แนะนำหนังสือฟรี “Big Data Now”

หนังสือ “Big Data Now: Current Perspectives from O’Reilly Radar “

ขอแนะนำหนังสือน่าอ่าน โดยเฉพาะท่านที่สนใจการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดยักษ์ใหญ่มหึมาไม่ควรพลาด คือ หนังสือชื่อ Big Data Now: Current Perspectives from O’Reilly Radar ของสำนักพิมพ์ O’Reilly เป็นหนังสือที่รวบรวมบทความ/สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง big data analytics หรือการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่

หนังสือเล่มนี้ เกี่ยวข้องกับ statistics, data mining, data warehouse, machine learning, parallel processing, cloud computing, MapReduce/Hadoop และอีกมากมาย แต่หนังสือเล่มนี้ไม่เน้นทฤษฎีและก็ไม่เน้นปฏิบัติ ไม่เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการความฮาร์ดคอร์!

หนังสือเล่มนี้แนะนำศาสตร์ที่ชื่อว่า วิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data science) หรือศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องการจัดเก็บ/เข้าถึง/คัดกรอง/สังเคราะห์/วิเคราะห์/สรุปผลข้อมูล และหนังสือจะเน้นถึง data science ที่ข้องเกี่ยวกับข้อมูลขนาดใหญ่ คำว่า “ใหญ่” มันจะใหญ่ขนาดไหนอันนี้ก็พูดยาก แต่โดยปกติแล้วก็ใหญ่มากเกินกว่าที่มนุษย์หรือคอมพิวเตอร์สมัยใหม่จะจัดเก็บ/ประมวลผลได้ ดังนั้น จึงต้องมีวิธีการ/เครื่องมือที่เหมาะสมในการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ โดยหนังสือ Big Data เล่มนี้ได้แนะนำเครื่องมือที่เหมาะสมและรวมบทความของผู้เชี่ยวชาญด้าน big data

ท่านที่สนใจหนังสือเล่มนี้ สามารถดาวน์โหลดได้ที่ O’Reilly (ต้องสมัครสมาชิกของ O’Reilly ก่อนด้วยนะ) และท่านที่ใช้ Kindle สามารถโหลดได้ที่ Amazon

ได้แล้ว … หนังสือ Game Theory กับ Combinatorial Optimization

photo

เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ผมสั่งหนังสือ 2 เล่มจาก Amazon คือ THE COMPLETE IDIOT’S GUIDE(R) TO Game Theory (โดย Edward C. Rosenthal) กับ Combinatorial Optimization Algorithms and Complexity (โดย Christos H. Papadimitriou กับ Kenneth Steiglitz) เนื่องด้วย Amazon ลดราคาหนังสือทั้งสองจนราคาที่รวมค่าขนส่งแล้ว ถูกกว่าผมซื้อที่สิงคโปร์ประมาณสิบเหรียญเลย บวกกับผมชอบสะสมหนังสือที่เกี่ยวกับ operations research อยู่แล้วก็เลยซื้อเก็บไว้ซะ

เล่มแรกเกี่ยวกับ game theory นั้นออกจะเบื้องต้นจริงๆ เหมาะสำหรับนักเรียนนักศึกษาหรือคนที่อยากมีความรู้พื้นฐาน(มากๆ)ทางด้าน game theory แต่คนที่อยากได้ theory ที่เป็น math เข้มข้น เล่มนี้ไม่เหมาะอย่างยิ่งนะครับ ผมมีหนังสือ game theory อยู่หลายเล่มพอควร แต่ส่วนใหญ่จะเข้มข้นไปหน่อย ซึ่งไม่เหมาะกับ idiot อย่างผม ดังนั้น game theory เล่มนี้จึง(น่าจะ)ประเทืองปัญญาของผมได้ไม่มากก็น้อย ส่วนอีกเล่มที่ได้มานั้นว่าด้วยเรื่อง combinatorial optimization เล่มนี้มีเนื้อหาเข้มข้นพอสมควร มี math รสชาติจัดจ้านถึงใจ และเน้นไปที่ algorithm กับ complexity ของ algorithm และรีวิวของหนังสือเล่มนี้ที่ Amazon ถือว่าดีมาก ห้าดาวเลยทีเดียวครับ

