Don’t need to be a gig anymore: ขอเป็นมากกว่ากิ๊ก

Figure from the Gig Movies

“ไม่อยากมีแค่กิ๊ก ขอเป็นมากกว่ากิ๊กได้หรือเปล่า?”

อยู่ดีๆไม่ชอบ แกว่งเท้าหาเสี้ยนจริงๆนะผม กิ๊กหนอกิ๊ก แฟนของผมเล่นงานผมแน่ๆ! …… โอเคก่อนที่จะเข้าใจผมผิดกันไปกันใหญ่ ผมต้องรีบแก้ตัวก่อนครับว่าผมไม่มีกิ๊ก ไม่มีกั๊ก ไม่มี Electronic Mouse (E-Mouse แปลเป็นไทยเอาเอง) ใดๆทั้งสิ้นครับ หักเขี้ยวและลบลายเสือไปนานแล้ว ว่าไปโน่น! หรือว่าผมได้คิดเทคโนโลยีใหม่ นั่นคือ Gig Management System (GMS) หรือไง… ไม่ใช่อีกครับ เกี่ยวกับเรื่องไรมาดูกันครับ

คำเตือน ถึงนักศึกษาคอมที่กำลังหาหัวข้อ Project อย่าบ้าจี้ทำหัวข้อ GMS เชียว เรียนไม่จบแน่ๆ แต่อาจจะจบชีวิตด้วยฝีมือแฟน … กิ๊กไม่ใช่แฟน แต่ถ้าแฟนรู้ ต้องแหล เอ้ย! ต้องเลิก

Author: Sivadon Chaisiri More about author

กว่าจะมาเป็นกิ๊ก

สำหรับบทความนี้ผมจะเอ่ยถึงคำนำหน้าหรือ Prefix ของหน่วยการวัดข้อมูล อย่างที่ทราบกันว่าเราเอาอะไรไปวัด ซึ่งไม่ใช่ธูปเทียนแน่นอน นอกเรื่องแล้วผม เข้าเรื่องได้แล้ว! เราเอาหน่วย byte และ bit สำหรับเป็นหน่วยการวัดขนาดของข้อมูลหรือความจุของอุปกรณ์ เรายังมีหน่วยอย่าง bit per second (bps) สำหรับวัดความเร็วเครือข่ายหรืออุปกรณ์รับส่งข้อมูล และเราใช้ Herzt (Hz) เป็นหน่วยวัดความถี่สัญญาณนาฬิกาของหน่วยประมวลผล ซึ่งเราก็มีคำนำหน้าหน่วยวัดเหล่านี้อย่าง Kilo, Mega และ Giga เช่น Kilobit per second (Kbps), Megabyte (MB), และ Gigaherzt (GHz) เป็นต้น นั่นแน่! ชื่อบทความนี้ก็มาจากคำว่า Giga นั่นเอง เพราะเรานิยมเรียกกันสั้นๆว่า “กิ๊ก” บางคนอาจจะเรียกว่า “จิ๊ก” เช่น ฮาร์ดดิสก์ (Harddisk) ขนาด 320 กิ๊ก (มี 1 กิ๊กก็ยุ่งแล้ว) เป็นต้น แต่กว่าเราจะได้ใช้ Prefix อย่าง Giga สำหรับวงการคอมก็กินเวลาหลายปีพอสมควร และต่อไปนี้ Prefix อย่างกิ๊กก็คงไม่พอแล้ว เพราะว่าเราได้ก้าวเข้าสู่ยุคเทระ (Tera) เป็นอันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็น Prefix ที่ใหญ่กว่ากิ๊ก กล่าวได้ว่ามี 1 เทระเสมือนมี 1 พันกิ๊ก ซึ่งจริงๆแล้วฮาร์ดดิสก์ที่จุข้อมูลได้ตั้งแต่ 1 Terabyte (TB) นั้นเพิ่งจะมีได้ไม่นานนี่เอง เท่าที่ผมติดตามข่าว ฮาร์ดดิสก์ระดับ Terabyte เริ่มออกมาขายแบบเห็นกันทั่วไปก็เมื่อช่วงปี 2007 ก่อนหน้าปี 2007 ก็มีบริษัทคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่บางเจ้าที่ได้ขายอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลหลัก TB แต่ก็เน้นกลุ่มลูกค้าระดับ Enterprise และองค์กรขนาดใหญ่ที่มีทุนหนา ซึ่งฮาร์ดดิสก์ความจุระดับ TB ในช่วงนั้นมีราคาที่สูงหลายหมื่นบาทจนถึงหลักแสน

