กลับเมืองไทยวันนี้ (Xmas Eve)

วันนี้ผมกลับเมืองไทยแล้วนะ ใครคิดถึงผมก็มารอรับที่สนามบินได้ครับ (ว่าไปโน้น) ผมบินถึงกรุงเทพก็ประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง และผมจะอยู่กรุงเทพจนถึงวันเสาร์เช้า จากนั้นผมจะเดินทางกลับบ้านเกิดที่เมืองอุบล เพื่อร่วมงานแต่งงานของพี่สาวแท้ๆของผมซึ่งจะจัดในวันอาทิตย์ ก็ถือโอกาสเชิญคุณแม่มาร่วมงานแต่งด้วยครับ ผมคิดถึงคุณแม่มากๆเลย ไปครั้งนี้ผมมีเรื่องจะคุยกับแม่ผมเยอะเลยครับ เสียดายที่ผมกลับได้ไม่นาน เพราะวันจันทร์หน้าผมก็ตีตั๋วกลับสิงคโปร์แล้ว

ต่อไปผมคงกลับไทยได้ไม่นานน่ะครับ เพราะมีภาระกิจที่สิงคโปร์ นั่นคือ งานวิจัยที่กำลังดุเดือด ถ้าผมทำช้าไป มันอาจจะทำให้งานของผมไปซ้ำกับของคนอื่นได้ ดังนั้น ต้องรีบทำ รีบตีพิมพ์ผลงานก่อนที่คนอื่นจะตัดหน้าครับ ช่วงสองเดือนนี้ ถ้าหากเห็นผมอัพเดทข่าวคราวน้อยไป หรือมีแต่เรื่องไร้สาระ ก็ไม่ต้องแปลกใจครับ ผมกำลังหมกมุ่นกับเรื่องคลาวด์ๆอยู่

รักคุณพ่อ

ผมไม่ได้กลับเมืองไทยในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ แต่ผมอยากไปกราบคุณพ่อผมมากๆ จริงๆผมต้องเรียกพ่อของผมว่า หลวงพ่อ เพราะตอนนี้ท่านเป็นพระ ท่านบวชให้กับคุณแม่ของผมที่เพิ่งจากไป และก็บวชให้กับคุณปู่คุณย่าซึ่งยังมีชีวิตอยู่

หลวงพ่อเป็นบิดาที่ผมเคารพรักเป็นอย่างยิ่ง ท่านเป็นนายแพทย์ ด้วยอาชีพของท่าน ท่านก็ทำหน้าที่ได้สมที่ท่านได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหมอดีเด่น ท่านช่วยให้ผู้ป่วยของท่านอีกหลายชีวิตหายป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บ …. ท่านเป็นทั้งผู้นำ ซึ่งท่านก็บริหารโรงพยาบาลจนได้เป็นโรงพยาบาลที่ขึ้นชื่อ และให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ …. ท่านเป็นคุณครู ด้วยความรักในการสอน ซึ่งท่านก็สอนหลายต่อหลายท่านให้ได้ดิบได้ดี และท่านก็สอนผมทั้งตำราเรียนตำราชีวิต …. และที่สำคัญ ท่านเป็นคุณพ่อของผม ท่านให้อะไรหลายอย่างกับผม มากมายกว่าที่ผมจะตอบแทนท่านได้หมดในชาตินี้ ผมขอตั้งจิตภาวนาให้หลวงพ่อมีสุขภาพแข็งแรง อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรแก่ลูกหลานตราบนานเท่านาน …

หลวงพ่อมีกำหนดสึกในวันพรุ่งนี้ครับ พรุ่งนี้ผมจะโทรไปหาท่าน

ด้วยความเคารพรัก
บูม

รักที่ยิ่งใหญ่ของแม่

ทุกครั้งที่ผมเจอคุณแม่ สายตาที่ท่านมองมาที่ผมนั้น ช่างดูอบอุ่นและเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย แม้ว่ากายของท่านเองอ่อนแอลงไปทุกทีทุกที แต่ความรักของท่านที่มีต่อผมนั้นไม่เคยลดลงไปเลย จนในวันที่ท่านสิ้นลมหายใจ ความรักและความห่วงใยของท่านนั้นหาได้ดับไปพร้อมกับชีพของท่านไม่ ผมยังรับรู้ถึงความรักที่ยิ่งใหญ่นั้นอยู่เสมอ เหมือนว่าท่านยังไม่ได้จากไปไหนเลย เหมือนว่าท่านอยู่ใกล้ๆผม คอยห่วงใยและให้กำลังใจผมอยู่เสมอ และนี่ก็คือรักที่ยิ่งใหญ่ของแม่ เป็นความรักที่ไม่มีวันตาย

