศึกษาคอมที่กำลังหาหัวข้อ Project อย่าบ้าจี้ทำหัวข้อ GMS เชียว เรียนไม่จบแน่ๆ แต่อาจจะจบชีวิตด้วยฝีมือแฟน … กิ๊กไม่ใช่แฟน แต่ถ้าแฟนรู้ ต้องแหล เอ้ย! ต้องเลิก
อยากมี iPod ที่จุข้อมูลได้ระดับ TB

วันนี้ตอนพักเที่ยงผมเข้าไปอ่านข่าวเก่าๆของสำนักข่าว BBC จนไปเจอข่าวไอทีที่ลงเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา หัวข้อข่าวคือ “IBM races to make hi-tech memory“ ซึ่งผมสรุปใจความในข่าวพอย่อๆแล้วกันนะว่า IBM เขากำลังวิจัยและพัฒนาหน่วยความจำประเภท secondary storage แบบใหม่ที่ชื่อ Racetrack memory โดยจุดมุ่งหมายในการออกแบบเจ้าหน่วยความจำนี้ก็เพื่อต้องการหน่วยความจำที่เร็ว,เก็บข้อมูลได้มาก,และทนทาน โดยใช้ต้นทุนต่ำ และเขาก็บอกว่าหากโครงการนี้สำเร็จและนำออกขายจริงแล้ว เราจะได้เห็นเครื่องเล่น MP3 ที่เก็บเพลงได้กว่า 500,000 เพลง หรือมีความจุที่มากกว่าเครื่องเล่น MP3 ในยุคปัจจุบันถึง 100 เท่า ในปี 2008 ส่วนใหญ่เครื่องเล่น MP3 ก็จะมีความจุอยู่ที่ 2 – 16 GB แล้วปัจจุบันนี้ล่ะ เป็นอย่างไรบ้างครับ โปรดเข้ามาอ่าน…
Redundancy: มารู้จักวิธีโคลนนิ่งกันเถอะ (ภาค 1)
ก่อนอื่นต้องขอประทานโทษที่ผมหายหน้าไปนาน เพราะผมอยู่ในช่วงสอบและผมมีภาระกิจที่ได้รับให้ทำวิจัยโครงงานหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ Thesis ของผมเลยนะ เป็นแค่โครงงานของวิชาหนึ่งของผม แต่ก็ทำให้ผมต้องยุ่งกับโครงงานนี้ไปหลายวันพอสมควรครับ และหัวข้อครั้งนี้ ผมก็ขอเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับโครงงานที่ผมได้ไปทำนี้แหละครับ ซึ่งเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการสร้างความซ้ำซ้อนให้กับข้อมูลหรือ Redundancy (ผมขอใช้ทับศัพท์เลยนะครับ) โดยวัตถุประสงค์ของโครงงานคือการเปรียบเทียบกลยุทธ์ของ Redundancy โดยการใช้ Simulation จริงๆผมว่าจะกล่าวถึงเรื่องนี้หลังจากผมได้นำเสนอหัวข้ออื่นๆไปอีก 8 – 10 เรื่อง แต่ผมอดใจไม่ไหวครับ เพราะผมเพิ่งทำโครงงานนี้เสร็จไปเมื่อวานนี้เอง และผมก็ค้นพบอะไรที่น่าสนใจหลายเรื่องจากการวิจัยในครั้งนี้ และมีเรื่องหนึ่งที่ผมค้นพบ และได้รับคำชมจากอาจารย์ของผมว่าทำได้น่าประทับใจ (ขออวดนิดนึงนะครับ) เพราะถือเป็นการค้นพบครั้งใหม่ในศาสตร์ด้านนี้เลยครับ แต่ผมคงไม่ได้กล่าวในที่นี้ (อาจจะไปกล่าวใน conference ใดสักที่ก็ได้ครับ) โอเคครับ…คลิ้กเข้ามา มาอ่านว่าบทความนี้กล่าวถึง Redundancy ว่าอย่างไร





