Cloud computing เป็นสินค้าแฟชั่น

ผมคิดว่าหลายๆท่านมีความเชื่อเหมือนผมว่าสินค้าไอทีเป็นสินค้าแฟชั่นได้ด้วย และ cloud computing ก็จัดว่าเป็นแฟชั่น อย่างคำว่า cloud ก็กลายเป็นชื่อแฟชั่นที่ดูสวยหรู ดั่งที่คนพากันเรียกว่า cloud เป็น buzzword หรือ fashion word กัน ดั่งเช่น บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ยักษ์เล็กหลายบริษัทแห่กันออกผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตีตราคำว่า cloud เข้าไปในชื่อผลิตภัณฑ์หรือบริการของตน ถ้าอ้างอิงตาม Gartner แล้วเขาบอกว่า vendor ในอุตสากรรมไอทีทุกเจ้าเลยแหละที่ขนกลยุทธ์ด้าน cloud computing กันออกมา แม้กระทั่งในงานวิจัยเอง หัวข้อ cloud computing ก็ดังพลุแตกเช่นกัน อย่างงานประชุมวิชาการงานหนึ่งที่มีชื่อเสียงของ IEEE ชื่อ CCGrid จากแต่ก่อน CCGrid มีชื่อเต็มว่า Cluster Computing and the Grid ครั้งต่อไปไม่ได้ชื่อนี้แล้วนะครับ โดย CCGrid ก็เล่น buzzword คำนี้กับเขาเหมือนกัน จนมีชื่อเต็มชื่อใหม่ว่า Cluster, Cloud, and Grid Computing (ดูได้ที่เว็บงาน CCGrid 2010)

ผมเห็นด้วยกับซีอีโอของออราเคิลคุณ Larry Ellison ที่พูดเหน็บ cloud computing ตามคลิปวิดีโอด้านบน ส่วนจะมีอะไรในกอไผ่หรือในใจ Ellsion หรือเปล่าผมคงกล่าวหาอะไรไม่ได้ แต่เท่าที่ผมทราบคือ ออราเคิลเองก็ลุยตลาด cloud computing กับเขาเหมือนกัน และดูเหมือนว่่าออราเคิลจะอ้างว่า ออราเคิลมีผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า grid computing แต่มีความสามารถเด่นที่ชื่อว่า elasticity (อันเป็นคุณสมบัติเด่นของ cloud computing) ก่อนที่ cloud computing ติดกระแสแฟชั่นซะอีก … จริงเท็จยังไง ผมไม่ทราบ เพราะผมไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นของออราเคิล ซึ่งอาจจะเป็นจริงอย่างออราเคิลอ้างไว้ก็ได้ เพราะหลักการดังกล่าวก็ใช่ว่าจะมีความยุ่งยากในการพัฒนาโดยยักษ์ใหญ่อย่างออราเคิลแต่อย่างใด

แต่ถ้าถามถึงความเห็นผมว่า cloud computing ต่างจาก grid computing หรือจากสิ่งที่เคยมีมาในอดีตหรือเปล่า? ผมบอกได้เลยว่า มันมีทั้งมุมที่เหมือนและก็มุมที่ต่่าง และมุมต่างดังกล่าวเป็นเอกลักษณ์ส่วนตัวของ cloud computing เลยก็ว่าได้ และผมตั้งใจจะพูดเรื่องนี้ผ่านบทความของผมในชุด “จาก Grid Computing ไปถึง Cloud Computing” ซึ่งตอนที่ 1 ฉายไปเกือบจะหนึ่งปีได้แล้ว ตอนที่ 2 ยังไม่ได้สร้างซะที (ดองไว้จนจะเน่าแล้ว) ส่วนตอนที่ 2 ก็ตามมาใน 2 ปีถัดมา

ผมไม่ขอพูดเรื่อง grid computing กับ cloud computing ให้วุ่นวายในบทความนี้แล้วกัน ผมขออนุญาตคัดลอกเอาความคิดเห็นของผมในข่าวที่ผมเขียนใน blognone มาแปะในที่นี้ หัวข้อข่าวชื่อ Cloud computing สินค้าแฟชั่นในมุมมองของ Larry Ellison ท่านที่สนใจก็ไปอ่านข่าวนี้เพิ่มเติมเอาที่ blognone แล้วกันครับ ส่วนต่อไปนี้เป็นข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งรวมความคิดเห็นผมเข้าไปด้วย