อย่างไรก็ตาม ผมก็อยากรำลึกความหลังของการมีกิ๊ก (มีฮาร์ดดิสก์ระดับกิ๊ก อย่าคิดมาก!) และอย่างน้อยเราก็คงอยู่กับกิ๊กไปอีกนาน เมื่อพูดถึงกิ๊ก ก็ทำให้ผมรู้สึกเหมือนตอน 14 (เสก โลโซ) ผมยังจำสมัยผมได้คอมพิวเตอร์ Notebook เครื่องแรก ตอนนั้นผมอยู่ ป.6 (เหมือนเพิ่งผ่านมาไม่นาน) ถ้าจำไม่ผิดเป็น Notebook ยี่ห้อ Acer ที่ซื้อจากสหวิริยาโอเอ ใช้ CPU รุ่น Intel 386SX ความเร็วที่ 25 MHz และมีฮาร์ดดิสก์ถึง 40 MB ใช้จอแสดงผลแบบ Grayscale ถือว่าเป็นคอมที่เร็วมากในสมัยนั้น และผมก็ได้ยลโฉม Windows 3.0 เป็นครั้งแรก หลังจากใช้ MS-DOS มาตั้งแต่เวอร์ชัน 3  คอมเครื่องนี้เร็วกว่าคอมตั้งโต๊ะที่ทำงานพ่อของผม ที่เป็นเครื่อง 286 หรืออาจจะต่ำกว่านั้น (จำไม่ได้) ใช้จอเขียว  ซึ่งมี RAM น้อยกว่า 1  Megabyte ไม่มีฮาร์ดดิสก์ในตัว จำเป็นต้องใช้แผ่น Floppy disk สำหรับบู๊ตระบบปฏิบัติการ DOS ขึ้นมาใช้งาน และตอนผมเรียน ม.1 จำได้ว่าราคา RAM แพงมากๆ  ประมาณ 1,500 – 2,000 บาทต่อ 1 MB และจำได้ว่าฮาร์ดดิสก์ขนาด 120 MB (ซึ่งเป็นที่นิยมในยุคนั้น) มีราคาสูงกว่า 1 หมื่นบาท ลองมาเทียบราคาปัจจุบันสิครับ ฮาร์ดดิสก์ 500 GB ราคาไม่ถึง 5,000 บาทยังมีเลย และมีงบประมาณ 1 หมื่นบาทก็สามารถซื้อฮาร์ดดิสก์ความจุ 1 TB ได้ สำหรับ RAM ก็มีความหลากหลายทั้งชนิดและความเร็ว แต่ราคา RAM ระดับ 1 GB (หรือประมาณ 1,000 MB) ราคาคร่าวๆอยู่ที่ 900 – 3,000 บาท (ราคาอุปกรณ์คอมหลากหลายตามรุ่นและกลไกตลาด ดังนั้น ราคาที่ผมประมาณอาจจะคลาดเคลื่อนได้) โดยสรุปแล้ว เราจะสังเกตได้ว่าคอมพิวเตอร์ในยุคนั้น เราได้ใช้ Prefix อย่าง Kilo และมี Mega ที่เป็น Prefix ที่ใหญ่ที่สุดแล้ว

