ประวัติ blog (ที่รกร้าง)แห่งนี้

ผมไม่ได้แวะมาเขียน blog นี้มานานมากแล้ว เคยมีความคิดว่าจะปิด blog ถาวรหลายครั้ง แต่ก็ดันเสียดายเนื้อหาและช่วงเวลาที่เคยทุ่มเทให้กับ blog นี้ ผมก็เลยปล่อยให้ blog ร้างอย่างที่มันเป็น ถ้าหาก blog อายุครบ 100 ปี ก็อาจจะเป็นโบราณวัตถุดิจิตอลได้

เหตุที่ไม่ได้อัพเดทเนื้อหาก็เพราะหน้าที่การงานและความขี้เกียจของผมที่ผสมปนเปกัน กล่าวคือ พอตอนงานเยอะก็ไม่มีเวลาเขียน blog   แล้วพอตอนที่งานน้อยลงก็ดันขี้เกียจเขียน blog   ผมมีความพยายามหลายครั้งที่จะทำตัวเองให้ว่างขึ้น รับงานให้น้อยลง แต่พองานน้อยลงก็ดันอยากจะพักให้มากขึ้น อยากมีเวลาอ่านหนังสือให้มากขี้น (ส่วนใหญ่จะเป็นนิยาย)  กับดูหนัง Netflix ให้เยอะขึ้น (เหตุผลนี้ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่)

และด้วยสาเหตุดังกล่าวนี่เอง ทำให้บทความที่กะว่าจะเป็นซีรีย์หลายซีรีย์ หรือเนื้อหาบทความที่แบ่งเป็นตอนๆ กลับกลายเป็นซีรีย์ที่ไม่(มีวัน)จบ

ดีใจอย่างหนึ่งคือ แม้จะไม่ได้อัพเดท blog มานานแรมปี แต่ยังมีคนมาอ่าน มาติดตามอ่านเนื้อหาเก่าๆ ยังพอมียอดร้อยกว่าวิวต่อวัน รู้สึกว่าเนื้อหาเก่าๆก็ยังมีคนสนใจมาอ่าน หรืออาจจะผ่านมาอ่านแบบบังเอิญ หรือว่าอาจจะแค่ผ่านตาแล้วก็รีบปิดไป

ผมไม่คิดว่าจะมีคนมาชม blog นี้อีกเลยด้วยซ้ำ เหตุเพราะเนื้อหาของ blog นี้ค่อนข้างนิชหรือจำกัดกลุ่มคนอ่าน เนื้อหาช่วงแรกๆที่ผมเริ่มเขียน blog มักเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อวิจัยที่ผมสนใจและชีวิตของผมช่วงปี ค.ศ. 2008 ซึ่งเป็นช่วงปีแรกที่ผมเริ่มเปิด blog แห่งนี้  เป็นช่วงเวลาที่ผมเรียนปริญญาเอกที่ประเทศสิงคโปร์ สมัยนั้น ผมเองมีเรื่องอยากบ่นอยากระบาย อันเนื่องจากความเครียดและความฟุ้งซ่าน ผมเลยหาทางออกด้วยการเขียน blog แห่งนี้ ภายใต้ชื่อ JavaBoom Collections (javaboom คือนามปากกาของผม)

Screen Shot 2016-02-09 at 1.40.12 PM

สถิติการเข้าชม blog นับตั้งแต่เริ่มเปิดเมื่อปี 8 ปีที่ผ่านมา

ตอนเริ่มเขียน blog ปีแรกๆ สิ่งที่ผมสนใจในช่วงนั้น(จนถึงทุกวันนี้ก็ยังสนอยู่) คือ อะไรก็ตามแต่ที่เกี่ยวข้องกับ การประมวลผลแบบกระจาย (distributed computing) และการประมวลผลสมรรถนะสูง (high performance computing) เนื้อหาค่อนข้างจะจำกัดหรือนิชในสังคมไทยสมัยนั้น (อีกครั้งว่าเมื่อปี 2008) ผมก็เขียนเนื้อหาออกมาให้เหมือนจะเป็นบทความวิชาการก็ไม่เชิง จะเป็นบทความสำหรับใครๆก็อ่านได้ก็ไม่ใช่ หากแต่ว่าเป็นรูปแบบที่ผมอยากจะสื่อสารด้วยภาษาน้ำท่วมทุ่งของผมเอง

ต่อมาหลังจากเปิด blog ได้ไม่นาน ผมก็ได้ไปพัวพันกับการเขียนข่าวในเว็บ blognone (จนกระทั่งได้เป็น writer ใน blognone) ซึ่งผมก็ยังคงใช้นามปากกา javaboom ในเว็บ blognone ด้วย

นามปากกา javaboom มาจากที่มาว่า ผมมีชื่อเล่นว่า บูม ส่วน java (ในที่นี้อ่านว่า “จา-ว่า”) เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ Java ที่ผมเคยบ้าคลั่งอย่างมากสมัยปี 1999-2005 ผมเลยเรียกตัวเองในโลกออนไลน์ว่า javaboom ด้วยประการฉะนี้

