Deception point นิยายดีมีสาระและเล่ห์ให้นำไปศึกษา

 

ภาพจาก Amazon.com

 

เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมได้อ่านนิยายเรื่อง Deception Point ของ Dan Brown จริงๆถือว่าเป็นนิยายของ Brown ที่พิมพ์มาเกือบสิบปีแล้ว (เล่มแรกคือ Digital Fortress) ผู้อ่านไทยหลายท่านก็คงได้อ่านเรื่องนี้ไปหลายปีแล้ว อย่างไรก็ดี กระแสของหนังสือชุดเรื่องราวของศาสตราจารย์ Robert Langdon น่าจะมาแรงมากกว่า (ผมคิดเอาเองนะ) จนเอาไปสร้างภาพยนตร์อย่าง The Da Vinci Code, The Angels & Demons และปีหน้าก็จะมี The Lost Symbol ตามมาแล้ว

โดยส่วนตัว ผมชอบนิยายตะวันตกในแนว Sci-Fi  มากกว่าแนว Thriller ดังนั้น Deception Point จึงโดนใจผมมากกว่าชุด Langdon (จริงๆเขาจัดหมวดให้ Deception Point เป็น techno-thriller หรือ scientific thriller) จุดที่ชอบจริงๆ คือ Deception Point สอดแทรกสาระทางวิทยาศาสตร์หลายแขนงและประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาเข้าไปด้วย จึงทำให้เสริมความรู้ และเป็นผลพลอยให้ผมค้นคว้าหาความรู้จาก Wikipedia เพิ่มเติมไปด้วย ซึ่งนี่คงเป็นจุดเด่นของนักเขียนอย่าง Brown ด้วยที่ใส่สาระความจริงผสมให้เกิดเป็นนิยายน่าอ่านอย่างลงตัวในนิยายหลายๆเรื่องได้

ผมไม่อยากเล่าเรื่องราวของ Deception Point มากนัก เผื่อทำเป็นภาพยนตร์แล้วจะไม่มัน แต่เนื้อหาก็เกี่ยวกับการเมือง และวิทยาศาสตร์หลายแขนง เช่น ชีววิทยา (โดยเฉพาะแมลงและสัตว์น้ำ), ฟิสิกส์,  ธรณีวิทยา, ดาราศาสตร์, และวิศวกรรมศาสตร์ (โดยเฉพาะวิศวกรรมอวกาศยาน) และแม้แต่ความลับ(จริงๆต้องเรียกว่าที่เคยเป็น “ความลับ”)ทางการทหารของอเมริกาก็ถูกอ้างถึงในนิยายเล่มนี้ด้วย

พออ่านจบแล้ว แม่เจ้าเว้ย …. พอเอาไปเทียบกับสถานการณ์ของ NASA ในปัจจุบัน (เช่น ข่าว Layoff) ผมก็รู้สึกว่า Dan Brown เป็นซ้อเจ็ดหรือเปล่า ทำไมถึงจับเรื่องราวได้ประจวบเหมาะจริงๆ เพราะถ้าจะกล่าวจริงๆ ชื่อหน่วยงาน/โครงการ/เทคโนโลยีต่างๆในนิยายนี้ก็มีอยู่จริงนะ อย่างไรก็ตาม ผมก็รู้สึกขัดๆอะไรบางอย่าง เกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิดของตัวละครที่เป็นประธานาธิบดี (มันแย้งในใจผมชอบกล) เอาเถอะ …. โดยรวม ผมก็ชอบแหละนะ บางครั้งก็พลอยให้คิดถึงหนังเรื่อง Vantage Point ยังไงชอบกล (อาจจะเพราะมีคำว่า Point และมีเรื่องของประธานาธิบดีมาเกี่ยวข้องเหมือนกัน) ที่สำคัญ คงเป็นเล่ห์เหลี่ยมทางการเมือง และการหักเหลี่ยมอย่างเจ็บแสบ สอดแทรกกับสาระทางวิทยาศาสตร์ อีกทั้งอารมณ์ขันของตัวละคร (มีเลิฟซีนเล็กน้อยแต่ให้ไปคิดต่อได้ต่างๆนานาอีกด้วย) ก็เลยทำให้นิยายเล่มนี้มีเสน่ห์มากๆ อย่างน้อยก็มีเสน่ห์โดนใจผมนะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s