ผมจำได้ว่าประมาณปี 97 ขึ้นมา ผมถึงมีโอกาสได้ใช้ฮาร์ดดิสก์หลัก GB (ประมาณ 2 – 8 GB) และจนต้นปี 2000 ผมถึงได้เจอ Intel Pentium 3 ที่มีความเร็วถึงระดับ GHz และผมจำได้ว่าผมได้ยินเครือข่ายความเร็วระดับ Gigabit ก็ประมาณปลายศรรตวรรษที่ผ่านมา สำหรับผมแล้ว ผมเพิ่งรู้จักกิ๊กได้แค่ 10 ปีนิดๆเอง แต่อย่างว่านะครับ มีกิ๊กอย่างเดียวไม่พอแล้ว เพราะเราได้ก้าวข้ามจุดที่มากกว่าคำว่ากิ๊ก

มากกว่าคำว่ากิ๊ก

จากข่าวที่ผมได้นำเสนอก่อนหน้านี้เรื่อง “อยากมี iPod ที่จุข้อมูลได้ระดับ TB” [1] นักวิจัยจาก IBM ได้คิดค้นเทคโนโลยี Racetrack ซึ่งจะทำให้ได้หน่วยความจำราคาย่อมเยาว์ที่สามารถจุข้อมูลได้มหาศาล เป็นไปได้ว่า เราสามารถมีเครื่องเล่น MP3 และโทรศัพท์มือถือที่จุข้อมูลได้หลายกิ๊กจนถึงหลัก TB   ปัจจุบันนี้ ฮาร์ดดิสก์หลายยี่ห้อก็มีขนาดมากกว่า 1 TB แล้วด้วย สำหรับที่สิงคโปร์เอง ฮาร์ดดิสก์ประเภทต่อข้างนอก (External harddisk) ได้รับความนิยมมากๆ เรียกว่าแทบทุกห้างขายในราคาลดกระหน่ำ ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ External harddisk ที่มีขนาดตั้งแต่ 1 TB ขึ้นไป ได้แก่ Seagate FreeAgent, Apple Time Capsule, Maxtor OneTouch, และ Western Digital เป็นต้น

มาดูความพยายามในการเพิ่ม RAM ขนาด TB บนคอมพิวเตอร์ 1 เครื่องกันบ้างครับ จากข่าวของ CNET News [2] CEO บริษัท MetaRam ได้กล่าวถึงความพยายามในการใส่หน่วยความจำ RAM ระดับ Terabyte ที่มีราคาย่อมเยาว์ ความพยายามนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่มี CPU แบบ 64 บิต โดย CPU 64 บิตตัวแรกกำเนิดมานานแล้ว ประมาณยุค 60 บนเครื่อง Supercomputer และที่ปรากฎบนคอมพิวเตอร์ตระกูลเซิร์ฟเวอร์ก็เมื่อต้นทศวรรษ 1990  แต่ที่ปรากฎบนเครื่อง PC นั้นเพิ่งจะเมื่อปี 2003 นี่เอง [3] ซึ่งเราเรียก CPU ตระกูล 64 บิตสำหรับ PC ว่า X86-64 นับว่าเป็นการทำลายข้อจำกัดที่เคยมีบน CPU แบบ 32 บิต ที่จำกัดการใส่หน่วยความจำให้คอมพิวเตอร์ (รวมถึงการอ้างอิง address ของหน่วยความจำ) อยู่ที่ 232 หรือ 4 GB แต่หากเป็น CPU แบบ 64 บิตแล้ว ตามทฤษฎีเราจะสามารถใส่ RAM ได้สูงสุดถึง 264 หรือ 18 EB  (1 EB เท่ากับ 1 พันล้าน GB) หากเทียบ RAM ขนาด 18 EB กับ RAM ขนาด 2 GB ที่มีบนคอมพิวเตอร์ทั่วไปในปัจจุบัน ก็ถือว่า 18 EB ใหญ่กว่าถึง 1 พันล้านเท่า!  อย่างไรก็ดี จากการค้นคว้าของผม (ที่ยังไม่ได้ทำเต็มที่) ผมพบบริษัทเพียงรายเดียวที่ออกผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ที่มี RAM ระดับ TB นั่นคือ บริษัท Atomchip โดยเขาได้ประกอบคอมพิวเตอร์ Notebook ที่ใช้ CPU ของ Atomchip เอง  ซึ่งมีความเร็วสัญญาณนาฬิกาที่ 6.8 GHz และใส่ RAM ขนาด 1 TB [4] และจากการไปดูที่เว็บของ Atomchip เขาก็อ้างว่าเขาใช้เทคโนโลยี Quantum-Optical ที่สามารถสร้าง RAM ขนาด 35 TB ได้บนแพ็กเกจหรือโมดูลเพียงหน่วยเดียว [5] สำหรับเจ้าอื่นๆแล้วเหมือนกับกำลังอยู่ในช่วงพัฒนา อย่างไรก็ตาม สำหรับ Supercomputer อย่าง Blue Gene มีหน่วยความจำหลักถึง 73 TB แล้ว [6]