Deception point นิยายดีมีสาระและเล่ห์ให้นำไปศึกษา

 

ภาพจาก Amazon.com

 

เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมได้อ่านนิยายเรื่อง Deception Point ของ Dan Brown จริงๆถือว่าเป็นนิยายของ Brown ที่พิมพ์มาเกือบสิบปีแล้ว (เล่มแรกคือ Digital Fortress) ผู้อ่านไทยหลายท่านก็คงได้อ่านเรื่องนี้ไปหลายปีแล้ว อย่างไรก็ดี กระแสของหนังสือชุดเรื่องราวของศาสตราจารย์ Robert Langdon น่าจะมาแรงมากกว่า (ผมคิดเอาเองนะ) จนเอาไปสร้างภาพยนตร์อย่าง The Da Vinci Code, The Angels & Demons และปีหน้าก็จะมี The Lost Symbol ตามมาแล้ว

Continue reading

Blognone yearbook 2008

วันที่ 23 มีนาคม 2552 ณ​ ห้องทำงาน มหาลัย NTU ประเทศสิงคโปร์ เวลาประมาณ​ 11:00 นาฬิกา – ในที่สุดผมก็ได้รับหนังสือ Blognone yearbook 2008 ของสะสม หนังสือทรงคุณค่าแก่การรอคอย

Continue reading

แจกฟรีหนังสือ Virtualization for DUMMIES

วันนี้เข้าไปอ่านข่าวใน ITworld บังเอิญเจอลิงค์แจกฟรีหนังสือชื่อ Virtualization for DUMMIES ของค่าย dummies หนังสือเล่มนี้เป็น ebook ที่เรียบเรียงขึ้นมาเป็นพิเศษ มีจำนวน 50 หน้าแต่งโดย Bernard Golden และ Clark Scheffy ถ้าเป็นฉบับจริงที่ขายตามท้องตลาดมีความยาวมากกว่า 350 หน้าและแต่งโดยBernard Goldenเพียงผู้เดียว หนังสือebookเล่มนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทำความรู้จักกับเทคโนโลยีVirtualizationและอยากศึกษาถึงประโยชน์และการนำVirtualizationไปประยุกต์ในงานต่างๆ (มีอ้างถึง cloud computing แบบสั้นมากๆ 1 ประโยค) ผมรู้สึกว่าebookฉบับย่อเล่มนี้ออกจะเป็นแนวโปรโมทสินค้าแทรกวิชาการ โดยมี Sun กับ AMD เป็นสปอนเซอร์ ผมอ่านดูคร่าวๆแล้วก็ถือว่าเหมาะสำหรับมือใหม่ในเรื่องVirtualizationและสำหรับคนที่ต้องการดูมุมมองของผลิตภัณฑ์Virtualizationที่นำไปขายหรือใช้งานจริงว่าเขาเอาไปทำอะไรบ้าง สำหรับผู้ที่สนใจหนังสือebookเล่มนี้สามารถไปดาวน์โหลดได้โดยคลิ้กตรงนี้ และดาวน์โหลดตัวอย่างของหนังสือฉบับจริงได้โดยคลิ้กที่นี่ (เป็นบทที่ 1 ของหนังสือฉบับจริง)

ร้าน BORDERS ที่ Wheelock Place

วันนี้พนักงานจาก Apple Center โทรมาหาผมให้ไปรับMacBookPro ที่ Wheelock Place ถนนOrchard ผมเอาเครื่องMACไปซ่อมเพราะปัญหาเบิร์นดีวีดีไม่ได้ สรุปแล้ว ทางร้านก็ทำการเปลี่ยน DVD Drive ให้เป็นรุ่นใหม่เอี่ยมเลย โชคดีที่เครื่องยังอยู่ในประกัน ชอบ Mac ก็ตรงนี้แหละนะ มันประกันทั่วโลก และก็บริการรวดเร็วทันใจดี ตอนแรกกะว่าถ้าไป Apple Center จะถ่ายรูปร้านAppleที่ Wheelock Place มาให้ดูด้วย ชื่อศูนย์Appleที่นี่มีชื่อว่า Epic Centre ถือว่าเป็นร้านที่ใหญ่พอสมควร ถ้าผมได้ไปร้านนี้อีกครั้งจะเก็บภาพมาให้ดูนะครับ อย่างไรก็ดี ตอนที่ผมรับเครื่องเสร็จแล้ว ผมก็ได้แวะร้านหนังสือที่อยู่ชั้นแรกของห้าง ร้านหนังสือนี้ชื่อว่า BORDERS เป็นร้านใหญ่ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ถ้าในอเมริกาก็ถือว่าใหญ่เป็นอันดับสอง (อันดับหนึ่งคือ Barnes & Noble)