เนื้อหาที่ผมเขียนใน blognone ก็ยังคงเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผมสนใจ นั่นคือ การประมวลผลสมรรถนะสูง แล้วก็มาบวกกับกระแสความร้อนแรงของการประมวลผลกลุ่มเมฆ (cloud computing) ที่โหมกระหน่ำวงการไอทีในช่วงนั้น ผมก็เลยปั่นเนื้อหาข่าวที่มีกลิ่นคลาวด์ๆค่อนข้างเยอะ ช่วงนั้น ผมก็เริ่มได้หัวข้อวิจัยสำหรับทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกแล้วด้วย คือ ทำเรื่องเกี่ยวกับอะไรคลาวด์ๆนี่แหละ ก็เลยมีสลับเขียนข่าวคลาวด์ใน blognone และก็เขียนบทความคลาวด์ๆใน blog แห่งนี้ไปด้วยเลย ผมยอมรับเลยว่า การเป็น writer ใน blognone ก็มีส่วนทำให้มีผู้อ่านจาก blognone แวะเวียนมาที่ blog แห่งนี้ด้วย

หลังผ่านช่วงปีแรกของการเขียน blog ผมก็เริ่มเขียนเนื้อหาเละเทะหลากหลายขี้น มีเรื่องที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่มากขึ้นเรื่อยๆ มีกระทั่งโพสต์ภาพอาหารการกินของตัวผมเอง เริ่มใช้กล้องมือถือถ่ายรูปแล้วอัพขึ้น blog ทำให้เนื้อหามันปนเปทั้งเรื่องส่วนตัวกับเรื่องที่เป็นบทความ มันเลยเป็นที่มาของชื่อ blog ว่า JavaBoom Collections คือ มีเติม “s” ตรง collection เพราะว่ามันหลายหมวดเนื้อหาซะเหลือเกิน

พอผมเรียนจบปริญญาเอก ผมกลับไปทำงานเมืองไทยได้ 2 ปี งานหลักตอนนั้นคือ เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง และก็รับจ๊อบเป็นที่ปรึกษาให้กับหน่วยงานรัฐบาลสองสามแห่ง   ไปๆมาๆ จ๊อบที่กะรับมาทำชั่วคราวเพียงเพื่อเสริมรายได้กลับทำให้ชีวิตวุ่นวายมากขึ้น บวกกับการใช้ชีวิตในกรุงเทพที่ค่อนข้างสุดเหวี่ยงท้าทาย และก็มาเสริมกับการบริหารจัดการเวลาที่ไม่เป็นระบบ ทำให้เริ่มเขียน blog น้อยลง เขียนข่าวลง blognone น้อยลง จนในที่สุดมันเลยกลายเป็นนิสัยเคยชิน คือเลิกเขียนเนื้อหาออนไลน์    ซึ่งจริงๆแล้วถ้าจัดการเวลาให้ดีพอ ก็พอจะเขียน blog ที่มีเนื้อหาเล็กๆน้อยๆได้ แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้ทำ

ปัจจุบัน ผมมาใช้ชีวิตในประเทศที่ห่างไกลจากหลายๆประเทศทั้งโลก นั่นคือ นิวซีแลนด์ ก็อยู่ที่นี่มาได้ 13 เดือนแล้ว แม้จะย้ายถิ่นฐาน แต่ก็ยังคงหาภาระงานมาใส่ตัวให้มากขี้นเช่นเดิม งานหลักของผมคือทำงานวิจัยให้โครงการวิจัยของรัฐบาลนิวซีแลนด์โครงการหนึ่ง มีสอนหนังสือบ้าง 1-2 วิชาต่อเทอม ส่วนงานรองคือ บริหารโครงการวิจัยอีก 2 โครงการเล็กๆได้ทุนจากหน่วยงานรัฐ เป็นโครงการที่ไม่ได้เพิ่มรายได้ให้กับผมเลย (ไม่เหมือนตอนอยู่ไทยที่รับจ๊อบเพื่อเพิ่มรายได้)  หากแต่อยากทำงานเหล่านี้เพราะใจสั่งมาเท่านั้นเอง

ปีนี้ ปี 2016 ผมก็อยากจะลองเปลี่ยนตัวเองบ้าง อยากจะมาอัพเดท blog ดังเช่นโพสต์ที่กำลังพิมพ์ทิ้งท้ายอยู่นี้ แต่ผมก็ไม่อยากตั้งเป้าใดๆว่าจะอัพเดท blog ครั้งต่อไปเมื่อไหร่ อัพถี่แค่ไหน คือ ก็ยังคงประเด็นเหตุผลที่เขียนไว้ข้างต้นเช่นเดิมคือ ด้วยหน้าที่การงานและความขี้เกียจ ทำให้ blog รกร้าง แต่ผม(คาดว่า)จะกลับมา กลับมาอัพเดท blog นี้ให้จงได้

8 thoughts on “ประวัติ blog (ที่รกร้าง)แห่งนี้

  1. บัณฑิต บุญขาว says:

    ยังติดตามอ่านอยู่นะครับ แต่ก็เกือบลืมเหมือนกัน เพราะเห็นว่า blog เงียบไปหลายปีมาก

      • mild says:

        อยากสอบถามเรื่องการใช้โปรแกรม Cplex พอจะให้คำแนะนำได้มั้ยครับ

      • เจาะจงได้ไหมครับว่าต้องการให้แนะนำอะไรเกี่ยวกับ cplex ครับ

    • ขอบคุณที่ยังติดตามครับ สบายดีไหมครับ เห็นไปทำอัญมณีแล้วใช่ไหมครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s