มาดูกันที่ CPU บ้างครับ ผมคิดเองนะว่า CPU ที่มีความเร็วสัญญาณนาฬิกาหลัก THz (Terahertz) คงจะต้องรอลุ้นกันหลายปีอยู่ แต่ถ้าหากพิจารณาสมรรถนะของ CPU ในหน่วย flops ซึ่งเป็นการวัดความสามารถในการคำนวณคำสั่งประเภทประมวลผลเลขทศนิยมแล้ว สำหรับคอมพิวเตอร์ PC ทั่วๆไปจะมีความเร็วที่ระดับ GFlops (Gigaflops) ประมาณไม่เกิน 10 GFlops หรือมากกว่านิดหน่อย ส่วนเครื่องเกมโคลโซลอย่าง Sony PlayStation 3 ก็ฟาดไปกว่า 100 GFlops แล้ว [9] และความเร็วระดับ TFlops นั้นก็สามารถทำได้แล้วกับ Computer Cluster ส่วน Blue Gene มีความเร็วเข้าใกล้ระดับ 500 TFlops [6] เรียกว่าครึ่งของ PFlops (Petaflops) เลยทีเดียว

กล่าวถึงความเร็วของ Network กันบ้าง เราจะเห็นพัฒนาการจาก Ethernet ที่มีความเร็วระดับ Mbps (Megabit per second) เป็นระยะเวลาเกือบ 30 ปี (ดูความเป็นมาได้ที่ [7]) จึงจะมาเกิดมาตรฐาน Gigabit Ethernet หรือความเร็วที่ระดับ Gbps (Gigabit per second) แต่เทคโนโลยีของ Network ระดับ Tbps (Terabit per second) ผมยังไม่เคยได้ยินนะครับ แต่จากการค้นหาข้อมูลก็พบว่าเมื่อปี 2006 ได้กำเนิดมาตรฐานที่ชื่อ TERA ที่ได้เสนอการสร้างเคเบิ้ลในอัตราขนส่งข้อมูลระดับ Tbps และผมยังพบข้อมูลว่ามีเครือข่ายใยแก้วนำแสงที่ชื่อ SEA-ME-WE 4 (ลากผ่านประเทศไทยด้วย) ที่มีความเร็วถึง 1.28 Tbps นอกจากนี้ ผมพบข้อมูลใน [8] ที่กล่าวถึงโครงการพัฒนา Terabit Ethernet และ 10 Terabit Ethernet

เพื่อนๆกิ๊ก

เรามาดูกันครับว่า Prefix ของหน่วยวัดที่เป็นมาตรฐานระบบ SI มีอะไรบ้าง โดยผมจะกล่าวถึง Prefix ที่มีขนาดนับตั้งแต่ Kilo ขึ้นไปเท่านั้นนะครับ

Prefix อักษรย่อ ขนาด 10n ชื่อภาษาอังกฤษ* 1 หน่วยเทียบกับกิ๊ก
kilo- K 103 Thousand 0.000001 กิ๊ก
mega- M 106 หรือ 1 ล้าน Million 0.001 กิ๊ก
giga- G 109 หรือ 1 พันล้าน Billion 1 กิ๊ก
tera- T 1012 หรือ 1 ล้านล้าน Trillion 1,000 กิ๊ก
peta- P 1015 หรือ 1 พันล้านล้าน Quadrillion 1 ล้านกิ๊ก
exa- E 1018 หรือ 1 ล้านล้านล้าน Quintillion 1 พันล้านกิ๊ก
zetta- Z 1021 หรือ 1 พันล้านล้านล้าน Sextillion 1 ล้านล้านกิ๊ก
yotta- Y 1024 หรือ 1 ล้านล้านล้านล้าน Septillion 1 พันล้านล้านกิ๊ก