จากมุมมอง Ellison นี้ อาจจะทำให้หลายคนมองว่าออราเคิลเองไม่มีแผนการตลาดเกี่ยวกับ cloud computing แต่ในความจริงแล้ว ออราเคิลเองก็ลุยตลาด cloud computing กับเขามาแล้วด้วยเหมือนกัน อย่างในเว็บไซต์ของออราเคิลนั้นมีโซลูชันที่อยู่ภายใต้หน้าเว็บ Cloud Computing Center ซึ่งเป็นการลุยตลาดซอฟต์แวร์เพื่อส่งซอฟต์แวร์ของออราเคิลไปทำงานอยู่บน cloud computing

ส่วนอีกเรื่องที่สามารถบอกได้ว่าออราเคิลไม่ได้ทิ้งตลาด cloud computing ก็คือโครงการ Sun Cloud ของบริษัทซัน ไมโครซิสเต็มส์ (ข่าวเก่า) ถึงแม้ว่าออราเคิลจะซื้อซันไปแล้วก็ตาม (ข่าวเก่าโดย คุณ samphone) แต่ออราเคิลยังคงไม่ทอดทิ้ง Sun Cloud ที่เคยอยู่ในสายธุรกิจซอฟต์แวร์หลักของซันออกไปแต่อย่างใด โดยในอดีตก่อนที่ซันจะถูกซื้อ ซันเคยปรับองค์กรให้ cloud computing ถูกดูแลโดยฝ่ายธุรกิจซอฟต์แวร์หน่วยงานหนึ่งจากทั้งหมดสามหน่วยงานของบริษัท (อ้างอิงตามข่าวเก่าโดยคุณ mk)

ผมคงไม่สามารถวิเคราะห์ถึงความคิดในส่วนลึกของ Ellison ว่าจริงๆแล้ว Ellison รู้สึกอย่างไรกับการลุยตลาด cloud computing ของออราเคิลและของซันเอง แต่ที่แน่ๆเลยคือ ในหน้าเว็บ Cloud Computing Center ของออราเคิลมีข้อความที่กล่าวว่า ออราเคิลเป็นผู้บุกเบิก grid computing ในภาคธุรกิจ และออราเคิลมีผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างความยืดหยุ่นให้กับระบบสารสนเทศ เพื่อรองรับกับความต้องการของผู้ใช้หรือภาระงานของระบบที่สามารถเพิ่มขึ้นและลดลงได้ ซึ่งคุณสมบัตินี้ถูกเรียกว่า elasticity อันเป็นคุณสมบัติหนึ่งที่มีผู้เชี่ยวชาญกล่าวไว้ว่าเป็นคุณสมบัติเด่นของ cloud computing อาทิเช่น รายงานของ Berkeley ได้อ้างถึงคุณสมบัติ elasticity ที่มีอยู่ใน cloud computing ว่าเป็นคุณสมบัติที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนในประวัติศาสตร์ อีกทั้งบริการ Amazon EC2 ของอเมซอนก็ยังมีชื่อเต็มว่า Amazon Elastic Compute Cloud โดยมีคำว่า elastic อยู่ด้วย ดังนั้น การลุยตลาดของออราเคิลในครั้งนี้ เหมือนว่าจะประกาศ(แบบเป็นนัย)ให้ผู้คนทราบว่า่ ออราเคิลเล่นกับสิ่งที่เรียกว่า cloud computing มาก่อน cloud computing จะติดกระแส จนกระทั่งเมื่อเดือนกันยายนของปีที่แล้ว (ช่วงเดียวกันกับที่ Ellison พูดเหน็บ cloud computing ครั้งแรก) ออราเคิลก็ได้ประกาศว่า ออราเคิลมีข้อเสนอใหม่ให้องค์กรได้รับประโยชน์จากสิ่งที่เรียกว่า cloud computing และออราเคิลก็ประกาศว่า ออราเคิลร่วมมือกับอเมซอนเพื่อเสนอโซลูชันสำหรับประมวลผลซอฟต์แวร์ของออราเคิลบน cloud computing ของอเมซอน

