ใช้บริการ Cloud Computing แล้วลดคาร์บอนได้ (จริงหรือ??)

เนื่องจากเมื่อวานนี้ ผมเขียนข่าวลง blognone หัวข้อ บริการกลุ่มเมฆช่วยลดคาร์บอนได้ 50% เป็นข่าวสั้นๆมากๆ แต่ถ้าจะให้ละเอียดแล้ว ก็คงเป็น special report กันเลย เพราะเนื้อหาจริงๆมันมีประโยชน์และยาวมากๆ เป็นข่าวที่สรุปย่อรายงานเรื่อง Cloud Computing – The IT Solution for the 21th Century  ของ Carbon Disclosure Project โดยสรุปแล้ว เนื้อหาก็พูดถึงว่า หากบริษัทต่างๆหันมาใช้บริการกลุ่มเมฆ (cloud computing) แล้ว จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 50% เลยทีเดียว และยังสามารถลดต้นทุนพลังงานได้อย่างมหาศาล

จากข่าวดังกล่าว คุณ komkit0710 สมาชิกผู้อ่านใน blognone ได้ตั้งคำถามว่า

บริษัทลดการปล่อยคาบอนไป 50% แต่ไปเพิ่มที่ผู้ให้บริการกลุ่มเมฆหรือเปล่าครับ? อยากรู้ว่าโดยรวมทั้งบริษัทและผู้ให้บริการ มันลดไปได้เยอะหรือเปล่า

ขอขอบคุณคุณ komkit0710 สำหรับคำถามดีๆ จนทำให้ผมได้มีเนื้อหามาแบ่งปันในบล็อกของผมที่รกร้างนี่ด้วยครับ

ผมได้ตอบคุณ komkit0710 ไว้ดังนี้

เป็นคำถามที่ดีครับ ตอบแบบสั้นๆก่อนว่า เป็นไปได้ แต่ผู้ให้บริการเขามีวิธีแก้ปัญหาดังกล่าวครับ

ผู้ให้บริการกลุ่มเมฆเองเขาก็ต้องลดต้นทุนพลังงานด้วยเช่นกัน โดยปกติแล้ว ศูนย์ข้อมูลทั่วไปๆจะมีค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการใช้พลังงานไฟฟ้าและระบบทำความเย็นไม่ต่ำกว่า 50% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการรันศูนย์ข้อมูลเลยก็ว่าได้ และต้นทุนของอุปกรณ์ไอทียังน้อยกว่าต้นทุนพลังงานที่ต้องรันระยะยาว (เช่น 3 – 4 ปี) ยิ่งถ้าศูนย์ข้อมูลใหญ่มากๆก็ต้องทุ่มต้นทุนพลังงานเยอะขึ้นตาม และมากไปกว่านั้น ในบางประเทศ/บางรัฐ มีการปรับค่าภาษีคาร์บอนกับพวกที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเยอะๆ อย่างที่ Colorado เคยคิดค่าภาษีคาร์บอนสูงถึง 0.49 เหรียญต่อไฟฟ้า 1 ยูนิต

จากปัญหาต้นทุนพลังงานนี่เอง ผู้ให้บริการกลุ่มเมฆก็ต้องการลดต้นทุนเองด้วย ดูได้จากกรณีของกูเกิล (ข่าวเก่า) และไมโครซอฟท์ (ข่าวเก่า , ข่าวเก่า) ซึ่งต่างค้นหาวิธีลดต้นทุนพลังงาน และคิดค้นวิธีทำความเย็นแบบใหม่ๆ เช่น ใช้สมาร์ทมิเตอร์และสมาร์ทกริดเพื่อควบคุมการซื้อขายไฟฟ้า, ตั้งศูนย์ข้อมูลในทำเลที่เย็นๆ, ใช้น้ำจากแม่น้ำระบายความร้อน, ตั้งศูนย์ข้อมูลแบบไร้หลังคาบนพื้นที่หลายเอเคอร์ เป็นต้น อีกทั้งค้นหาพลังงานทางเลือกอย่างพลังงานแสงอาทิตย์และกังหนลม และยังมีการคิดค้นวิธีการเปิดปิดและปรับ clock speed ของเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์อื่นๆ รวมถึงการใช้เทคโนโลยี virtualization เป็นต้น

หากคำนึงถึงค่า PUE ซึ่งเป็นค่าของอัตราส่วนของพลังงานไฟฟ้าที่จ่ายให้อุปกรณ์อย่างอื่น (เช่น ระบบทำความเย็นและแสงสว่าง) ต่อพลังงานที่ใช้กับอุปกรณ์ไอที (ยิ่งค่าสูงก็แปลว่าไม่คุ้มค่าลงทุน) โดยปกติแล้ว ศูนย์ข้อมูลทั่วไปจะมี PUE มากกว่า 2 แต่ผู้ให้บริการกลุ่มเมฆหลายเจ้าสามารถดำเนินศูนย์ข้อมูลของตนให้ได้ PUE ต่ำกว่า 2.0 อย่างกูเกิลก็ทำได้ที่ 1.15 (อ้างอิง) ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ศูนย์ข้อมูลทั่วไปจะทำได้

การดูแลศูนย์ข้อมูลที่คำนึงถึงการลดต้นทุนพลังงานดังที่กล่าวมานั้น จำเป็นต้องลงทุนมหาศาลและใช้ผู้เชี่ยวชาญ เช่น ซื้อพื้นที่ตั้งศูนย์ข้อมูล ลงทุนระบบทำความเย็นที่อนุรักษ์ธรรมชาติ ลงทุนกับพลังงานทางเลือก เป็นต้น เป็นไปได้ที่ลูกค้าจะลงทุนพัฒนาศูนย์ข้อมูลให้ได้อย่างผู้ให้บริการก็จริง แต่ปัญหามันจะย้อนกลับมาในเรื่องของ total cost of ownership (TCO) ที่ลูกค้าเองต้องการจะลดเช่นกัน หากแต่ผู้ให้บริการกลุ่มเมฆเขาทุนหนาพอและเหตุผลเพียงพอที่จะลดต้นทุนด้วย economies of scale

โดยสรุปสั้นๆก็คือ เมื่อใช้บริการกลุ่มเมฆแล้ว ผู้ให้บริการจะเป็นฝ่ายลดต้นทุนพลังงานซึ่งส่งผลต่อการลดคาร์บอนนั่นเอง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s