* ชื่อเรียกภาษาอังกฤษสำหรับ Prefix ตั้งแต่ giga- ขึ้นไปยึดตามระบบ Short Scale

หลังจากความเป็นกิ๊ก

เราได้ทราบแล้วว่า Prefix ที่เขาใช้กันในคอมพิวเตอร์นั้นไม่ได้มีแค่ Kilo, Mega และ Giga และเราก็ทราบแล้วว่าเราได้ก้าวเข้าสู่ยุคของ Tera เป็นอันเรียบร้อย ผมจึงอยากนำเสนอข้อมูลต่อไปว่านอกจากเทคโนโลยีที่มีระดับ Giga และ Tera แล้ว เรายังมีเทคโนโลยี, อุปกรณ์, และระบบที่มีความสามารถสูงกว่า Tera แล้วด้วย บางตัวอาจจะเป็นเพียงแค่ทฤษฎีในขณะนี้ บางตัวอยู่ในช่วงวิจัยและพัฒนา แต่ก็มีที่สร้างขึ้นมาใช้งานจริงแล้วอยู่หลายตัว เรียกได้ว่าครอบคลุม Prefix ตั้งแต่ Peta จนถึง Yotta เลยทีเดียว เรามาดูตัวอย่างกันครับว่ามีอะไรบ้าง

  • CERN หน่วยงานวิจัยด้านนิวเคลียร์ได้ติดตั้งฮาร์ดดิสก์หนึ่งก้อนขนาด 2 PB (Petabyte) และอุปกรณ์บันทึกข้อมูลลง tape ขนาด 10 PB

  • RapidShare ผู้ให้บริการับฝากไฟล์เพื่อการแชร์ไฟล์บนเครือข่าย WWW รายใหญ่ของโลก มีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลกว่า 4.5 PB

  • บริษัท Microsoft ลงทุนติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ 900 โหนด เพื่อเตรียมพื้นที่ขนาด 14 PB สำหรับเก็บข้อมูลแผนที่โลกภายใต้ชื่อ Microsoft Virtual Earth (น่าจะคล้ายๆกับ Google Earth )

  • IBM Kittyhawk เป็นทฤษฎีใหม่ในการสร้าง Supercomputer ที่กล่าวถึงความสามารถในการรองรับหน่วยความจำระดับ 32 PB

  • IBM RoadRunner Supercomputer ที่คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2008 นี้ มีสมรรถนะสูงสุดถึง 1.6 PFlops (Petaflops)
  • Folding@Home เครือข่ายกระจายการประมวลผลแบบ Peer-to-Peer ชนิดหนึ่ง โดยงานที่นำไปประมวลผลนั้นเน้นการวิจัยด้าน Protein folding   นับว่าเป็นเครือข่าย Peer-to-Peer ประเภทเก็บเกี่ยว CPU (P2P CPU Cycle) ที่มีสมรรถนะถึง1.5 PFlops

  • จากผลงานที่ตีพิมพ์ลงในการประชุมของ IEEE [10] ได้กล่าวถึงทิศทางของเครือข่ายใยแก้วนำแสงที่มีความเร็วระดับ Pbps (Petabit per second)
  • แหล่งข้อมูล [11] ได้นิยามคำศัพท์ว่า Exaflood ที่หมายถึงการขนส่งข้อมูลบนเครือข่ายทั้งโทรศัพท์ เคเบิ้ล อินเตอร์เน็ต รวมไปถึงเครือข่ายกระจายสัญญาณ (Broadcast) ของวิทยุและโทรทัศน์ เมื่อคำนวณถึงขนาดของข้อมูลที่ขนส่งบนเครือข่ายเหล่านี้รวมกันแล้วมากถึงระดับ Exabyte (EB) ต่อปี จากแหล่งข้อมูลเขากล่าวว่ามีขนาดถึง 75 EB หรือใหญ่กว่านี้ 10 ถึง 15 เท่า