เมื่อผมเอาสิ่งที่ Ellison พูดมาขบคิดอีกที ผมก็มีความคิดเห็นคล้อยตาม Ellison อยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องที่เทคโนโลยีสามารถเป็นกระแสแฟชั่นที่แรงกว่าแฟชั่นสตรี ซึ่งผมคิดเอาเองว่าผู้อ่านบางท่านในที่นี้ก็คงพบเจอกับตัวเองมาว่า สินค้าไอทีหลายชิ้นนับว่าเป็นสินค้าแฟชั่นได้ และอาจจะเคยเห็นหรือเป็นแฟนคลับของสินค้าไอทีเหล่านี้มาแล้ว ซึ่งถ้าหากว่าบริษัทผู้ผลิตสินค้าสามารถเกาะกระแสแฟชั่นและสร้างสินค้าที่ โดนใจลูกค้าได้ นั่นคือ ขายได้กำไรด้วย หรือขายได้จนคู่แข่งเกรงกลัว ก็ถือได้ว่าแฟชั่นนั้นประสบความสำเร็จ

ผมมีกรณีศึกษาในเรื่องแฟชั่นเทคโนโลยีที่มาก่อน cloud computing นั่นคือ grid computing ซึ่งมีไอเดียคล้ายๆกับ cloud computing เลยทีเดียว ผมไม่ขอลงรายละเอียดในเรื่อง grid computing มากนัก ท่านที่สนใจสามารถอ่านได้จากบทความ cloud computing ของคุณ @sugreeที่เกริ่นถึง grid computing ด้วยสิ่งที่ผมอยากจะชี้ให้เห็นในที่นี้ก็ึคือ grid computing เคยเป็นกระแสแฟชั่นมาระยะหนึ่ง ในยุคที่ grid computing เป็นกระแสแฟชั่นอยู่นั้น ผมเคยได้ยินการนิยามคำศัพท์สองคำ นั่นคือ Grid Ready กับ Grid Enable ซึ่งเสมือนเป็นคำที่ใช้ตีตราสินค้าว่ามีความเป็น grid computing และ/หรือ สนับสนุนการทำงานกับ grid computing

ที่ผ่านมามีบริษัทหลายบริษัทตีตราผลิตภัณฑ์ของตนให้มีคำว่า grid หรือสัญลักษณ์ที่สื่อถึง grid computing ห้อยเข้าไปในชื่อของสินค้า เพื่อบ่งบอกความเป็น Grid Ready หรือว่า Grid Enable อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตสินค้าบางเจ้าก็ไม่ได้ตอบโจทย์ปัญหาว่า “สินค้ามีความเป็น grid computing ที่โดดเด่นอย่างไรบ้าง?” ซึ่งนี่อาจจะเป็นเหตุผลให้ขบคิดกันว่า grid computing สร้างกระแสแฟชั่นที่ใครๆก็อยากทำกันหรือเปล่า? จนท้ายที่สุด บางบริษัทก็นิยามคำว่า grid computing ขึ้นมาใหม่เลยก็มี อาทิเช่น นิยามที่ทำให้คนเข้าใจว่า grid computing ก็คือการประมวลแบบ cluster computing รวมถึงการประมวลผลแบบขนานที่งานประมวลผลแต่ละงานมีควา่มเป็นอิสระจากกันก็จะถูกจัดว่าเป็น grid computing หากแต่ว่าในแง่วิชาการแล้ว grid computing มีจุดมุ่งหมายที่มากกว่า cluster computing และมากกว่าการประมวลผลแบบขนาน อันได้แก่ grid computing มีหลักการที่เรียกว่า องค์กรเสมือน (virtual organization) และการแชร์ทรัพยากรระหว่างองค์กรที่มีความปลอดภัยสูง เป็นต้น

