อยากมี iPod ที่จุข้อมูลได้ระดับ TB

วันนี้ตอนพักเที่ยงผมเข้าไปอ่านข่าวเก่าๆของสำนักข่าว BBC จนไปเจอข่าวไอทีที่ลงเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา หัวข้อข่าวคือ “IBM races to make hi-tech memory” ซึ่งผมสรุปใจความในข่าวพอย่อๆแล้วกันนะว่า IBM เขากำลังวิจัยและพัฒนาหน่วยความจำประเภท secondary storage แบบใหม่ที่ชื่อ Racetrack memory โดยจุดมุ่งหมายในการออกแบบเจ้าหน่วยความจำนี้ก็เพื่อต้องการหน่วยความจำที่เร็ว,เก็บข้อมูลได้มาก,และทนทาน โดยใช้ต้นทุนต่ำ และเขาก็บอกว่าหากโครงการนี้สำเร็จและนำออกขายจริงแล้ว เราจะได้เห็นเครื่องเล่น MP3 ที่เก็บเพลงได้กว่า 500,000 เพลง หรือมีความจุที่มากกว่าเครื่องเล่น MP3 ในยุคปัจจุบันถึง 100 เท่า ในปี 2008 ส่วนใหญ่เครื่องเล่น MP3 ก็จะมีความจุอยู่ที่ 2 – 16 GB แล้วปัจจุบันนี้ล่ะ เป็นอย่างไรบ้างครับ โปรดเข้ามาอ่าน…

Continue reading

Advertisements

ขอแนะนำ Discovery Channel Magazine

Discovery Channel Magazine

เมื่อวานผมไปเดินห้าง IMM เพื่อหาอะไรทาน หลังจากที่เบื่ออาหารแถวนี้เต็มทน นอกจากเรื่องผู้หญิงไทยจะสวยที่สุดในโลกแล้ว ผมว่าอาหารไทยก็เป็นอีกเมนูที่อร่อยที่สุดในโลกเช่นกันครับ ที่สุดในโลกในที่นี้ หมายถึง โลกของผมนะครับ และก็คิดว่าอีกหลายๆท่านก็คงจะคิดเหมือนผม แต่ท้ายที่สุดก็หนีไม่พ้นทานอาหาร Fast Food อย่าง Burger King และมันก็หาทานในเมืองไทยยากอยู่ ถ้าสมัยอยู่ไทยผมจะไปอุดหนุน Burger King สาขาประตูน้ำตรงข้ามพันธ์ทิพย์บ่อยๆ …ตกลงผมจะมาแนะนำนิตยสารดีๆหรืออาหารกันแน่นิ หลังจากผมทาน Whopper เมนูประจำของผมเป็นอันเรียบร้อย ผมก็เดินตรงไปร้านขายนิตยสาร แล้วก็มีนิตยสารเล่มหนึ่งเตะตาผมเข้าให้แทบช้ำ นั่นคือ Discovery Channel Magazine นิตยสารนี้สำนักพิมพ์ก็เป็นเจ้าเดียวกับ Reader’s Digest และมี Discovery Channel เป็นผู้ร่วมมือจัดทำนิตยสารนี้ด้วยครับ จากการค้นคว้าใน google พบว่านิตยสารนี้เพิ่งจะวางจำหน่ายในนเอเชียเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นนิตยสารแบบรายสองเดือน เนื้อหาที่เขานำเสนอก็น่าสนใจเหมือนกับดูสารคดีในช่อง Discovery แหละครับ โดยเนื้อหาในฉบับที่ผมซื้อมา ได้แก่ “Kiss the Frogs Goodbye”, “Life on Mars”, “The 7 Newest Wonders of the World”, “Robots at War-Today!”, “Miracles of the Heart” และอีกมากมาย โดยรวมผมถือว่าเนื้อหาหลากหลายดีครับ มีทั้งสัตว์โลก ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการท่องเที่ยว และก็อ่านง่ายเหมือนๆกับ Reader’s Digest ด้วย แต่ตัวหนังสือและภาพจะใหญ่กว่าเยอะครับ ราคานิตยสารนี้ที่สิงคโปร์ตกอยู่ที่ S$7.90 (ประมาณ 180 บาท) ถ้าขายในไทยมันเขียนตรง barcode ว่าราคาไทยอยู่ที่ 190 บาทครับ ดูเหมือนจะแพง แต่เมื่อเทียบกับคุณภาพในการพิมพ์กับเนื้อหาที่ได้รับก็ถือว่าคุ้มค่ามากๆครับ และถ้ามองว่าเป็นหนังสืออินเตอร์ด้วยก็ถือว่าถูกเลยแหละครับ โดยปกติผมเป็นคนชอบอ่านนิตยสารแนวนี้อยู่แล้วครับ เมื่อเทียบกับพวกนิตยสารคอม ผมชอบนิตยสารแนวสารคดีและเกร็ดความรู้รอบตัวมากกว่าครับ นิตยสารแนวนี้ที่ผมชอบอ่านได้แก่ National Geographics, Science American และ Reader’s Digest ครับ ถ้าท่านยังไม่เคยอ่าน ลองซื้อหรือยืมมาอ่านดูสิครับ แล้วท่านอาจจะติดใจเหมือนผม