  • บริษัท HP อ้างถึงระบบปฎิบัติการ HP-UX ซึ่งมีระบบการจัดการที่ง่ายดายสำหรับรองรับระบบคอมพิวเตอร์ที่มีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลขนาด100 ล้าน ZB (Zettabyte) [12] หรือ 1 แสน YB (Yottabyte) … อะไรจะปานนั้น มันประมาณ 100 ล้านล้าน GB นะนั่น

โอเคครับพอเป็นตัวอย่างคร่าวๆ เพราะจริงๆแล้วยังมีอีกเยอะเลยครับ คุณสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google หรือแหล่งข้อมูลใน [13, 14] ได้ครับ และผมก็ขอจบเรื่องของกิ๊กไว้เพียงเท่านี้ ไว้เจอกันบทความหน้าครับ

ขอขอบคุณภาพยนตร์เรื่อง “เดอะ กิ๊ก” สำหรับภาพประกอบน่ารักๆ

อ้างอิงถึงกิ๊ก

[1] https://javaboom.wordpress.com/2008/04/22/racetrack/
[2] http://www.news.com/Putting-terabytes-of-memory-into-servers,-the-cheap-way/2100-1004_3-6231810.html
[3] http://en.wikipedia.org/wiki/64_bit
[4] http://www.ubergizmo.com/15/archives/2005/09/68ghz_laptop_wi.html
[5] http://atomchip.com/_wsn/page3.html
[6] http://top500.org/list/2007/11/100
[7] http://en.wikipedia.org/wiki/IEEE_802.3-2005
[8] http://www.directionsmag.com/article.php?article_id=372&trv=1
[9] https://javaboom.wordpress.com/2008/03/28/ps3cluster/
[10] Tucker, Rodney S. “Towards Petabit-per-Second Optical Routers”, IEEE International Conference on Photonics in Switching, 2006
[11] http://www.discovery.org/scripts/viewDB/index.php?command=view&id=3869
[12] http://h20338.www2.hp.com/hpux11i/cache/458092-0-0-0-121.html
[13] http://en.wikipedia.org/wiki/Petabyte#Trivia
[14] http://en.wikipedia.org/wiki/Exabyte#Popular_expression

5 thoughts on “Don’t need to be a gig anymore: ขอเป็นมากกว่ากิ๊ก

  1. PS3 เร็วกว่า PC ถึงสิบเท่าเลยหรือครับ … น่าหามาไว้ใช้สักเครื่องนะครับ

  2. javaboom says:

    ถึง Misui ใช่ครับ หากเปรียบกันโดยใช้หน่วย Flops แล้ว PS3 ก็เร็วกกว่าครับ โดยเวลาเขาจะวัดค่านี้ เขานิยมใช้โปรแกรมที่ชื่อ LinPack สำหรับการทำ benchmark ครับ ผลงานที่อ้างอิงข้อมูลว่า PS3 รันได้ประมาณ 150 กว่า GFlops เป็นของ Jack Dongarra ซึ่งเชื่อถือได้สูงครับ อ่านเพิ่มเติมที่ https://javaboom.wordpress.com/2008/03/28/ps3cluster/

  3. javaboom says:

    ผมยังเก็บ ipod รุ่นแรกๆไว้เลยครับ ทั้งใหญ่ หน้าจอเครื่องคิดเลขด้วย ราคาก็แพงอีกต่างหาก เดี๋ยวผมกะจะเอามือถือของผม (HTC Touch) ไปเทิร์นเป็น iphone 16 GB อยู่ครับ เล็งไว้แล้ว ถ้าเทิร์น 8 GB ที่นี่ผมไม่ต้องเพิ่มเงินเลยแหละ แต่ถ้า 16 GB คงต้องเพิ่มอยู่บ้างอย่างน้อยก็ $100 ว่าจะไปเร็วๆนี้หลังสอบเสร็จ ไม่รู้เขายังจะให้ promotion เทิร์นฟรีอีกหรือเปล่า

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s