เคยมีคนพูดว่า “ความรักไม่มีวันตาย” ก่อนนั้น ผมเคยคิดเอาเองว่าเป็นเพียงคำพูดที่ฟังดูไพเราะ เหมาะสำหรับเขียนลงในจดหมายรัก ร้อยแก้ว​ และบทเพลงรัก แต่ในที่สุด ผมเองก็เข้าใจความหมาย และผมเชื่อว่ามีบุคคลเพียงไม่กี่บุคคลในชีวิตของคนคนหนึ่งเท่านั้น ที่สามารถมอบความรักที่ไม่มีวันตายได้ และหนึ่งในนั้นก็คือ “คุณแม่”  ของเรานี่เองครับ

รักคุณแม่เสมอ …

รักแม่ทุกวัน

ถ่ายภาพคู่กับคุณแม่ที่เมืองเจนัว ประเทศอิตาลี

เนื่องในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ เป็นวันแม่แห่งชาติ บูมขออวยพรให้คุณแม่มีสุขภาพกายที่แข็งแรงและกำลังใจที่เข้มแข็ง ขอให้พระคุ้มครองคุณแม่และนำพาความสุขมาให้แม่ ให้แม่ได้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับลูกหลานต่อไป แม้ว่าบูมไม่ได้บอกรักแม่ทุกวัน บูมอยากให้แม่ทราบไว้อย่างว่าบูมรักแม่และเป็นห่วงแม่ทุกวันนะครับ … ไม่มีพระคุณอันใดยิ่งใหญ่ไปกว่าพระคุณของแม่แล้วครับ ส่วนบูมเองขออวยพรให้กับตัวเองในวันแม่นี้ว่า “ขอให้บูมได้เกิดเป็นลูกของแม่ทุกชาติไปด้วยเถิด”…รักแม่

สุขสันต์วันเกิดนะแม่

มีคำอยู่หนึ่งคำ ที่ผมเพียงนึกถึงโดยไม่ต้องออกเสียงก็ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นในใจ คำคำนี้ก็คือคำว่า “แม่” ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคำนี้จึงมีอิทธิพลต่อจิตใจของผมมากถึงเพียงนี้ ผมเคยคิดเล่นๆว่าคนแต่ละคนใช้คำเรียกแม่ไม่เหมือนกัน แต่โดยส่วนใหญ่คำคำนี้ประกอบด้วย ม.ม้า บ้างก็เรียกแม่ว่า “ม้า” บ้างก็เรียก “อาม้า” บางคนก็เรียกว่า “มา” และบางคนก็เรียกว่า “มอม” ไม่ว่าจะเรียกบุคคลท่านนี้ว่าอย่างไร คำที่ใช้เรียกหาได้มีความสำคัญไม่ ความสำคัญและความยิ่งใหญ่จริงๆอยู่ที่ความเป็นบุพการีที่อุ้มท้อง เลี้ยงดู อบรมสั่งสอนเราจนเติบใหญ่ และนี่คงเป็นที่มาของอิทธิพลของคำว่า “แม่” นั่นเอง วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของแม่ของผมเองครับ ในโอกาสนี้ ผมขออวยพรให้แม่มีสุขภาพแข็งแรงนะครับ ขอให้แม่มีพลังทั้งกายและใจ คุณแม่เป็นคนที่อยู่ในศีลธรรมมาเสมอ พระท่านก็ได้คุ้มครองแม่ให้พ้นจากอันตรายใดๆไว้แล้ว ผมรักและเป็นห่วงแม่ครับ จริงอย่างในเพลงค่าน้ำนม “หยดหนึ่งน้ำนมกิน ทดแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย”