ไป Perth วันนี้แล้ว

วันนี้ผมต้องเดินทางไป Perth ประเทศออสเตรเลีย เพื่อเข้าร่วมงานประชุม IEEE International Conference on Service-Oriented Computing and Applications (SOCA) ตามที่เคยแจ้งไว้ก่อนหน้านี้  ผมเริ่มเดินทางออกจากสิงคโปร์เวลาประมาณ 6 โมงและจะถึง Perth ประมาณ 5 ทุ่ม แต่กว่าจะถึงโรงแรมที่พักก็คงเที่ยงคืน

จริงๆแล้ว ผมเดินทางของ Qantas เที่ยวบินรอบเช้า แต่เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ทาง Qantas โทรมาเลื่อน flight ไปเป็นตอนเย็น แถมยังเปลี่ยนเป็น Jetstar อีก มีการลดเกรดกัน ทำให้ผมไม่สบอารมณ์นิดหน่อย แต่ทำไงได้ เหมือนว่า Qantas จะเคลียร์เปัญหาเครื่องบิน Airbus ไม่ได้ (โดยเฉพาะ A380) เขาเลยต้องเปลี่ยนไปใช้ Jetstar แทน (แต่ของ Jetstar ก็ Airbus นะ) ทาง Qantas ชดเชยให้ผมโดยการให้ voucher มูลค่า USD 300 สำหรับซื้อตั๋วครั้งต่อไป  ใจจริง ผมอยากให้เขาจ่ายเป็นเงินสดส่วนต่างของ Jetstar กับ Qantas น่ะ แต่เขาไม่ยอม อะ เอาก็เอา ผมก็งงนะ ถ้าลูกค้าเลื่อนตั๋วเราต้องจ่ายส่วนต่าง แต่สายการบินเลื่อนตั๋วเรา เขาจ่าย voucher คือ ขอให้เขาคืนเงินทั้งหมดได้ แต่เราก็ต้องซื้อตั๋วใหม่ เริ่มใหม่ทั้งหมดเลย โชคไม่ดีอาจจะไม่ได้ที่นั่งเลยเพราะช่วงนี้มันเทศกาล คนจองคิวซื้อตั๋วกันยาวเหยียด

ผมจะอยู่ Perth ประมาณ 6 คืน แล้วค่อยกลับสิงคโปร์ในศุกร์หน้า ช่วงที่อยู่โน้นคงไม่ค่อยได้อัพเดตมากมาย เพราะ Internet ที่โรงแรมไม่ฟรี คงได้ใช้ net ก็แค่ตอนอยู่ใน conference ครับ เดี๋ยวกลับมาจากงานแล้วได้เรื่องราวอะไรดีๆ แล้วผมจะมาเล่าให้ฟังใน blog นี้นะครับ

 

UPDATE: ตกลง Qantas เขายินดีคืนเงินส่วนต่างของเที่ยวขาไปแล้ว ดีครับดี

ชมโอลิมปิกพร้อมจิบChardonnay

ไวน์ Chardonnay อภินันทนาการจากน้องยุ่น…ยุ่น(เท้าคู่ด้านขวา) ตู้(เท้าคู่ด้านซ้าย)

ที่บ้าน ณ​ ประเทศสิงคโปร์วันนี้ พวกเรา (ผม, ยุ่น, ตู้, และรีนา) นั่งชมการแข่งขันปิงปองชิงเหรียญทองประเภททีมหญิงระหว่างจีนกับสิงคโปร์ คือพวกเรามาอาศัยประเทศสิงคโปร์เพื่อศึกษาเล่าเรียน เราก็อยากเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาของสิงคโปร์บ้าง แต่ไปๆมาๆนักกีฬาปิงปองจากสิงคโปร์กลับมีเชื้อจีนโดยภูมิกำเนิด บางคนเพิ่งเปลี่ยนสัญชาติจากจีนเป็นสิงคโปร์ไปหมาดๆเอง ก็เลยเหมือนกับเชียร์คนจีนไปในตัว และแล้วจีนก็ชนะสิงคโปร์คว้าเหรียญทองไปจนได้ … หลังจากรับเหรียญกันเป็นที่เรียบร้อย ในอีก 1 ชั่งโมงถัดมาเขาก็ฉายเทปรีวิวการแข่งนี้อีกครั้ง จากนั้นน้องยุ่นก็เลยเอาไวน์ขาว Chardonnay ปี 2006 มาจิบกันเพื่อฉลองกับความสำเร็จของนักกีฬาทั้งสองชาติครับ สำหรับนักกีฬาของชาติไทยเองก็ไม่น้อยหน้าชาติไหนหรอกครับ จำนวนเหรียญไม่ได้วัดความรักชาติและเรื่องน้อยหน้ามากหน้าใดๆ ผมเชื่อว่านักกีฬาไทยทุกคนรักชาติและก็ทุ่มเทสุดความสามารถเพื่อชาติไทย ขอแสดงความนับถือนักกีฬาไทยทุกคน ณ​ ที่นี้่ด้วยครับ อ้าว…ชน… เชียร์… คัมปาย …. 

รักแม่ทุกวัน

ถ่ายภาพคู่กับคุณแม่ที่เมืองเจนัว ประเทศอิตาลี

เนื่องในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ เป็นวันแม่แห่งชาติ บูมขออวยพรให้คุณแม่มีสุขภาพกายที่แข็งแรงและกำลังใจที่เข้มแข็ง ขอให้พระคุ้มครองคุณแม่และนำพาความสุขมาให้แม่ ให้แม่ได้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับลูกหลานต่อไป แม้ว่าบูมไม่ได้บอกรักแม่ทุกวัน บูมอยากให้แม่ทราบไว้อย่างว่าบูมรักแม่และเป็นห่วงแม่ทุกวันนะครับ … ไม่มีพระคุณอันใดยิ่งใหญ่ไปกว่าพระคุณของแม่แล้วครับ ส่วนบูมเองขออวยพรให้กับตัวเองในวันแม่นี้ว่า “ขอให้บูมได้เกิดเป็นลูกของแม่ทุกชาติไปด้วยเถิด”…รักแม่

กลับเมืองไทย

ในเสาร์วันที่ 9 สิงหาคมเป็นวัน National Day ของประเทศสิงคโปร์ ตอนแรกผมก็ว่าจะอยู่ฉลองวันสำคัญร่วมกับชาวสิงคโปร์ แต่คิดไปมาในอีกไม่กี่วันก็ถึงวันสำคัญของไทยแล้วนั่นคือวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม และเป็นความลงตัวที่ว่าเมื่อวัน National Day ไปจัดตรงกับวันเสาร์เขาก็เลยหยุดชดเชยในวันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม เลยทำให้ผมลากลับไทยได้อย่างน้อยก็ 3 – 4 วัน ในวันที่ 9 นี้เลยตีตั๋วเครื่องบินแอร์เอเชียมุ่งสู่ประเทศไทยในเวลาบ่าย 3.40(สิงคโปร์) และก็ถึงกรุงเทพในเวลา 5 โมง(ไทย)

Leaving on a Jet Plane

 

Although I’ve traveled by plane more than 100 times, I still feel scared when flying. But I’m much more scared when someone, who I love, come to send me at airport. That’s why I hate leaving on a jet plane. Let’s listen to an old music “Leaving on a jet plane” written by John Denver in 1967. The song was convered by him, and then by many artists. For example, it was used in the film “Armageddon” and covered by Chantal Kreviazuk. Also see the lyric inside… Continue reading

My Day and iPhone

 

Sorry I didn’t update ‘My iPhone’ section for a while. Due to my study, I have to read papers before choosing the PhD Thesis topic. About iPhone topics, Previously I had a series of them I need to post.  Basically most ones are very common in which many iPhone users know. By the way, I’d like to post them here to keep the log. Maybe! finally I could close this section if I don’t have much on iPhone topics. But don’t worry, I still update iPhone news if I have interesting ones.

Well today I like to talk about the talk time of iPhone. Generally I charge it every 3 days. How I usually utilize my pretty phone per day ? Well I listen a music for 20 – 30 minutes in the morning while going to school. Then I call my wife, who stays in Thailand (must say the one wife 🙂 ), for 3 – 10 min. Then I update my mailbox and RSS news via WiFi. Because the call rate here is very expensive, I communicate people in Singapore via SMS. For my chosen plan, it’s free 500 SMS / month. Hence I make a call if it’s much neccessary. Next I always use it to take photos when seeing good places/food/people/gadgets. When having freetime, I often play the game, “Labyrinth” (also see the clip above). This game is very fun in which we must swipe the phone to direct the ball to the goal, but be careful on black holes. When going back home, I either listening the music or watching some downloaded youtube clips. At bedtime, I either watch a movie or sometime listen a few classic songs. Finally I call my wife again. Well I use the phone for voice calling only 2 – 5 times, generally less than 10 min / time, so the power is not too much consumed to be charged every day. I miss one thing, I hear the fire alarm (as the clock alarm) before waking up every morning 🙂 . How’s about your usage ? I found some info on http://www.apple.com/pr/library/2007/06/18iphone.html that metioned the fact that iPhone can deliver up to 250 hours for standby time while 8 hours for talk time. Unfortunately I cannot prove the later fact in Singapore, the 8-hours period is not cheap! while I can do that in Thailand! I miss Thailand so much.

สุขสันต์วันเกิดนะแม่

มีคำอยู่หนึ่งคำ ที่ผมเพียงนึกถึงโดยไม่ต้องออกเสียงก็ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นในใจ คำคำนี้ก็คือคำว่า “แม่” ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคำนี้จึงมีอิทธิพลต่อจิตใจของผมมากถึงเพียงนี้ ผมเคยคิดเล่นๆว่าคนแต่ละคนใช้คำเรียกแม่ไม่เหมือนกัน แต่โดยส่วนใหญ่คำคำนี้ประกอบด้วย ม.ม้า บ้างก็เรียกแม่ว่า “ม้า” บ้างก็เรียก “อาม้า” บางคนก็เรียกว่า “มา” และบางคนก็เรียกว่า “มอม” ไม่ว่าจะเรียกบุคคลท่านนี้ว่าอย่างไร คำที่ใช้เรียกหาได้มีความสำคัญไม่ ความสำคัญและความยิ่งใหญ่จริงๆอยู่ที่ความเป็นบุพการีที่อุ้มท้อง เลี้ยงดู อบรมสั่งสอนเราจนเติบใหญ่ และนี่คงเป็นที่มาของอิทธิพลของคำว่า “แม่” นั่นเอง วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของแม่ของผมเองครับ ในโอกาสนี้ ผมขออวยพรให้แม่มีสุขภาพแข็งแรงนะครับ ขอให้แม่มีพลังทั้งกายและใจ คุณแม่เป็นคนที่อยู่ในศีลธรรมมาเสมอ พระท่านก็ได้คุ้มครองแม่ให้พ้นจากอันตรายใดๆไว้แล้ว ผมรักและเป็นห่วงแม่ครับ จริงอย่างในเพลงค่าน้ำนม “หยดหนึ่งน้ำนมกิน ทดแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย”