บางเหตุผลที่ Cloud Storage ไปรุ่งกว่า

ผมถ่ายภาพนี้ขณะเครื่องบินกำลังลงจอดสนามบินนานาชาติอุบลราชธานี วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2551

ผมขออนุญาตคัดลอกเอา comment ของผมจากข่าวชื่อ บิล เกตส์ชี้ Cloud Storage ไปได้รุ่งกว่า ที่ผมเขียนใน Blognone ของวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ในข่าว เกตส์เขาได้แสดงทรรศนะของเขาว่า Cloud Storage ไม่มี tradeoff ในการลงทุน สำหรับผมเอง ผมเห็นด้วยกับการวิเคราะห์ของเกตส์ ผมจึงขอวิเคราะห์ทรรศนะของเกตส์ไว้ในที่นี้ อย่างไรก็ตาม ผมได้ทิ้งท้ายไว้ว่า จริงๆผมก็ไม่เห็นด้วยกับเกตส์ที่ว่า Cloud Storage จะไม่มี tradeoff เลย ซึ่งจริงๆมันมีอยู่ และตั้งอยู่บนฐานของความไม่แน่นอน นั่นคือ “ความเสี่ยง” และสิ่งที่ต้องลงทุนกับความเสี่ยงนี้คือ “การรับประกัน”

ผมขอรายละเอียดข้อมูลเชิงเทคนิคเพิ่มเติมแยกไว้ใน comment นี้

นับว่าบิลได้ใช้ศาสตร์ด้านคอมพิวเตอร์ในการทำนายของเขา คำว่าการลงทุนที่เขากล่าว จากแหล่งข่าวคือคำว่า tradeoff หมายถึงการแลกเปลี่ยน/ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง นั่นคือ ถ้าจะได้มาซึ่งประมวลผล (Computing) ที่มีประสิทธิภาพนั้น จะคำนึงถึง overhead ที่กระทบต่อการประมวลผลด้วยนั่นคือ Latency กับ Bandwidth

Latency ของการประมวลผลมีอยู่หลายตัวด้วยกัน ได้แก่ ​เวลาในการคำนวณโดยโปรเซสเซอร์​ (Execution time), เวลาที่เกิดจากการสลับโปรเซส (Context switching), เวลาของโปรเซสอื่นๆ (เช่น โปรเซสในการจัดการบัฟเฟอร์ โปรเซสของบริการ Interrupt ต่างๆ), และความหน่วงอันเกิดจากอุปกรณ์เครือข่าย เป็น ส่วน Bandwidth ในที่นี้หมายถึง Bandwidth ของเครือข่าย

การประมวลผลบน Cloud Computing หากต้องการประสิทธิภาพที่สูง ต้องลดค่า Latency และเพิ่มค่า Bandwidth แน่นอน เราจำเป็นต้องลงทุนให้กับอุปกรณ์เครือข่ายที่มีความเร็วสูง และคอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะตามไปด้วย

ขอวิเคราะห์เพิ่มอิงตามประสบการณ์ส่วนตัว ผมมองว่าบิลให้เหตุผลได้ดีมาก เพราะการประมวลผลมันควบคุมยากกว่าการจัดเก็บข้อมูล นั่นถือเป็นการลงทุนกับปัจจัยที่ทำนายลำบาก อย่างเช่น มันยากที่จะทำนายเวลาในการประมวลผลรวมถึง Latency ที่เกี่ยวข้องว่ามากเท่าไหร่ ต่างจากการจัดเก็บข้อมูลบน Cloud Storage ที่ทำนายหรือคำนวณได้ไม่ยาก เช่น ถ้าไฟล์ 100 GB จะใช้เวลาในการ upload / download นานเท่าไหร่ เป็นต้น ซึ่งปัจจัยของการทำนายต้นทุนนี่เองจึงเป็นเหตุให้ Cloud Storage สามารถวางแผนการจัดสรรทรัพยากรได้ดีกว่า Cloud Computing เช่น ลงทุนกับ SAN หรือ NAS ที่ประเมินค่า Latency และ Bandwidth ของการให้บริการ Cloud Storage ได้ และยืดหยุ่นต่อการเพิ่มหรือลดขนาดพื้นที่จัดเก็บข้อมูล เป็นต้น

มองในแง่ Demand ของลูกค้าแล้ว ผู้ให้บริการสามารถให้ Supply ของ Storage ได้มีประสิทธิภาพกว่าการให้ Supply ของ Computing ขอให้นึกถึงเวลาลูกค้า upload ไฟล์ขนาด 1,000 GB มาเก็บที่ storage ที่คงเหลือพื้นที่ 900 GB ซึ่งผู้ให้บริการสามารถจัดหาพื้นที่เพิ่มเติมอีก 100 GB ได้ก่อนที่ไฟล์จะ upload เสร็จ ถ้าหากเป็น Computing โปรแกรมมันอาจจะใช้ CPU สูงเต็มที่ 100% หรือ 0% เมื่อไหร่ก็ได้และก็เกิดขึ้นได้ทันที ดังนั้น การจัดเตรียม Supply ที่ดีต้องอาศัยการการทำนายความต้องการใช้ CPU ของโปรแกรมที่แม่นยำ (และก็ทำได้ยาก)

นอกจากนี้ Storage เกี่ยวข้องกับสรรพสิ่งที่คงสภาพได้ (stateful) เช่น เก็บไฟล์ 10 MB บนดิสก์ก็ยังเป็นไฟล์ 10 MB เป็นต้น ต่างจาก Computing ที่ไร้สภาพหรือสภาพไม่คงที่ (Stateless) เช่น คำสั่งและตัวแปรของโปรแกรมย่อมเปลี่ยนไปตาม Flow Control ดังนั้น เพื่อประกันความคงสภาพของ Computing หรือจะทำให้ Computing มีคุณสมบัติ Stateful จำเป็นต้องลงทุนสูง อาทิ การใส่ snapshot ให้กับโปรแกรมที่กำลังรันอยู่ เป็นต้น

อย่างไรก็ดี Cloud ที่น่าเชื่อถือจำเป็นต้องให้การรับประกันคุณภาพของบริการ ซึ่งการรับประกันจำเป็นต้องลงทุน เช่น ถ้าเป็น Cloud Storage ก็จำเป็นต้องสำรองข้อมูลให้กับลูกค้ามากกว่า 1 สำเนา เป็นต้น ในทางธุรกิจมีเอกสารที่เรียกว่า Service-Level-Agreement (SLA) สำหรับเป็นข้อตกลงในการให้บริการ รวมถึงค่าปรับในกรณีที่ผู้ให้บริการไม่สามารถทำได้ตามข้อตกลง

ในคำพูดของบิล เกตส์กล่าวว่า Cloud Storage ไม่มี tradeoff หรือไม่ต้องลงทุน นั้นออกจะเป็นการมองข้ามการรับประกันบริการหรือสินค้า (อย่างที่เราเจอกันบ่อยๆ) ผมจึงมองว่า Cloud Storage ก็มีต้นทุนเช่นกัน นั่นคือการรับประกัน ยกเว้นซะว่า ไมโครซอฟต์ไม่คิดจะรับประกัน🙂

Sivadon Chaisiri (JavaBoom) https://javaboom.wordpress.com

โดยสรุปแล้ว เราวางแผนเพื่อลงทุนกับ Cloud Storage ได้ดีกว่า Cloud Computing เพราะมี tradeoff ที่น้อยกว่า แต่ทว่า การรับประกันก็ถือได้ว่าป็นการลงทุนที่สูงมากและสำคัญมากของของบริการ (แทบ) ทุกประเภทเลย สำหรับระบบไอทีนี้มีความเสี่ยง เช่น เสี่ยงต่อการโดน hacker โจมตี, เหตุการณ์เครือข่ายล่ม, เหตุการณ์ที่พนักงานดูแล data center ลาออกกระทันหันพร้อมๆกันหลายคน, เหตุการณ์ไฟดับ, และภัยธรรมชาติ เป็นต้น ดังนั้น Cloud Provider ไม่ว่าจะให้บริการทรัพยากรประเภทไหนก็ตาม จำเป็นต้องคำนึงถึงเรื่อง “การรับประกัน” ไว้ด้วย

สำหรับเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับข่าวนี้ ท่านสามารถอ่านได้ที่ Cloud Storage : ฝากไฟล์ไว้ที่ปลายฟ้า

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s