Cloud Storage : ฝากไฟล์ไว้ที่ปลายฟ้า

เหนือน่านฟ้าเมืองไทย ผมถ่ายภาพจากเครื่องบินของ AirAsia ในวันแม่แห่งชาติ พ.ศ. 2551 เส้นทางจากกรุงเทพไปสิงคโปร์

การจัดเก็บข้อมูลแบบ Cloud Computing คือการที่เราเช่าพื้นที่จัดเก็บข้อมูลกับบริษัทผู้ให้บริการหรือบุคคลที่สาม เราเรียกรูปแบบบริการเช่นนี้ว่า Cloud Storage (แปลง่ายๆว่า “การจัดเก็บข้อมูลแบบกลุ่มเมฆ”) จริงๆแล้ว รูปแบบของ Cloud Storage มีให้เราพบเห็นนานแล้วครับ อย่างพวกบริษัทผู้ให้บริการ Web Hosting ก็อาจจะจัดได้ว่าเป็นผู้ให้บริการ Cloud Storage ประเภทหนึ่งก็ว่าได้ และจากที่ผมค้นคว้าข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตและดูแนวโน้มของเทคโนโลยี ผมคิดว่ามันน่าจะมาจากคำว่า Web 2.0 Storage อย่างพวกเว็บ community ที่มีบริการให้ผู้ใช้สามารถอัพโหลดรูปภาพ, วิดีโอ, ไฟล์เอกสาร, และไฟล์อื่นๆเพื่อแชร์กับบุคคลอื่น อย่างบริการจาก Flickr, Hi5, Picasa และ Youtube เป็นต้น และเมื่อ Web 2.0 ได้รับความนิยมระดับหนึ่ง บวกกับความต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลของบุคคลธรรมดาที่มากขึ้น รวมทั้งองค์กรต่างๆต้องการลดต้นทุนในการจัดซื้อและดูแลทรัพย์สินของบริษัท และความต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่เลือกสรรขนาดได้ตามต้องการ และแล้ว … ยุคของ Cloud Storage จึงบังเกิดขึ้นมา ติดตามเนื้อหาได้ข้างในนี้เลยครับ

Cloud Storage มีลักษณะเช่นไร

ในอุดมคติ (ของผม) Cloud Storage มีขนาดที่ยืดหยุ่นได้ตามความต้องการของผู้ใช้หรือข้อมูลที่ผู้ใช้นำมาเก็บ เช่นเดิมทีผมมีข้อมูลขนาด 70 GB ส่วนพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเริ่มต้นที่ผมเช่ากับผู้ให้บริการอาจจะมีขนาดเริ่มต้นที่ 100 GB แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ข้อมูลของผมมีมากขึ้น เช่นมีขนาดรวม 120 GB เมื่อขนาดข้อมูลเกินกว่าพื้นที่ปัจจุบันแล้วล่ะก็ ระบบสามารถขยายพื้นที่ให้มากขึ้นได้ เช่นขยายจาก 100 GB  ไปเป็น 200 GB และเมื่อไหร่ก็ตามที่ขนาดข้อมูลของผมลดลงเหลือ 90 GB พื้นที่จัดเก็บข้อมูลของผมก็ลดลงเหลือ 100 GB เช่นเคย โดยทุกๆสิ้นเดือน ผู้ให้บริการจะหักค่าบริการผ่านบัตรเครดิตของผม โดยค่าบริการคิดตามพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสูงสุดที่ผมเช่าจริง​ เช่นจากตัวอย่างผมต้องจ่ายเงินตามพื้นที่ 200 GB ซึ่งเป็นขนาดสูงสุดของเดือน แม้ว่าก่อนสิ้นเดือน 1 วัน ขนาดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้ลดเหลือ 100 GB แล้วก็ตาม

