ประวัติ blog (ที่รกร้าง)แห่งนี้

ผมไม่ได้แวะมาเขียน blog นี้มานานมากแล้ว เคยมีความคิดว่าจะปิด blog ถาวรหลายครั้ง แต่ก็ดันเสียดายเนื้อหาและช่วงเวลาที่เคยทุ่มเทให้กับ blog นี้ ผมก็เลยปล่อยให้ blog ร้างอย่างที่มันเป็น ถ้าหาก blog อายุครบ 100 ปี ก็อาจจะเป็นโบราณวัตถุดิจิตอลได้

เหตุที่ไม่ได้อัพเดทเนื้อหาก็เพราะหน้าที่การงานและความขี้เกียจของผมที่ผสมปนเปกัน กล่าวคือ พอตอนงานเยอะก็ไม่มีเวลาเขียน blog   แล้วพอตอนที่งานน้อยลงก็ดันขี้เกียจเขียน blog   ผมมีความพยายามหลายครั้งที่จะทำตัวเองให้ว่างขึ้น รับงานให้น้อยลง แต่พองานน้อยลงก็ดันอยากจะพักให้มากขึ้น อยากมีเวลาอ่านหนังสือให้มากขี้น (ส่วนใหญ่จะเป็นนิยาย)  กับดูหนัง Netflix ให้เยอะขึ้น (เหตุผลนี้ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่)

และด้วยสาเหตุดังกล่าวนี่เอง ทำให้บทความที่กะว่าจะเป็นซีรีย์หลายซีรีย์ หรือเนื้อหาบทความที่แบ่งเป็นตอนๆ กลับกลายเป็นซีรีย์ที่ไม่(มีวัน)จบ

Continue reading

Advertisements

ปีใหม่ พร้อมได้เริ่มตำแหน่งงานใหม่

ปีใหม่แล้วจนได้ ในที่สุด ทุนการศึกษาของผมก็หมดลงในวันศุกร์ที่ผ่านมา พอทุนหมด ผมก็เลยต้องหาทุนส่วนตัวไว้เลี้ยงชีพและจ่ายค่าเทอมจากการทำงาน ก่อนที่ทุนการศึกษาจะหมดนั้น ผมได้เตรียมหางานทำเพื่อเลี้ยงชีพตัวเองไว้แล้ว ซึ่งได้เตรียมตัวไว้ล่วงหน้าถึง 2 – 3 เดือนก่อน

ในที่สุด ผมก็เลือกทำงานที่ School of Computer Engineering, Nanyang Technological University ซึ่งเป็นที่ที่ผมเรียนอยู่นี่แหละ เพิ่งเริ่มงานในวันจันทร์ที่ผ่านมา ตำแหน่งงานคือ Research Associate (เรียกสั้นๆว่า RA) ส่วนเรื่องเรียน ผมก็ยังเป็นนิสิตปริญญาเอกอยู่นะ แต่ต้องเปลี่ยนสถานภาพจาก fulltime study เป็น par-time

ผมก็อยากฝากท่านที่ได้ทุนการศึกษา ไม่ว่าจะได้ทุนจากสถาบันไหนก็ตาม อยากจะบอกว่า ถ้าเรียนให้จบก่อนที่ทุนจะหมดก็ถือว่าเป็นเรื่องดี และเพื่อความไม่ประมาท ในระหว่างเรียน อย่าใช้เงินฟุ้มเฟือยจากการเที่ยวเตร่และซื้อของที่ไม่จำเป็น ไม่ว่าจะปาร์ตี้ทุกศุกร์เสาร์ ซื้อโทรศัพท์มือถือ เครื่องเกมส์ รถยนต์ (มีคนได้ทุนจนซื้อรถได้ด้วยนะเออ) ก็งดๆซะ พยามยามอดออมเงินจากทุนให้ได้เยอะๆ เรื่องกิน ก็กินไปเถอะ แต่ถ้าเป็นไปได้ ก็กินแต่พออิ่ม กินสนองกิเลสพอเป็นพิธีแต่อย่าบ่อยไป

ปีใหม่ งานใหม่ และที่แน่นอนคือ จะมีวันใหม่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี

มาติดเกาะถึง 4 ปีทำไม?

ตำแหน่งบนแผนที่ของประเทศสิงคโปร์ พยายามเพ่งให้มากๆ เห็นไหมครับ เป็นจุดเล็กๆหนึ่งจุด เอ่อ .. จริงๆผมมองไม่เห็นหรอก (ที่มา - ภาพจากวิกิพีเดีย)

ก็จะสิ้นปีแล้ว บวกกับผ่านวันครบรอบที่ผมก็ใช้ชีวิตบนเกาะเล็กๆแห่งหนึ่งมาเป็นเวลา 4 ปี โดยเกาะแห่งนี้ก็คือ ประเทศสิงคโปร์ ขออัพเดทบลอกกันหน่อยแล้วกัน