ผมขอวกกลับมาที่คำว่า cloud computing อีกครั้ง cloud computing ติดกระแสแฟชั่นมากน้อยแค่้ไหนนั้น ผมบอกตัวเลขไม่ได้เหมือนกัน แต่ผมขออ้างอิงถึงกระแส Hype Cycle ของบริษัทการ์ตเนอร์ ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางในวงการไอทีแล้วกัน แต่ขอแจ้งไว้ก่อนว่า Hype Cycle ไม่ได้สื่้อถึงความนิยมทางแฟชั่น หากแต่สื่อถึงทิศทางการเติบโตของเทคโนโลยีที่ควรจับตามอง และในมุมมองของผมเอง ผมคิดว่า Hype Cycle ก็เหมือนเป็นกระแสชักนำผู้คนและองค์กรให้สนใจอยากใช้เทคโนโลยีบางตัวในกระแส Hype Cycle ไปในตัวด้วย โดยในปี 2008 นั้น cloud computing เคยติด Hype Cycle และเป็นเทคโนโลยีที่มีการเติบโตสูง หรืออยู่ในระยะ “on the rise” (ผมเคยเสนอข่าวนี้เมื่อปีก่อน) จนในปี 2009 นี้ cloud computing เขยิบสู่การเติบโตขั้นสูงสุด หรืออยู่ในระยะ “at the peak” (อ่านรายละเอียดได้จาก gartner) และก็ไม่ใช่ at the peak แบบธรรมดา หากแต่เป็น at the peak of inflated expectations หากแปลแบบหยาบๆก็คงเป็น “ขั้นสูงสุดขีดของความคาดหวังที่ฟุ้งเฟ้อ” มากไปกว่านั้น การ์ตเนอร์กล่าวว่า cloud computing อยู่ในระดับที่จัดได้ว่าเป็นกระแสที่ “ดังขั้นสุดขีด” (หรือ deafening) จนบริษัทจำนวนมากในอุตสาหกรรมไอทีแห่กันมากำหนดแผนกลยุทธ์สำหรับ cloud computing กันยกใหญ่ และอาการ “ดังขั้นสุดขีด” นี้ ผมไม่ทราบว่าเป็นความหมายในแง่ลบด้วยหรือเปล่าว่า ดังจนคนหูหนวกจนฟังเสียงคนอื่นไม่ได้? อย่างไรก็ดี การ์ตเนอร์ได้กล่าวประโยคหนึ่งให้ชวนคิดไว้ว่า ขอให้เรามองถึงผลประโยชน์ที่เราจะได้จริงๆจากเทคโนโลยีมากกว่าการ “ติดกระแส” เทคโนโลยีเหล่านี้

การวิ่งตามกระแสแฟชั่นไอทีไม่ใช่สิ่งผิด หากแต่ว่าการใช้สินค้าไอทีที่จัดว่าเป็นแฟชั่นอย่างไม่รู้ถึงประโยชน์และ ความสามารถที่แท้จริงของสินค้า จนถึงมีการลงทุนกับสินค้านั้นอย่างไม่มีการวางแผน และ/หรือ ไม่มีการศึกษาข้อมูลของสินค้ามาก่อน อาจทำให้เกิดผลเสียไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อย่างน้อยก็ในแง่เศรษฐศาสตร์ โดยสิ่งที่ Ellison กำลังสื่อถึง cloud computing อยู่นี้ ถ้าคิดในแง่บวกแล้ว อาจจะเป็นการเตือนสติคนที่หลงแฟชั่นไอทีหรือเปล่า? อย่างไรก็ตาม ผมอาจประเมินคำว่า “แฟชั่น” ผิดไปก็ได้ เพราะ “แฟชั่น” ย่อมมีความหมายทางจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และความหมายทางจิตใจอาจมีค่ามากกว่าเม็ดเงิน? แต่ขออย่าให้เป็น “เศรษฐกิจตก ดีกว่าตกกระแส” แล้วกัน

8 thoughts on “Cloud computing เป็นสินค้าแฟชั่น

  1. rocky says:

    รอตอนที่ 2 ของ จาก Grid Computing ไปถึง Cloud Computing” อยู่นะคะ

    ^ ^

    • นึกว่าไม่มีคนอ่านแล้วซะอีกครับ โอเคครับ มีพลังเขียนแล้ว แต่เริ่มอย่างไงดีล่ะเนี่ย ไม่ได้เขียนนานแล้วครับ โอเคครับ เร็วๆนี้ครับ🙂

  2. freedom says:

    ชอบมากเลยคะ เขียนอีกเยอะๆเลยนะคะ เป็นกำลังใจให้

    • ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ ช่วงนี้ผมมีงานกองท่วมหัวครับ เลยไม่ค่อยได้อัพเดต blog เท่าไหร่ อาจจะผ่านพ้นนี้ไปก่อนเลยครับถึงจะมีเรื่องน่าสนใจมาเล่าอีกครั้ง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s