ประโยชน์ที่ได้จากการใช้ Cloud Storage

  • สามารถเข้าถึงข้อมูล (เช่น ไฟล์) ได้จากทุกที่ทุกเวลา เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ตสำหรับเชื่อมต่อ
  • เลือกขนาดจัดเก็บข้อมูลได้ตามต้องการ (และตามกำลังทรัพย์) และสามารถเพิ่มหรือลดขนาดในภายหลังได้อีกด้วย
  • ราคาคุ้มค่ากว่าการลงทุนซื้ออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลจริง
  • ไม่ต้องลงทุนและเสี่ยงในการดูแลอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลด้วยตนเอง
  • ได้รับการบริการเสริม อาทิเช่น การสำรองข้อมูล, การรับประกันในกรณีข้อมูลสูญหาย และการให้บริการความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง เป็นต้น

ความน่าเชื่อถือของ Cloud Storage

ผู้ให้บริการ Cloud Storage โดยส่วนใหญ่จะมีห้อง Data center สำหรับเป็นที่อยู่ของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลและเซิร์ฟเวอร์หลายเครื่อง มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ป้องกันการลักขโมยข้อมูล ทั้งระบบ Firewall และระบบล็อคห้อง Data Center ที่น่าเชื่อถือ และในห้อง Data Center มีระบบทำความเย็นให้กับอุปกรณ์ ทำให้ระบบทำงานได้ต่อเนื่องเป็นเวลานานและมีอายุการใช้งานที่ยืนยาว หลายเจ้าจะมีระบบสำรองไฟ บางเจ้าใช้เทคโนโลยีในการจัดเก็บข้อมูลที่มีความเร็วและน่าเชื่อถือสูง หลายเจ้าใช้เทคโนโลยีสำหรับสำรองข้อมูลไว้หลายชุดเพื่อป้องกันกรณีที่ข้อมูลสูญหาย บางเจ้ามีระบบซ้ำซ้อน(คัดลอก)ข้อมูลเดียวกันเก็บไว้หลายๆdata center (หลักการ Redundancy) ด้วยวัตถุประสงค์ในการสำรองข้อมูลและการเพิ่มความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลจากพื้นที่ที่ใกล้เคียง และป้องกันเหตุการณ์ที่หากมี data center แห่งหนึ่งล่ม (เช่น ไฟไหม้หรือตึกถล่ม) ก็ยังมี data center ที่อื่นเก็บข้อมูลสำรองไว้อยู่และสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก๊ดี คงไม่มีบริษัทไหนกล้ารับประกันความน่าเชื่อถือของ Cloud Storage ได้ถึง 100% โดยส่วนมากจะบอกว่าประกัน 99.9% – 99.9999% โดยความน่าเชื่อถือจะถูกอิงอยู่บนเอกสารข้อตกลงที่เรียกว่า Service-Level-Agreement หรือ SLA (ลองดูตัวอย่าง SLA ของ Amazon ผู้ให้บริการ Cloud Storage รายหนึ่ง)

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจของ Cloud Storage

  • ​มีหน้าเว็บหรือแอพพลิเคชันเป็น Portal จัดเตรียมไว้สำหรับเข้าถึงและจัดการ Cloud Storage
  • สำหรับสนุนการเข้าถึงและจัดการ Cloud Storage ผ่านโปรโตคอล REST
  • สำหรับสนุนการเข้าถึงและจัดการ Cloud Storage ผ่าน Web Services
  • สนับสนุนการเมาท์ (mount) พื้นที่ของ Cloud Storage ให้สามารถเข้าถึงและจัดการผ่านไดเร็กทอรีหรือไดร์ฟบนคอมพิวเตอร์โลคอลได้เลย (ส่วนใหญ่ใช้โปรโตคอล WebDAV)