ผมเคยมาสิงคโปร์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 2005 ตอนนั้นผมมาทำงาน (สมัยยังทำงานอยู่ Sun Microsystems) และหลังจากนั้นก็มาทำงานและก็มาเที่ยวที่สิงคโปร์เป็นช่วงๆ ในช่วงที่มาทำงานที่สิงคโปร์สมัยนั้น ผมรู้สึกประทับใจกับบรรยากาศในประเทศนี้ โดยรวมคือ สิงคโปร์เป็นเมืองสะอาด ปลอดภัย การจราจรสะดวกรวดเร็ว  อินเทอร์เนตเร็ว มีต้นไม้มีสวนสาธารณะให้เห็นแทบทุกหนแห่ง  การดำเนินงานของราชการ/เอกชนที่รวดเร็วทันใจ … โดยสรุปแล้วกัน คือ ถ้ามีโอกาสก็อยากมาทำงานที่นี่

จนกระทั่งปี ค.ศ. 2007 สมัยนั้นผมกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด คือ จังหวัดอุบลราชธานี และผมก็ทำงานเป็นอาจารย์ที่ ม.อุบล ตอนนั้นมีอาจารย์หลายท่าน ซึ่งเป็นเพื่อนเป็นพี่ร่วมงานกับผมแนะนำเรื่องศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ศึกษาต่อทำไมเหรอ? ก็เพื่อความก้าวหน้าในอาชีพการงานของสายวิชาการนั่นเอง และแล้ว ผมก็เตรียมตัวหาทุนและที่เรียนต่อ

ท้ายที่สุด ผมก็ได้ทุนเรียนเอกที่ School of Computer Engineering ของ Nanyang Technological University ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งทุนนี้เป็นทุนได้เปล่า(ไม่ต้องใช้ทุน) ให้ค่าตอบแทนดีพอควร คือ มีเงินเดือนให้ ทุนจ่ายค่าเทอมให้พร้อม และทุนมีอายุ 4 ปี ที่สำคัญคือ เรียนที่สิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่ผมชอบอยู่แล้ว และไม่ไกลประเทศไทย ถ้าอยากจะกลับไทยเมื่อไหร่ ก็ทำได้ไม่ยากนัก สรุปคือ ผมรับทุนและก็มาเรียนที่สิงคโปร์ โดยวันที่ผมเดินทางมาสิงคโปร์ เพื่อมาทำปริญญาเอกคือ วันที่ 24 ธันวาคม ค.ศ. 2007 จากวันนั้นล่วงมาจนถึงวันนี้ ผมก็ร่ำเรียนบนเกาะเล็กๆแห่งนี้มาเป็นเวลาถึง 4 ปี

ผ่านไป 4 ปีแล้ว และผมก็คงได้อยู่สิงคโปร์อีกอย่างน้อย 6 เดือนเพื่อสะสางเรื่องเรียนที่ยังค้างคา นั่นคือ ผมต้องเขียนวิทยานิพนธ์ให้แล้วเสร็จ เพราะทุนของผมหมดแล้วในวันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 2012 นี้แล้ว โชคดีที่ว่า ผมได้งานทำเป็นนักวิจัยให้กับโครงการวิจัยหนึ่งของมหาลัยที่ผมเรียน เริ่มงานแล้วในเดือนหน้า ทำให้ผมคลายกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายหลังจากทุนโดนตัด

หากว่าไม่ขี้เกียจในช่วงเวลาว่าง(ซึ่งมีน้อยลง) ผมคงจะได้เล่าว่า ชีวิตที่สิงคโปร์ที่ผ่านๆมาเป็นไงบ้าง 🙂

I’m an all-one-5-bit guy

Originally, at time zero, I started from a register with binary value “0000000”. Then the least significant biti (LSB) was set to 1 after the first 365 days passed. It is just a 365-day journey around the sun. One round-trip of the journey increases 1 to the register. Until now, the first 5 digits starting from the LSB were set to 1, i.e., “0011111”. It is the truth for most regular people that we cannot fulfill 1 to this 7-bit register. The issue what I keep in mind is only the journey around the sun. Absolutely, I have encountered both happiness and unhappiness in this journey. However, I am ok with the results of journey. I cannot control many factors that impact the journey. Although I cannot predict the number of 365-day round trips I will have, I will do my best for today.