Continue reading

ขอแนะนำ Discovery Channel Magazine

Discovery Channel Magazine

เมื่อวานผมไปเดินห้าง IMM เพื่อหาอะไรทาน หลังจากที่เบื่ออาหารแถวนี้เต็มทน นอกจากเรื่องผู้หญิงไทยจะสวยที่สุดในโลกแล้ว ผมว่าอาหารไทยก็เป็นอีกเมนูที่อร่อยที่สุดในโลกเช่นกันครับ ที่สุดในโลกในที่นี้ หมายถึง โลกของผมนะครับ และก็คิดว่าอีกหลายๆท่านก็คงจะคิดเหมือนผม แต่ท้ายที่สุดก็หนีไม่พ้นทานอาหาร Fast Food อย่าง Burger King และมันก็หาทานในเมืองไทยยากอยู่ ถ้าสมัยอยู่ไทยผมจะไปอุดหนุน Burger King สาขาประตูน้ำตรงข้ามพันธ์ทิพย์บ่อยๆ …ตกลงผมจะมาแนะนำนิตยสารดีๆหรืออาหารกันแน่นิ หลังจากผมทาน Whopper เมนูประจำของผมเป็นอันเรียบร้อย ผมก็เดินตรงไปร้านขายนิตยสาร แล้วก็มีนิตยสารเล่มหนึ่งเตะตาผมเข้าให้แทบช้ำ นั่นคือ Discovery Channel Magazine นิตยสารนี้สำนักพิมพ์ก็เป็นเจ้าเดียวกับ Reader’s Digest และมี Discovery Channel เป็นผู้ร่วมมือจัดทำนิตยสารนี้ด้วยครับ จากการค้นคว้าใน google พบว่านิตยสารนี้เพิ่งจะวางจำหน่ายในนเอเชียเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นนิตยสารแบบรายสองเดือน เนื้อหาที่เขานำเสนอก็น่าสนใจเหมือนกับดูสารคดีในช่อง Discovery แหละครับ โดยเนื้อหาในฉบับที่ผมซื้อมา ได้แก่ “Kiss the Frogs Goodbye”, “Life on Mars”, “The 7 Newest Wonders of the World”, “Robots at War-Today!”, “Miracles of the Heart” และอีกมากมาย โดยรวมผมถือว่าเนื้อหาหลากหลายดีครับ มีทั้งสัตว์โลก ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการท่องเที่ยว และก็อ่านง่ายเหมือนๆกับ Reader’s Digest ด้วย แต่ตัวหนังสือและภาพจะใหญ่กว่าเยอะครับ ราคานิตยสารนี้ที่สิงคโปร์ตกอยู่ที่ S$7.90 (ประมาณ 180 บาท) ถ้าขายในไทยมันเขียนตรง barcode ว่าราคาไทยอยู่ที่ 190 บาทครับ ดูเหมือนจะแพง แต่เมื่อเทียบกับคุณภาพในการพิมพ์กับเนื้อหาที่ได้รับก็ถือว่าคุ้มค่ามากๆครับ และถ้ามองว่าเป็นหนังสืออินเตอร์ด้วยก็ถือว่าถูกเลยแหละครับ โดยปกติผมเป็นคนชอบอ่านนิตยสารแนวนี้อยู่แล้วครับ เมื่อเทียบกับพวกนิตยสารคอม ผมชอบนิตยสารแนวสารคดีและเกร็ดความรู้รอบตัวมากกว่าครับ นิตยสารแนวนี้ที่ผมชอบอ่านได้แก่ National Geographics, Science American และ Reader’s Digest ครับ ถ้าท่านยังไม่เคยอ่าน ลองซื้อหรือยืมมาอ่านดูสิครับ แล้วท่านอาจจะติดใจเหมือนผม