หมายเหตุ ผู้ให้บริการ Cloud Storage แต่ละเจ้ามีฟีเจอร์ของบริการแตกต่างกันไป

มาดูตัวอย่างผู้ให้บริการ Cloud Storage กันบ้าง โดยผมจำแนกตามชนิดของการให้บริการว่าเป็นเชิงพาณิชย์ (Commercial Cloud Storage) และอีกแบบคือผู้ให้บริการเชิงพาณิชย์และมีบริการฟรีสำหรับช่วงเริ่มต้น เลยขอเรียกสั้นๆว่าผู้ให้บริการเแบบฟรี (Free Cloud Storage) แต่ขอเน้นคำว่าฟรีนิดนึง คือเป็นฟรีแบบจำกัดหรือฟรีแบบมีเงื่อนไขมากมาย เช่นฟรี  1 GB และหากต้องการพื้นที่เพิ่มขึ้นก็ต้องเสียเงิน บางเจ้าอาจจะให้บริการฟรีระยะหนึ่ง พอเราจัดเก็บข้อมูลและใช้งานเป็นประจำแบบหยุดใช้ไม่ได้ ก็อาจจะเก็บเงินจากเราก็ได้ โดยให้เหตุผลว่ามันอยู่ในข้อตกลงตอนเราสมัครเข้าใช้บริการ ย้ำนะครับ ไม่มีของฟรีแท้ๆ ดั่งที่มีคนพูดกันว่าไม่มีของฟรีในโลก นอกจากนี้แล้ว การได้รับบริการฟรีอาจไม่ได้การรับประกันความน่าเชื่อถือของระบบก็ได้ อย่างเช่นปัญหาที่เคยเกิดขึ้นกับ Google

หมายเหตุ บางท่านอาจแบ่งชนิดของ Cloud Storage ตามกลุ่มเป้าหมายและลักษณะการใช้งาน ตัวอย่างการแบ่งหมวดหมู่เช่นนี้เช่นบล็อก cloudstorage.wordpress.com

ตัวอย่าง Cloud Storage เชิงพาณิชย์

  • Amazon S3 (หรือชื่อเต็ม Amazon Simple Storage Service)
  • Apple’s Mobileme (มีให้ทดลองใช้ฟรี 60 วัน)
  • Symantec’s SwapDrive
  • MOSSO – The Hosting Cloud
  • Box.net (มีให้ทดลองใช้ฟรี 14 วัน)
  • Nirvanix SDN (หรือชื่อเต็ม Nirvanix Storage Delivery Network)

ตัวอย่าง Cloud Storage แบบฟรี (อย่าลืมว่า “ฟรีแบบจำกัด” !)

ผมไม่ได้เปรียบเทียบคุณสมบัติของ Cloud Storage ไว้ในที่นี้นะครับ ท่านสามารถไปดูตารางเปรียบเทียบผู้ให้บริการ Free Cloud Storage ส่วนหนึ่งได้ที่เว็บ electronicportfolios.org ในเว็บนี้เขาจะเรียกบริการนี้ว่า Web 2.0 Storage

หมายเหตุ ข้อมูลที่เป็นตัวเลข (เช่น ราคา) อาจเปลี่ยนแปลงได้ โดยผมอ้างอิงตามข้อมูลวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2551

4 thoughts on “Cloud Storage : ฝากไฟล์ไว้ที่ปลายฟ้า

  1. piggy says:

    คือว่าอยากรู้ว่า iphone ที่คุณซื้อในสิงคโปร์เนี่ย ซื้อเท่าไหร่หรอตีเป็นเงินไทยอ่ะ แล้วต้องมีสัญญารึปา่ว พอดีเพื่อนเราไปที่สิงคโปรือ่ะ เค้า้บอกว่าที่นั่นซื้อได้ถูกกว่าไทยอยู่ แต่ไม่รู้ว่าจะซื้อได้ที่ไหน พอจะบอกได้รป่าวค๊า
    เพื่อนเราจะกลับในวันที 28สิงหานี้แล้ว รบกวนตอบอีเมลล์ทีนะ piggy_teddybear@hotmail.com

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s