Status

เปลี่ยนธีมบล็อก

ถึงเวลาเปลี่ยนธีมบล็อกซะที หลังจากใช้ธีมเดิมมานานแล้ว ปกติแต่ละปีผมจะเลือกธีมใหม่ แต่ปีนี้บังเอิญลืม เพิ่งมานึกได้ไม่นานมานี้ว่าผ่านปีใหม่มาหลายเดือนแล้ว จนกระทั่งผ่านปีใหม่จีนไทยอินเดียก็เพิ่งมานึกได้นี่แหละ

นอกจากผมได้เปลี่ยนธีมแล้ว ผมยังปรับเปลี่ยนเนื้อหาใน About JavaBoom อีกด้วย เพราะตัวเก่าเนื้อหาไม่ค่อยทันสมัยและภาษาไม่ค่อยสากลซะเท่าไหร่ เดี๋ยวภายในปีนี้กะว่าจะทำ CV หางานด้วย เลยพยายามนึกว่าตัวเองมีอะไรอัพเดทหรือเปลี่ยนไปบ้าง (นึกไม่ค่อยออก) … จริงๆผมยังเรียนไม่จบนะ แต่สิ้นปีนี้ทุนการศึกษาจะสิ้นสุดสัญญาแล้ว (เขาให้แค่ 4 ปี) นับตั้งแต่ปีหน้า ผมก็เลยต้องหางานทำเลี้ยงชีพตัวเองเหมือนที่เคยทำเมื่อ 4 ปีก่อนต่อไป

ไป Perth วันนี้แล้ว

วันนี้ผมต้องเดินทางไป Perth ประเทศออสเตรเลีย เพื่อเข้าร่วมงานประชุม IEEE International Conference on Service-Oriented Computing and Applications (SOCA) ตามที่เคยแจ้งไว้ก่อนหน้านี้  ผมเริ่มเดินทางออกจากสิงคโปร์เวลาประมาณ 6 โมงและจะถึง Perth ประมาณ 5 ทุ่ม แต่กว่าจะถึงโรงแรมที่พักก็คงเที่ยงคืน

จริงๆแล้ว ผมเดินทางของ Qantas เที่ยวบินรอบเช้า แต่เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ทาง Qantas โทรมาเลื่อน flight ไปเป็นตอนเย็น แถมยังเปลี่ยนเป็น Jetstar อีก มีการลดเกรดกัน ทำให้ผมไม่สบอารมณ์นิดหน่อย แต่ทำไงได้ เหมือนว่า Qantas จะเคลียร์เปัญหาเครื่องบิน Airbus ไม่ได้ (โดยเฉพาะ A380) เขาเลยต้องเปลี่ยนไปใช้ Jetstar แทน (แต่ของ Jetstar ก็ Airbus นะ) ทาง Qantas ชดเชยให้ผมโดยการให้ voucher มูลค่า USD 300 สำหรับซื้อตั๋วครั้งต่อไป  ใจจริง ผมอยากให้เขาจ่ายเป็นเงินสดส่วนต่างของ Jetstar กับ Qantas น่ะ แต่เขาไม่ยอม อะ เอาก็เอา ผมก็งงนะ ถ้าลูกค้าเลื่อนตั๋วเราต้องจ่ายส่วนต่าง แต่สายการบินเลื่อนตั๋วเรา เขาจ่าย voucher คือ ขอให้เขาคืนเงินทั้งหมดได้ แต่เราก็ต้องซื้อตั๋วใหม่ เริ่มใหม่ทั้งหมดเลย โชคไม่ดีอาจจะไม่ได้ที่นั่งเลยเพราะช่วงนี้มันเทศกาล คนจองคิวซื้อตั๋วกันยาวเหยียด

ผมจะอยู่ Perth ประมาณ 6 คืน แล้วค่อยกลับสิงคโปร์ในศุกร์หน้า ช่วงที่อยู่โน้นคงไม่ค่อยได้อัพเดตมากมาย เพราะ Internet ที่โรงแรมไม่ฟรี คงได้ใช้ net ก็แค่ตอนอยู่ใน conference ครับ เดี๋ยวกลับมาจากงานแล้วได้เรื่องราวอะไรดีๆ แล้วผมจะมาเล่าให้ฟังใน blog นี้นะครับ

 

UPDATE: ตกลง Qantas เขายินดีคืนเงินส่วนต่างของเที่ยวขาไปแล้ว ดีครับดี

ค่าลงทะเบียน conference แพงว่ะ

ไม่ได้มาอัพบล็อกนานพอควร เหตุผลเดิมๆ คือ ยุ่งครับ เหมือนจำนวนงานไม่เยอะ แต่ใช้เวลากับมันนานซะเหลือเกิน … อ่า เข้าเรื่อง ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาแห่งการใช้จ่ายมากเลย เดือนก่อนๆ เหมือนว่าเงินมันเยอะผิดปกติ (ว่าไปโน้น) เลยเอาไประบายออกให้เงินมันคล่องตัว ไปซื้อ iPad กับ iPhone มาสนองตัณหาส่วนตัว

แต่ใจเจ้ากรรม เดือนธันวาคมนี้ ผมต้องไปออสเตรเลีย เพื่อนำเสนอผลงานใน IEEE conference แห่งหนึ่ง เหมือนว่าจะเป็นเรื่องดี แต่ค่าใช้จ่ายมันเยอะจริงๆ ทั้งค่าเครื่องบิน ค่าวีซ่าออสเตรเลีย และก็ค่าลงทะเบียน conference … นี่ยังไม่รวมค่าครองชีพที่ใช้จ่ายที่โน้นนะเนี่ย

Continue reading